ไข้เลือดออกเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุขของไทยมากว่า 50 ปี ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานอย่างหนัก ทั้งเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันการแพร่กระจายและการระบาดของโรคติดต่อที่สําคัญ ล่าสุดกรมควบคุมโรค ได้ลงนามความร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคไข้เลือดออกเชิงรุกขึ้น โครงการนี้ประกอบไปด้วย ระบบสำรวจลูกน้ำยุงลายด้วยแท็บเล็ตแอนดรอยด์ (Dengue Mosquito Larvae Survey Program : DMLS) เพื่ออำนวยความสะดวกในการบันทึกข้อมูลการ สำรวจฯ และได้มาซึ่งดัชนีทางกีฏวิทยาทันทีหลังเสร็จสิ้นการ สำรวจฯ ระบบติดตามและแจ้งเตือนสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออก (Dengue Fever Epidemic Monitoring & Alert System: DMAS) เพื่อรายงานสถานการณ์และกระจายข่าวสารแก่ผู้รับผิดชอบในลักษณะใกล้เคียงกับเวลาปัจจุบัน และระบบรายงานโรคไข้เลือดออกและการสำรวจลูกน้ำยุงลายเชิงวิเคราะห์ (Dengue and Mosquito Larvae Survey Analysis Report System: DMAR) เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในมุมมองต่าง ๆ นายวัชรากร หนูทอง นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการวิจัยโพรโตคอลและเครือข่ายไร้สาย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค สวทช. บอกว่า ปัจจุบันการสำรวจลูกน้ำยุงลาย ที่ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ยังใช้ฟอร์มกระดาษ ซึ่งมีโอกาสสูญ หาย และเสื่อมสภาพตามกาลเวลา นอกจากนี้ยังเสียเวลา เสียพื้นที่จัดเก็บเอกสารจำนวนมาก ขณะที่การกรอกแบบฟอร์มในกระดาษอาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนและส่งผลต่อความผิดพลาดของข้อมูล และยังใช้เวลาการรวบรวม และประมวลข้อมูลนาน ส่งผลทำให้การแจ้งเตือนโรคระบาดล่าช้า ดังนั้นทีมวิจัยจึงร่วมกับกรมควบคุมโรคพัฒนาเครื่องมือที่สามารถนำไปใช้สำรวจและรวบรวมข้อมูลดัชนีลูกน้ำยุงลายอย่างเป็นระบบ โดยในระยะเริ่มต้น จะนำแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ มาใช้แทนการจดบันทึกแฟ้มกระดาษ และสามารถส่งผลสำรวจเข้าสู่ระบบ คลาวด์ คอมพิวติ้ง ได้ทันที มีเทคโนโลยีจีพีเอส ช่วยเก็บพิกัดบ้านที่ดำเนินการสำรวจ ทำให้ลดเวลา และสามารถใช้ข้อมูลได้ทันที หลักการทํางานออกแบบโดยอ้างอิงจากระบบบันทึกด้วยกระดาษ แต่พัฒนาให้มีความสามารถในการเรียกดูประวัติข้อมูลดัชนีทางกีฏวิทยา ในพื้นที่ที่ทําการสํารวจ การระบุพิกัดบ้านหรือสถานที่ที่สำรวจ ทำให้สามารถแสดงข้อมูลผ่านแผนที่แยกเฉดสีตามระดับความเสี่ยงของค่าดัชนีกีฏ วิทยา สามารถแจ้งเตือนผ่านเอสเอ็มเอส หรือ โซเชียล เน็ตเวิร์ก ถึงเครือข่ายในพื้นที่ที่มีค่าดัชนีกีฏวิทยาเกินค่ามาตรฐาน และแจ้งไปยังบุคลากรและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเพื่อออกมาตรการควบคุมป้องกันการระบาดได้อย่างทันท่วงที โปรแกรมออกแบบมาให้ผู้ใช้งานสามารถลงทะเบียนและระบุตัวตน แยกตามสํานักงานป้องกันควบคุมโรคระดับเขตได้ ทำงานได้ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ นักวิจัยบอกว่า ปัจจุบันโปร แกรม DMLS ระยะที่ 1 เริ่มดําเนินการไปแล้วประมาณ 70% โดยมีการทดสอบใช้งานจริงในอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี การดําเนินงานในระยะต่อไป จะนำข้อมูลผู้ป่วยไข้เลือดออกมาแสดงความสอดคล้องของอัตราป่วยโรคไข้เลือดออกและค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายจะมีการประ สานข้อมูลจากแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟน แสดงบนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บเซอร์วิส ทําให้สามารถเรียกดูข้อมูลได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ส่วนโครงการที่ 2 จะทำระบบติดตามและแจ้งเตือนสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออก และโครงการที่ 3 จะทำระบบรายงานโรคไข้เลือดออกและการสำรวจลูกน้ำยุงลายเชิงวิเคราะห์ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในแก้ปัญหา นักวิจัยบอกอีกว่า จากการทดสอบภาคสนาม พบว่าระบบฯ สามารถบันทึกการสำรวจและระบุพิกัดบ้านที่ถูกสำรวจ พร้อมแสดงผลได้ทันทีหลังจากสำรวจเสร็จ และเป็นที่สนใจของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอปาก เกร็ด และ รพ.สต.คลองพระอุดมอำเภอปากเกร็ด อย่างมาก ซึ่งถือว่าเป็นก้าวแรกของการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคไข้เลือดออกเชิงรุก โดยจังหวัดนนทบุรีจะเป็นจังหวัดแรกที่นำร่องระบบฯ อย่างเต็มรูปแบบก่อนที่จะขยายผลการใช้งานไปทั่วประเทศในระยะเวลา 3 ปี. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สำรวจลูกน้ำยุงลายด้วยแท็บเล็ต
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

สำรวจลูกน้ำยุงลายด้วยแท็บเล็ต
-

หอฯหวังเห็นการเมืองสงบก่อนกันยายน
นายอิสระว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารสภาหอการค้าไทยนัดพิเศษเพื่อหารือถึงการประกาศกฎอัยการศึกว่า ในการประเมินเบื้องต้นหอการค้าฯมองว่าจะส่งผลดีต่อประเทศชาติเพราะเชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์การเมืองของไทยกลับเข้าสู่คงามสงบมากขึ้นและจะสามารถนำพาประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามภาคเอกชนคาดหวังที่จะเห็นการยกเลิกกฎอัยการศึกและสถานการณ์ต่างๆกลับเป็นปกติโดยเร็วก่อนเดือน ก.ย. นี้ เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าได้ตามปกติ ขณะเดียวกันยังต้องการเห็นประเทศไทยมีรัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจในการบริหารประเทศแบบเต็มรูปแบบโดยเร็วที่สุดเพื่อผลักดันให้ภาคเอกชนสามารถเดินหน้าการทำธุรกิจและเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปแต่ยังไม่สามารถประเมินภาวะเศรษฐกิจในปีนี้ว่าจะขยายตัวดีขึ้นมากน้อยเพียงใดคงต้องรอการประชุมหอการค้าทั่วประเทศในช่วงสิ้นเดือนนี้ก่อน แต่มั่นใจว่านักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นส่วนที่มาของนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะเป็นแบบใดนั้นภาคเอกชนไม่สามารถกำหนดทิศทางหรือกฎเกณฑ์ใดๆ ได้คงต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายการเมืองจะเป็นผู้จัดการในเรื่องนี้ต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หอฯหวังเห็นการเมืองสงบก่อนกันยายน -

งานไทยเฟกซ์คึกคักลูกค้าต่างชาติร่วมตรึม
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังเปิดงานแสดงสินค้าอาหาร 57 หรือ ไทยเฟกซ์ 2014 ว่า ผลการประกาศกฎอัยการศึกไม่ได้ส่งผลให้ต่างชาติหรือ คู่ค้ายกเลิกการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหาร แต่จะทำให้ต่างชาติยิ่งมั่นใจว่าสถานการณ์จะมีความเรียบร้อยและสามารถดูแลได้ง่ายขึ้น โดยคาดว่า จะมีผู้ซื้อทั้งไทย และต่างประเทศเข้าชมงานรวมกว่า 96,000 รายและมีบริษัทชั้นนำสนใจเข้าร่วมงานกว่า 1,500บริษัท เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ มาเลเซีย อิตาลี บราซิล ไต้หวัน ตุรกี ประเทศในกลุ่มอาเซียน ยุโรปและสหรัฐอเมริกาเป็นต้น “อุตสาหกรรมอาหารเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไทยสร้างรายได้ให้กับประเทศโดยในปีที่ผ่านมาไทยสามารถส่งออกสินค้าอาหารไปยังตลาดโลกเป็นมูลค่าสูงถึง 756,919 ล้านบาทโดย คาดว่า ในปีนี้การส่งออกสินค้าอาหารไทยจะสามารถขยายตัวได้ 4.8% อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากงานแฟร์ในครั้งนี้ ที่เหลืออยู่ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะยังเดินหน้าจัดตามแผนเดิม โดยไม่มีการยกเลิกแน่นอน” สำหรับการจัดงานแบ่งเป็นวันเจรจาธุรกิจระหว่างวันที่ 21-23 พ.ค. 57 และวันจำหน่ายปลีก ในวันที่ 24-25 พ.ค. 57 ระหว่างเวลา 10.00-20.00 น. ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1- 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานีโดยในปีนี้มีผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมแสดงสินค้าเพิ่มมากขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดจากการซื้อขายไม่ต่ำกว่า5,000 ล้านบาทซึ่งเชื่อว่าหากประสบความสำเร็จจะทำให้ไทยก้าวขึ้นเป็นครัวของโลกได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : งานไทยเฟกซ์คึกคักลูกค้าต่างชาติร่วมตรึม