นายวิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรไทย เปิดเผยว่า หลังจากประกาศกฏอัยการศึกแล้ว หากมีการแต่งตั้งรัฐบาลใหม่ ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายใดก็ขอให้ช่วยดำเนินการเรื่องเงินจำนำข้าวให้กับเกษตรกรต่อเนื่อง และให้ช่วยกำหนดมาตรการดูแลราคาข้าวเปลือกนาปรังปี 57 ไม่ว่าจะใช้วิธีการรับจำนำต่อเนื่องหรือไม่ ก็ขอให้ดูแลราคาข้าวเปลือกให้อยู่ในระดับตันละ11,000 บาท จึงทำให้เกษตรอยู่ได้ เพราะขณะนี้เกษตรกรปลูกข้าว แต่ขายได้ราคาต่ำมาก เพียงตันละ 5,800-6,000 บาท ขณะที่ต้นทุนการปลูกข้าวของชาวนาเพิ่มขึ้นไปเป็นตันละ 9,000 บาทแล้วนายประสิทธิ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย กล่าวว่า หากมีการตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็ว ก็จะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดี โดยรัฐบาลใหม่ไม่จำเป็นต้องดำเนินโครงการรับจำนำต่อ หรือหากจะดำเนินโครงการรับจำนำต่อ ก็ควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การรับจำนำให้เหมาะสม ไม่ให้กระทบต่อตลาดข้าว ไม่จำเป็นต้องตั้งราคาสูงถึงตันละ 15,000 บาท เพราะในท้ายที่สุด ชาวนาก็ไม่สามารถขายข้าวได้ในระดับราคาดังกล่าว แต่กลับเป็นแรงผลักดันทำให้ปรับขึ้นค่าปุ๋ยค่าเช่าที่ดินแทน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชาวนาจี้เร่งหาเงินคืน
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

ชาวนาจี้เร่งหาเงินคืน
-

จุฬาชี้อาฟเตอร์ช็อคเชียงรายอาจเป็นแผ่นดินไหวกว่า10ครั้ง
วันนี้(20 พฤษภาคม 2557) ที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการจัดเสวนาวิชาการ เรื่องเปิดปมข้อมูลแผ่นดินไหว6.3 ริกเตอร์ จังหวัดเชียงราย 2557 โดยมีศาสตราจารย์ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หัวหน้าหน่วยศึกษาพิบัติภัยและข้อมูลสนเทศเชิงพื้นที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนข้อมูล ศาสตราจารย์ดร.ธนวัฒน์ เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลแผ่นดินไหวขนาด6.3 ริกเตอร์ที่ จังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ 5พค.ที่ผ่านมา พบว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นแผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนคนไทยมากที่สุดในประวัติศาสตร์ในรอบ50 ปี จากข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหวที่มีการบันทึกด้วยเครื่องมือสมัยใหม่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2508-2557 ทั้งนี้จากข้อมูลสถิติการเกิดแผ่นดินไหวรวมถึงอาฟเตอร์ช็อคตั้งแต่วันที่5 พค. จนถึง 15 พค. เวลา 10.17 น. พบว่ามีแผ่นดินไหวที่มีขนาดมากกว่า 2ริกเตอร์จำนวน 416ครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นแผ่นดินไหวที่ไม่ปกติ ดังนั้นจึงนำข้อมูลวิเคราะห์ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ หรือจีไอเอส รวมถึงเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ พบว่าการเกิดแผ่นดินไหวดังกล่าวอาจไม่ได้เกิดจากแผ่นดินไหวใหญ่หรือเมนช็อคเพียงครั้งเดียวแต่ในความเห็นส่วนตัวคิดว่าน่าจะเกิดแผ่นดินไหวหรือเมนช็อคเกือบ 10 ครั้งและเกิดจากรอยเลื่อนทั้งสิ้น 4แนวซึ่งอยู่ในกลุ่มรอยเลื่อนพะเยาคือ รอยเลื่อนแม่สรวย รอยเลื่อนแม่ลาว และอีก 2รอยเลื่อนใหม่ที่อยู่ใกล้เคียงคือรอยเลื่อนเชียงรายและรอยเลื่อนพานซึ่งยังไม่มีการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ “เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่จังหวัดเชียงราย6.3 ริกเตอร์ น่าสนใจ เนื่องจากความคิดเดิมที่บอกว่าเกิดจากแผ่นดินไหว 1 ตัวและทำให้เกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมามากขนาดนี้ ในประเทศไทยไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจึงมองเป็นเรื่องที่ค่อนข้างผิดปกติ จึงนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ตามหลักการวิทยาศาสตร์ ซึ่งพบว่า แผ่นดินไหว 1ครั้ง แล้วเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมานั้น ไม่ควรมีรัศมีตามความยาวรอยเลื่อนเกิน 5กิโลเมตร ซึ่งเกินกว่านั้นมองว่าไม่น่าเป็นไปได้ในทาง ธรณีวิทยา นอกจากนี้การใช้จีไอเอสทำให้พบกลุ่มรอยเลื่อนใหม่ที่น่าจะเป็นสาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหว6.3 ริกเตอร์ที่จังหวัดเชียงราย และอาจเป็นแผ่นดินไหวที่เรียกว่าเป็น MultipleEarthquake ของแผ่นดินไหวหลักทั้งหมดอย่างน้อย 10ครั้ง โดยสาเหตุหลักเกิดจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนเชียงราย(ชื่อไม่เป็นทางการ) ซึ่งประกอบด้วยรอยเลื่อน 4 แนวที่มีการเคลื่อนตัวสัมพันธ์กันทำให้เกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่อง” ศาสตราจารย์ดร.ธนวัฒน์ กล่าว ด้านนายสุวิทย์ โคสุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนวิจัยรอยเลื่อนมีพลัง กรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ในจังหวัดเชียงรายพบรอยแตกกระจัดกระจายในหลายพื้นที่แต่จะมีมากบริเวณรอยเลื่อนแม่ลาวและแม่สรวยทั้งนี้ยังยืนยันว่าการเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นการเกิดเมนช็อคครั้งเดียวและเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาทั้งนี้ข้อมูลตำแหน่งการเกิดแผ่นดินไหวอาจคลาดเคลื่อนได้มากกว่า 10 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าอาฟเตอร์ช็อคในระดับ3 ริกเตอร์ ที่ประชาชนสามารถรับรู้ความสั่นไหวได้น่าจะยังมีอยู่จนถึงสิ้นเดือนนี้ สำหรับข้อสงสัยที่ว่าการเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อรอยเลื่อนแม่จันซึ่งเป็นรอยเลื่อนที่สามารถทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้หรือไม่นั้นผศ.ดร.ภาสกร ปนานนท์ หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่าจากการนำข้อมูลธรณีฟิสิกส์มาสร้างแบบจำลองทำให้สามารถประเมิณได้ว่าผลจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ไม่กระทบถึงรอยเลื่อนแม่จันอย่างแน่นอน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จุฬาชี้อาฟเตอร์ช็อคเชียงรายอาจเป็นแผ่นดินไหวกว่า10ครั้ง -

ก.อุตเตรียมเรียกทุกหน่วยงานถก
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการเข้าประชุมร่วมกับผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ) ว่า ผบ.ทบ ได้เรียกทุกหน่วยราชการเข้ามาหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาของประเทศให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ให้ทุกหน่วยงานกลับไปคิดว่าจะทำอะไรให้กับประเทศชาติได้บ้าง บนพื้นฐานบทบาทหน้าที่ของตัวเอง และได้ย้ำให้ข้าราชการทำงานอย่างสบายใจ โดยยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ รวมทั้งให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดความขัดแย้งทางสังคม“ในวันนี้หัวหน้าหน่วยราชการต่าง ๆ และรัฐวิสาหกิจ ตัวแทนภาคเอกชนต่าง ๆ ได้ให้ความสนใจเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้มาก ชี้ให้เห็นทุกฝ่ายอยากให้ประเทศเดินหน้า และอยากเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ทุกฝ่ายได้เข้ามาร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนประเทศชาติให้เดินหน้า”ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรม ในวันที่ 21 พ.ค. จะเรียกอธิบดี และหัวหน้าหน่วยงานภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมทั้งหมด มาหาแนวทางลงไปดูแลภาคเอกชนไม่ให้ตื่นตระหนก และสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการ และนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งจะต้องออกกิจกรรมโรดโชว์ออกไปให้ข้อมูลกับนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น รวมทั้งหาแนวทางปรับปรุงการทำงานของทุกหน่วยงานในกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนฟื้นฟูประเทศชาติ และมีแนวคิดที่จะตั้งศูนย์รับฟังความคิดเห็นของข้าราชการ เพื่อลดความขัดแย้งภายในประเทศ และแสวงหาแนวทางพัฒนาการทำงานให้ดียิ่งขึ้นส่วนหลังจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะต้องฟังคำสั่งจากใครนั้น มองว่าในภาวะกฎอัยการศึกหน่วยราชการจำต้องฟังคำสั่งของฝ่ายทหาร และคาดว่าฝ่ายรัฐบาลจะไม่ออกคำสั่งที่ขัดแย่งกับฝ่ายทหาร
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ก.อุตเตรียมเรียกทุกหน่วยงานถก