วันนี้ (26พ.ค.) นายพัทธกร พรศิริธิเวช ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท เบ็นคิว (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เบ็นคิวได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เบ็นคิว ฟูล เอชดี 3ดี โปรเจคเตอร์ (BenQFull HD 3DProjector) สำหรับการรับชมบนจอภาพได้กว้างขึ้นและมีขนาดกะทัดรัดพักพาไปได้ทุกที่เพื่อรับเทศกาลฟุตบอลโลกโดยเฉพาะ ทั้งนี้เบ็นคิวฟูล เอชดี 3ดีโปรเจคเตอร์ มีรุ่นที่เป็นไฮไลท์ คือ W1070Brilliant Video Performance ที่สามารถฉายภาพได้กว้างถึง106นิ้วที่ระยะ 2.69เมตร และรุ่น MH680Big Screen with Full HD ที่ให้ความสว่างสูงถึง 3,000 ANSLLumens สามารถอ่านไฟล์จาก USB1.07 Billion Colors New 3D โดยทั้ง 2 รุ่นนี้มีอายุการทำงานของหลอดภาพที่ยาวนานถึง 5,000 ชั่วโมงหรือสามารถชมได้ยาวนานถึงฟุตบอลโลกปี 2018 เลยทีเดียว“กลยุทธ์ทางการตลาดจะเน้นไปที่การทำโปรโมชั่นและการโฆษณาผ่านสื่อชนิดต่างๆโดยเฉพาะสื่อออนไลน์ เช่น เฟสบุ๊ค กูเกิล และเว็บไซต์ค่างๆ เพื่อที่ส่งผ่านข้อมูลไปยังกลุ่มผู้ใช้โดยตรงรวมทั้งเปิดช่องทางการสื่อสารผ่านโลกออนไลน์โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถพูดคุยสอบถามตลอดจนร่วมกิจกรรมกับทางเบ็นคิวได้โดยสะดวกและใกล้ชิดมากขึ้นพร้อมจัดกิจกรรมซื้อโปรเจทเตอร์สองรุ่นดังกล่าวแล้วรับกล่องอาร์เอสซันบ็อกซ์ รับชมการถ่ายทอดสดได้ครบ64 นัด”นายพัทธกร กล่าวต่อว่า ในส่วนช่องทางการจัดจำหน่ายจะยังคงขายผ่านดีลเลอร์ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศและจากผลสำรวจในปี 2013 เบ็นคิวติดอันดับ 1 ใน 3ของผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด 11% ส่วนในปีนี้วางเป้าหมายในการเติบโตไว้ที่ 100% หรือคิดเป็น 60% ของมูลค่าตลาดรวมในส่วนของวีดีโอโปรเจคเตอร์
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “เบ็นคิว” เกาะกระแสบอลโลกเข็นโปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ลงตลาด
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

“เบ็นคิว” เกาะกระแสบอลโลกเข็นโปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ลงตลาด
-

“กสทช.”จัดระเบียบเพล์ทีวีปฎิบัติตามคำสั่ง คสช.
วันนี้( 26 พ.ค.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมห่งชาติ (กสทช.) พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า จากประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ฉบับที่ 27 ระบุให้ผู้ให้บริการภาคพื้นดินระบบอะนาล็อกผู้ให้บริการภาคพื้นดินระบบดิจิตอล รวมถึงผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบรับสมาชิก(เพล์ทีวี)ออกอากาศได้ตามปกติงดเว้นการนำเสนอข้อมูลข่าวสารต้องห้ามตามประกาศ กสทช.จึงดำเนินการให้สอดคล้องโดยการจัดระเบียบผู้ให้บริการตาม คสช.โดยการเชิญผู้ให้บริการโครงข่ายจำนวน 9 รายได้แก่ ทรูวิชั่น , ซีทีเอช ,จีเอ็มเอ็มแซด , เคมาสเตอร์ , ทีโอที , เจริญเคเบิล , ลีเนียร์ ,กล่องเอ็มเอสเอส และ กล่องดีทีวีเข้ามารับทราบแนวปฎิบัติออกอากาศตามประกาศ คสช.และในวันพรุ่งนี้(27พ.ค.)จะเรียกผู้ให้บริการโครงข่ายจำนวน 22 ราย ที่ยังไม่สามารถระบุประเภทที่ชัดเจนเข้ามากำหนดประเภทอีกครั้ง อาทิ ดาวเทียมพีเอสไอ, ไอพีเอ็ม และรายอื่นๆเพื่อให้การออกอากาศไม่ขัดต่อประกาศของคสช. โดยขณะนี้ได้ออกอากาศระบบอะนาล็อกเดิมได้แก่ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 ช่อง 11 และช่องไทยพีบีเอส ช่องรายการดิจิตอล 23 ช่อง ยกเว้นช่องวอยซ์ ทีวี ทั้งในระบบภาคพื้นดิน ระบบโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลส่วนการรับชมผ่านกล่องทีวีแบบบอกรับสมาชิก (เพล์ทีวี) สามารถรับชมได้แล้วจำนวน 274 ช่อง อย่างไรก็ตามยังได้แจ้งเตือนผู้ให้บริการโครงข่ายเพล์ทีวี ดำเนินการตามประกาศประกาศหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้เป็นบริการทั่วไปหรือ มัสต์ แครี่ ที่ให้สิ้นสุดการปฎิบัติหน้าที่ลงตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.ที่ผานมา โดยผู้ให้บริการโครงข่ายเพล์ทีวี อาทิ ทรูวิชั่น และซีทีเอช ไม่สามารถนำเอาช่อง 3 ระบบอะนาล็อกมาออกอากาศได้ ซึ่งหากยังออกอากาศอยู่จะถือว่ามีความผิด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “กสทช.”จัดระเบียบเพล์ทีวีปฎิบัติตามคำสั่ง คสช. -

“ไอซีที”เรียก ISP หารือจัดการเว็บไซต์ไม่เหมาะสมพรุ่งนี้
วันนี้ (26 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ว่า ในวันที่ 27 พ.ค.57 เวลา 14.00 น. กระทรวงไอซีทีจะมีการหารือกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต(ไอเอสพี) เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาเรื่องเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมจากนั้น เวลา 15.00 น. ที่ห้อง MOC ชั้น 6 กระทรวงไอซีที ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ทางกระทรวงไอซีที จะจัดแถลงข่าวเรื่องการจัดการเว็บไซต์ไม่เหมาะสม โดยมี พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงไอซีที และ นายธนิต ประภาตนันท์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงไอซีที เป็นผู้แถลงนายสุรชัย ศรีสารคาม ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวว่า หลังจากที่ กระทรวงไอซีทีได้รับมอบหมายภารกิจจาก กอ.รส.ให้ดำเนินการตามคำสั่งที่ 8/2557 เรื่อง ขอความร่วมมือจากสื่อสังคมออนไลน์อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.กฏอัยการศึก ให้กระทรวงไอซีที รีบแจ้งเว็บที่มีการเผยแพร่เนื้อหาที่อาจขัดต่อการดำเนินการของกอ.รส.โดยเฉพาะการเสนอเนื้อหาที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรนั้น ขณะนี้ได้มีการยุติการเผยแพร่ URL ไปแล้วกว่า 100 URL นับจากวันที่ กอ.รส.มีคำสั่ง ทั้งนี้หลังจากที่กระทรวงไอซีที ได้จัดตั้งห้องCSOC (5 ธ.ค.54-พ.ค.57) สามารถปิด URL ไปแล้วทั้งสิ้น 22,599 UR
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ไอซีที”เรียก ISP หารือจัดการเว็บไซต์ไม่เหมาะสมพรุ่งนี้