นาธาน ฮาน อายุ 15 ปีจากบอสตัน สหรัฐอเมริกาผู้คิดค้นซอฟท์แวร์ที่สามารถศึกษาการเปลี่ยนแปลงของยีนที่สามารถก่อให้เกิดมะเร็งทรวงอกได้รับรางวัลชนะเลิศงานประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในโลกหรือ อินเทล ไอเซฟ (ISEF 2014) หนึ่งในโครงการจาก Society forScience & the Public นาธาน กล่าวว่าเขาศึกษาจากฐานข้อมูลที่หาได้ทั่วไปถึงลักษณะของการเปลี่ยนแปลงของยีนที่มีชื่อว่า BRCA1เพื่อที่จะ “สร้าง” ให้ซอฟท์แวร์ที่เขาพัฒนาขึ้นสามารถแยกแยะได้ว่ายีนตัวใดสามารถนำไปสู่การก่อมะเร็งได้ซึ่งผลงานของเขามีความแม่นยำถึงร้อยละ 81 และหากเป็นการศึกษาจากยีน BRCA1ก็จะเพิ่มความแม่นยำได้สูงขึ้นไปอีกจากแนวคิดนี้จึงทำให้เค้าได้รับรางวัลชนะเลิศพร้อมรับเงินรางวัลมูลค่า 75,000เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นรางวัลที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ กอร์ดอน อี. มัวร์นักวิทยาศาสตร์ และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทอินเทลส่วนนายวันทา กำลัง และนายภัทรพงศ์ลิมปวัฒนะ ผู้พัฒนาโครงการ “ผลของสารจากพืชบางชนิดที่มีต่อเปอร์เซ็นต์การฟักเป็นตัวของไข่และการตายของหอยเชอร์รี่หอยทากสยาม และหอยทากยักษ์แอฟริกา” ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมนักเรียนไทยจากโรงเรียนพนมอดุลวิทยาอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับรางวัลที่ 4ในสาขาพฤษศาสตร์ พร้อมรับเงินรางวัลมูลค่า 500เหรียญสหรัฐฯเลนนาร์ท ไคลน์เวิร์ท อายุ 15 ปีจากเยอรมนี ได้รับรางวัล นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่จากมูลนิธิอินเทลพร้อมเงินสดมูลค่า 50,000 เหรียญสหรัฐฯจากผลงานการค้นคว้าซอฟท์แวร์บนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่ผู้ใช้งานสามารถวาดเส้นสายในรูปแบบต่างๆรวมถึงเส้นเว้า เส้นโค้งเส้นตรงและทรงเรขาคณิตลงบนหน้าจอซึ่งเครื่องจะทำการประมวลผลและสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบได้ตามที่ผู้ใช้งานต้องการซึ่งในอดีตความสามารถนี้จำเป็นต้องมีระบบประมวลผลขั้นสูงและราคาแพงแชนนอน ซินจิง ลี อายุ 17 ปีจากประเทศสิงคโปร์ คืออีกหนึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่จากมูลนิธิอินเทล พร้อมเงินรางวัลมูลค่า 50,000เหรียญสหรัฐฯจากการคิดค้นตัวเร่งปฎิกิริยาเชิงไฟฟ้าเพื่อนำมาใช้กับแบตเตอรี่ในอนาคตการประดิษฐ์แบตเตอรี่ที่ทำมาจาก zinc-air ที่ชาร์จไฟใหม่ได้นั้นเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์มากมายกำลังคิดค้นวิธีที่จะทำให้เกิดขึ้นจริงเพราะว่าจะเพิ่มความปลอดภัยมากกว่า น้ำหนักเบากว่าและยังสามารถจุไฟได้มากกว่าแบตเตอรี่แบบ lithium ion ถึง6 เท่าซึ่งเหมาะที่จะนำไปใช้ในรถยนต์ประเภทไฮบริด โดย ลี ค้นพบว่าตัวเร่งกิริยาที่เธอค้นพบจากการรมควันมะเขือยาวนั้น สามารถให้พลังงานที่ยาวนานและเสถียรกว่าตัวเร่งที่มีวางจำหน่ายอยู่ทั่วไปนอกจากนี้ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีราคาถูกกว่าด้วยปีนี้มีนักวิทยาศาสตร์เยาวชนกว่า 1,700 คนที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าแข่งขันในงานประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาโดยเป็นการคัดเลือกจากเวทีการแข่งขัน 435 เวที จาก 70 ประเทศในทั่วทุกภูมิภาคและทวีปของโลก นักเรียนที่ชนะในการประกวดและได้รับคัดเลือกจากมูลนิธิอินเทลจะมีโอกาสได้ร่วมเดินทางทัศนศึกษารวมระยะเวลา 11วัน ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมงานการแข่งขันวิทยาศาสตร์แห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศรวมถึงพบปะกับนักวิจัยที่อินเทล แล็บในนครเซี่ยงไฮ้และเยี่ยมชมศูนย์วิจัยหมีแพนด้าในนครเฉิงตู
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นักวิทยาศาสตร์วัย 15 ปี คิดซอฟท์แวร์ตรวจจับยีนก่อให้เกิดมะเร็ง
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

นักวิทยาศาสตร์วัย 15 ปี คิดซอฟท์แวร์ตรวจจับยีนก่อให้เกิดมะเร็ง
-

ถอดบทเรียนความเสียหายแผ่นดินไหวเชียงราย
รศ. ดร.อมร พิมานมาศ รองเลขาธิการสภาวิศวกร และอาจารย์ประจำสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธรมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะนักวิจัยโครงการ “ศึกษาวิธีการออกแบบและเสริมกำลังอาคารในประเทศเพื่อต้านทานแผ่นดินไหว”โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดเผยว่าจากการลงพื้นที่ที่จังหวัดเชียงรายเพื่อสำรวจอาคารที่เสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและได้ประมวลข้อมูลเพื่อหาสาเหตุของความเสียหายนั้นผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่พอจะสรุปในเบื้องต้นได้ว่ามีหลายสาเหตุที่ทำให้อาคารได้รับความเสียหายอย่างมากมายโดยสามารถจำแนกออกได้เป็น 5 สาเหตุหลักดังนี้1. การก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานทางวิศวกรรมเสามีขนาดที่เล็กเกินไปไม่สมดุลกับขนาดของคานอาทิ เสาขนาดเพียง 15-20 ซม. ซึ่งเล็กเกินไปไม่เหมาะสมที่จะต้านแผ่นดินไหวนอกจากนี้การเสริมเหล็กในเสาไม่ได้มาตรฐาน เช่นใส่เหล็กแกนในเสาเพียงแค่ 2 เส้นทั้งที่ตามมาตรฐานการออกแบบต้องใส่เหล็กเสริมในเสาอย่างน้อย 4 เส้นหรือการใช้เหล็กปลอกที่มีขนาดเล็กเกินไป เช่น ใช้เหล็กขนาด 4 มม. เป็นเหล็กปลอกซึ่งตามมาตรฐานการออกแบบต้องใช้เหล็กปลอกที่มีขนาด 6 มม. แบบเต็มเส้นขึ้นไป2. ชั้นอ่อนของอาคารเกิดขึ้นกับบ้านที่ก่อสร้างเป็น 2 ชั้นแต่เมื่อเกิดแผ่นดินไหว เสาชั้นล่างถูกทำลายอย่างยับเยิน ทำให้ชั้นบนของบ้านพังลงมากองอยู่ที่พื้นดินแทนมักเกิดขึ้นกับบ้านที่ชั้นล่างเปิดโล่งเป็นใต้ถุนบ้าน ซึ่งทำให้เสาชั้นล่างอ่อนแอและกลายเป็นจุดอ่อนของอาคาร จึงถูกทำลายโดยแผ่นดินไหวไปก่อนส่งผลให้ชั้นบนของอาคารพังถล่มลงมากองอยู่ที่พื้นดิน3. การวิบัติของเสาสั้นหรือเสาตอม่อเสาตอม่อซึ่งเป็นเสาที่อยู่ใต้พื้นชั้นล่างของบ้านเป็นเสาสั้นๆ ที่มีความสูงประมาณ 50-100 ซม. แต่เป็นเสาที่มีความสำคัญมาก เนื่องจากต้องรับน้ำหนักของเสาที่อยู่ชั้นบนเสาตอม่อได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากสาเหตุจากแรงแผ่นดินไหวทำให้เสาตอม่อเฉือนขาดหรือปูนแตกระเบิดที่ปลายบนและล่างทำให้เสาชั้นบนทรุดลงตามมาและเกิดการวิบัติในที่สุด4. ระยะห่างของเหล็กปลอกมากเกินไปหัวใจสำคัญของโครงสร้างอาคารต้านแผ่นดินไหวอยู่ที่เหล็กปลอกหรือเหล็กที่พันเป็นปล้องๆรอบเหล็กแกนของเสา เมื่อเกิดแผ่นดินไหวคอนกรีตในเสาจะแตกระเบิดและหลุดแยกออกจากกันเป็นชิ้นๆเหล็กปลอกจะช่วยยึดคอนกรีตไว้ไม่ให้หลุดออกจากกันและช่วยประคองเหล็กแกนไม่ให้คดงอเสียรูปอีกด้วย จากข้อมูลในพื้นที่พบว่าการเสริมเหล็กปลอกในเสาเว้นระยะห่างเท่ากับ20 ซม. ซึ่งมากเกินกว่าที่มาตรฐานกำหนดไว้ถึง 2 เท่า หรือเท่ากับ 10 ซม.จึงเป็นสาเหตุให้คอนกรีตแตกระเบิดและเหล็กแกนบิดเบี้ยวเสียรูป5. การยึดระหว่างชิ้นส่วนต่างๆไม่เพียงพอการหลุดแยกออกจากกันระหว่างชิ้นส่วนต่างๆ เช่น คานหลุดแยกจากเสา พื้นหลุดแยกจากคาน เป็นต้นสาเหตุเกิดจากการใส่เหล็กยึดระหว่างชิ้นส่วนต่าง ๆไม่เพียงพอหรือมีระยะฝังเหล็กที่น้อยเกินไป หรือไม่ได้ทำงอฉาก 90องศาที่ปลายเหล็กเพื่อยึดโครงสร้างเข้าด้วยกัน ในพื้นที่พบว่าเหล็กเสริมในคานที่ฝังเข้าไปในเสาต้นนอกนั้นมีระยะฝังเพียง 5-10 ซม. เท่านั้นจึงทำให้คานและเสาหลุดออกจากกัน แล้วทำให้โครงสร้างถล่มเสียหายบทสรุป ผู้เขียนได้วิเคราะห์ 5สาเหตุหลักที่ทำให้โครงสร้างอาคารได้รับความเสียหายในเหตุแผ่นดินไหวที่เชียงรายซึ่งเป็นข้อสรุปในเบื้องต้น เมื่อเราได้นำสาเหตุเหล่านี้มาประมวลเข้าด้วยกันก็จะได้แนวทางในการแก้ไขหรือการปรับปรุงวิธีการออกแบบและการก่อสร้างในบ้านเราให้ดียิ่งขึ้นไป(ขอขอบคุณ ดร. ธีระพจน์ ศุภวิริยะกิจมหาวิทยาลัยพะเยา ที่เอื้อเฟื้อรูปถ่าย)
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ถอดบทเรียนความเสียหายแผ่นดินไหวเชียงราย -

โซเชียลสงสัย ทำไมลายเซ็น ผบ.ทบ.ไม่เหมือนกัน
จากกรณี ทาง กอ.รส. เปิดเฟซบุ๊กให้ข้อมูลประชาชนที่ใช้งานโซเชียลมีเดียเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ข่าวสารทางราชการตามที่ได้เสนอข่าวมาแล้วนั้นความคืบหน้า เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกของสื่อสังคมออนไลน์ หรือ โซเชียลมีเดียว ได้มีการตั้งข้อสังเกต เกี่ยวกับลายเซ็นของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในเอกสารของประกาศ กอ.รส. แต่ละฉบับ ซึ่งมีลักษณะไม่เหมือนกัน จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม เพจ ของกอ.รส. ในเฟซบุ๊ก ไม่ได้ตอบกระทู้ในข้อสงสัยดังกล่าว แต่อย่างใด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โซเชียลสงสัย ทำไมลายเซ็น ผบ.ทบ.ไม่เหมือนกัน