เดือน: มิถุนายน 2014

  • จัดผู้ตรวจ 100 ชุด เช็คสต๊อกข้าวทั่วประเทศ

    จัดผู้ตรวจ 100 ชุด เช็คสต๊อกข้าวทั่วประเทศ

    มล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมออกตรวจสต๊อกข้าวสารทั่วประเทศในช่วงต้นเดือนก.ค.นี้ เบื้องต้นจะจัดทีมตรวจประมาณ 100 ชุด ประกอบด้วย ผู้แทนจากกองทัพ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการแต่ละกระทรวงมาเป็นหัวหน้าชุดออกสุ่มตรวจแบบไม่ แจ้งล่วงหน้าว่าจะลงไปยังพื้นที่ใดบ้าง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงมากที่สุด “ตอนนี้ต้องรอข้อมูลบัญชีตัวเลขที่แท้จริงของกระทรวงพาณิชย์ที่จะไปรวบรวมมาให้คณะอนุกรรมการฯ รับทราบก่อนในช่วงปลายเดือนมิ.ย.นี้ ว่าจะมีข้าวสารในสต๊อกอยู่เท่าไร รวมทั้งจำนวนโกดัง และจังหวัดที่เกี่ยวข้อง และเมื่อได้บัญชีมาแล้ว จะรีบออกตรวจทันทีโดยไม่ช้า ก่อนจะสรุปผลการตรวจสอบไปให้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบ โดยการตรวจจะตรวจแบบมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ทำแบบผักชีโรยหน้า เช่น ข้าวที่อยู่ตรงกลางจะมีวิธีตรวจอย่างไร ปีนขึ้นไปตรวจยังไงไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งการฉ่ำข้าวที่ถูกวิธีด้วย” ทั้งนี้ในระหว่างที่รอข้อมูลตัวเลขจากกระทรวงพาณิชย์ คณะอนุฯได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรที่จะออกไปตรวจสอบ โดยให้เร่งฝึกอบรบแผนปฏิบัติงานในด้านต่างๆ เพราะเห็นว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังข้าวครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย เพราะแต่ละที่จะมีโกดังจะมีอยู่หลายพื้นที่ เช่น ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางจะมีจำนวนโกดังมากกว่าทางภาคใต้ ขณะที่การเก็บรักษาข้าวก็มีวิธีที่แตกต่างกัน จึงต้องฝึกอบรมให้ถูกต้อง คาดว่า จะใช้เวลาฝึกประมาณ 2 วัน ในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ ล่าสุดยังได้กำชับไปยังส่วนราชการทุกจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องข้าวให้ ดูแลและควบคุมไม่ให้มีการโยกย้ายข้าวสารทั้งระหว่างโกดัง หรือระหว่างจังหวัด เพราะการโยกย้ายข้าว ถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของทางผู้บริหารที่ดูแลเรื่องดังกล่าวโดยเฉพาะ ขณะเดียวกันทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ยังขอเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ด้วย ซึ่งเชื่อว่า จะช่วยเพิ่มศักยภาพในด้านการตรวจสอบให้ดียิ่งขึ้น และเมื่อผลสรุปออกมา เช่น ปริมาณข้าวสารที่แสดงไว้ในบัญชีไม่ตรงกับปริมาณที่เจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบ จะถือว่า เป็นการกระทำที่ทุจริต จากนั้นคงต้องดำเนินการลงโทษตามกฎหมายต่อไป รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง แจ้งว่า เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐ เพื่อกำหนดแนวทางในการจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐ โดยที่ประชุมมีมติ 3 เรื่องคือ แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือตามโครงการของรัฐ โดยมีนางสาวชุติมา บุณยประภัศร ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานคณะทำงาน ขณะเดียวกันยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งข้อมูลให้ประธานคณะทำงานดังกล่าวภายในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ และให้คณะทำงานจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือตามนโยบายของรัฐ และรายงานผลการจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐ ต่อคณะอนุกรรมการจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐ ในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 176/2557 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐลงวันที่ 6 มิ.ย.57

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จัดผู้ตรวจ 100 ชุด เช็คสต๊อกข้าวทั่วประเทศ

  • ธุรกิจตั้งใหม่จดทะเบียนลดฮวบ

    ธุรกิจตั้งใหม่จดทะเบียนลดฮวบ

    นายชัยณรงค์ โชไชย รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดเผยว่า การจดทะเบียนนิติบุคคลตั้งใหม่เดือนพ.ค. 57มีผู้ประกอบการยื่นขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัททั่วประเทศ  4,583 ราย ลดลง26% เทียบกับพ.ค.56 แต่เพิ่มขึ้น 7% เทียบกับเดือนเม.ย.57มีทุนจดทะเบียน 20,283 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 2% เทียบกับพ.ค.56 และเพิ่มขึ้น 17% เทียบกับเม.ย.56 ส่งผลให้ยอดการจดทะเบียนนิติบุคคลตั้งใหม่ช่วง 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) 57 มีจำนวน24,267 ราย ลดลง 21%เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาส่วนแนวโน้มการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลคาดว่าจะมีทิศทางดีขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้ามาบริหารประเทศตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 โดยทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นและยังทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ล้วนเพิ่มขึ้นซึ่งน่าจะทำให้ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นในการประกอบธุรกิจ และจะเพิ่มการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลมากขึ้น 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธุรกิจตั้งใหม่จดทะเบียนลดฮวบ

  • ลุ้นเศรษฐกิจไทยติดเครื่องครึ่งปีหลัง

    ลุ้นเศรษฐกิจไทยติดเครื่องครึ่งปีหลัง

    นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.คาดว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ โดยมีแรงกระตุ้นจาก 4 เครื่องยนต์หลัก ซึ่งประกอบด้วย การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน การส่งออก และการบริโภค แต่ยอมรับว่า การบริโภคในปีนี้อาจฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ประชาชนยังคงระมัดระวังในการใช้จ่าย สำหรับปัจจัยที่ต้องจับตามอง คือ การดำเนินนโยบายการเงินของเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าที่อาจส่งผลกระทบต่อเงินทุนเคลื่อนย้าย“โดยปกติเราจะเห็นว่าทุกครั้งที่มีวิกฤติ ทั้ง เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 54 และเหตุการณ์ทางการเมืองเมื่อปี 49 แต่สิ่งที่จะเริ่มกลับมาเร็วหลังวิกฤติคือ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยครั้งนี้ ความเชื่อมั่นก็เริ่มฟื้นตัว แต่เพราะประชาชนมีหนี้สินมาก ภาระยังสูง ทำให้ประชาชนยังระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้จ่ายในส่วนของสินค้าฟุ่มเฟือย แต่สำหรับสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพยังเติบโตได้ปกติ ทำให้รอบนี้เราคงไม่ได้เห็นการบริโภคที่กลับมาแรงเหมือนหลังวิกฤติครั้งอื่นๆ ตอนนี้สิ่งที่มีอันดับแรกน่าจะเป็นการเร่งการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐจะมาเป็นอันดับหนึ่งมากกว่า เพราะจะเชื่อมโยงกับการลงทุนเอกชนด้วย” 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลุ้นเศรษฐกิจไทยติดเครื่องครึ่งปีหลัง