จากกรณีมีผู้เสียหายพลาดไปดูภาพหวิวออนไลน์จนถูกนำภาพขณะที่กำลังสไกป์ดูภาพหวิวมาแบล็กเมล์ เสียเงินเกือบ 1 แสนบาท ซึ่งคาดว่าเป็นเพราะโน้ตบุ๊คติดไวรัสที่มากับข้อความเฟซบุ๊คที่ชักชวน ทำให้กล้องเปิดโดยอัตโนมัติ นั้นวันนี้(14 มิย.) นายปริญญา หอมเอนก ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท เอซิสโปรเฟสชั่นนัลเซ็นเตอร์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบนคอมพิวเตอร์ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ปัจจุบันพบปัญหาแบบนี้เยอะมาก โดยเป็นเรื่องของพฤติกรรมผู้ใช้คอมพิวเตอร์ซึ่งในกรณีนี้อาจไม่เรียกว่าเป็นไวรัสที่ส่งเข้ามากับข้อความบนเฟซบุ๊ค แต่เป็นโทรจันชนิดหนึ่งที่มาจากเจ้าของเครื่องดาวน์โหลดมาโดยไม่ตั้งใจซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโปรแกรมดูวีดิโอ หรือวีดิโอเพลย์เยอร์ ซึ่งขณะที่เปิดดูภาพหวิวอาจมีการเรียกให้ดาวน์โหลดโปรแกรมเพื่อใช้ในการดู ทั้ง ๆ ที่โปรแกรมในการดูภาพหรือวีดิโอตามปกติในเครื่องจะมีอยู่แล้วทั้งนี้เมื่อโทรจันมาอยู่ในเครื่องจะสามารถควบคุมการใช้งานต่างๆ ของเครื่องได้ทันที รวมถึงการเปิดกล้องเว็บแคมที่มีอยู่ในเครื่องและส่งไฟล์ออกไปได้ด้วยอย่างไรก็ดี เตือนว่าภัยดังกล่าวขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์เอง ที่ไม่ตระหนักถึงอันตรายที่มาจากการดาวน์โหลดโปรแกรมที่ไม่น่าเชื่อถือหรือมาจากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมและไม่ควรดาวน์โหลดไฟล์หรือโปรแกรมที่มาจากโฆษณา ป๊อบอัพ รวมถึงแอพพลิเคชั่นและลิงค์ที่มากับบราวเซอร์ต่างๆ ด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เตือนดูภาพหวิวออนไลน์ห้ามโหลดโปรแกรมเพิ่ม
เดือน: มิถุนายน 2014
-

เตือนดูภาพหวิวออนไลน์ห้ามโหลดโปรแกรมเพิ่ม
-

ราคาทอง14มิ.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,000บาท
วันที่ 14 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:17 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยเพิ่มขึ้นจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,000 บาท รับซื้อ 19,222.88 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,600 บาท รับซื้อ 19,500 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,000 บาท รับซื้อ 19,222.88 บาท ทองแท่งขาย 19,600 บาท รับซื้อ 19,500 บาท เวลา 09:17 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง14มิ.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,000บาท -

รู้เท่าทัน ก่อนจะหันมาใช้ ‘บัตรเครดิต’ – ไขปัญหาผู้บริโภค
เมื่อวิถีการดำเนินชีวิตของคนในสังคมก้าวสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลง ความทันสมัยหรือกระแสวัตถุนิยม ถือเป็นสิ่งเร้าที่ก่อให้เกิดความฟุ้งเฟ้อ ความอยากมี อยากได้ ทำให้หลายคนหันไปพึ่งเงินพลาสติกอย่างบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อต่าง ๆ เพื่อเป็นช่องทางในการกู้ยืมเงินสด และการผ่อนชำระสินค้า มาใช้ตอบสนองความต้องการของตน ปัจจุบัน การใช้บริการบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อต่าง ๆ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะความสะดวกสบายที่สามารถรูดซื้อสินค้าโดยไม่ต้องใช้เงินสด หรือผ่อนชำระสินค้าโดยสามารถเลือกช่วงระยะเวลา และดอกเบี้ยได้หรือการกดเงินสดเป็นเงินหมุนเวียนเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ด้วยเหตุนี้ผู้ที่ชื่นชอบความรวดเร็ว ทันใจ จึงหันมาเลือกใช้บริการมากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการหลายรายก็จัดทำโปรโมชั่นต่าง ๆ ออกมาเพื่อโฆษณา เชิญชวนให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาสมัครใช้บริการบัตรต่าง ๆ เพิ่มขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน โดยส่วนมากจะนำเสนอสิทธิประโยชน์การใช้บริการตามห้างร้านต่าง ๆ แต่ไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดที่จำเป็นเกี่ยวกับเงื่อนไขในสัญญา เช่น ค่าธรรมเนียมรายปี ค่าติดตามทวงถาม ค่าผิดนัดชำระหนี้ ที่เป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาเลือกใช้บริการบัตรเครดิต และบัตรสินเชื่อ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ผู้บริโภคควรตระหนักในการเลือกใช้บริการบัตรเหล่านี้ คือ ศึกษาเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บัตร ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการของผู้ให้บริการหลาย ๆ รายเปรียบเทียบกัน เช่น คิดค่าธรรมเนียมรายปี ค่าติดตามทวงถามหนี้ ค่าผิดนัดชำระหนี้ มากน้อยเพียงใดเป็นไปตามที่ ธปท.กำหนดไว้หรือไม่ รวมถึงข้อความที่ต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจบัตรเครดิตเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา แล้วจึงมาตรวจสอบเรื่องสิทธิประโยชน์การใช้บัตร และการเปรียบเทียบส่วนลดค่าใช้จ่ายที่จะตามมาจากการใช้บัตร สุดท้ายจึงมาพิจารณาของแถมต่าง ๆ ว่ามีเงื่อนไขอื่นแอบแฝงหรือไม่ บัตรเครดิตถือว่ามีประโยชน์หลายประการสำหรับผู้ที่มีระเบียบวินัยทางการเงิน หากรู้จักวางแผนการใช้จ่ายอย่างถูกวิธี และไม่ใช้จ่ายมากเกินความจำเป็น ในทางกลับกัน หากไม่มีการวางแผนการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ และไม่คำนึงถึงความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ ตลอดจนขาดความยับยั้งชั่งใจ ย่อมส่งผลให้เกิดภาระหนี้สินเพิ่มมากขึ้น ฉะนั้น เราควรพึงตระหนักไว้ว่า “เมื่อเรานำเงินของผู้อื่นมาใช้ก่อน เราจึงมีหน้าที่ต้องชำระเงินนั้นคืน”.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รู้เท่าทัน ก่อนจะหันมาใช้ ‘บัตรเครดิต’ – ไขปัญหาผู้บริโภค