วันที่ 12 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16:54 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 3 โดยเพิ่มขึ้นจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,850 บาท รับซื้อ 19,071.28 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,450 บาท รับซื้อ 19,350 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 3 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,850 บาท รับซื้อ 19,071.28 บาท ทองแท่งขาย 19,450 บาท รับซื้อ 19,350 บาท เวลา 16:54 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 2 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,800 บาท รับซื้อ 19,025.80 บาท ทองแท่งขาย 19,400 บาท รับซื้อ 19,300 บาท เวลา 11:37 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 คงที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,850 บาท รับซื้อ 19,071.28 บาท ทองแท่งขาย 19,450 บาท รับซื้อ 19,350 บาท เวลา 09:30 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง12มิ.ย.57 ปรับครั้งที่3 รูปพรรณขาย19,850บาท
เดือน: มิถุนายน 2014
-

ราคาทอง12มิ.ย.57 ปรับครั้งที่3 รูปพรรณขาย19,850บาท
-

ชาวบ้านโวยอาหารจานด่วนในส่วนราชการแพง
นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและข้าราชการในหน่วยงานราชการที่เป็นหน่วยงานให้บริการประชาชนผ่านสายด่วน1569 ถึงราคาอาหารจานด่วนภายในศูนย์อาหารราชการและรัฐวิสาหกิจมีการคิดราคาเมนูอาหารแต่ละรายการแพงเท่ากับห้างสรรพสินค้าเฉลี่ยต่อจาน35-45 บาท จึงอยากให้กรมเข้ามาช่วยดูแลปัญหาดังกล่าว “การร้องเรียนนอกจากจะมีในหน่วยงานราชการแล้วยังมีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจหรือบริษัทที่หน่วยงานภาครัฐดูแลที่เปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาประมูลศูนย์อาหารภายในองค์กรนั้นๆแต่กลับเรียกเก็บค่าอาหารต่อจานที่แพงเทียบเท่ากับห้างสรรพสินค้า โดยร้านอาหารอ้างว่าถูกคิดค่าเช่าที่แพงมากซึ่งกรมจะส่งทีมสำรวจข้อมูลปัญหาตรงนี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อจะได้นำข้อมูลส่วนนี้เป็นฐานไปหามาตรการกันต่อไป” นายสันติชัยกล่าวว่า ที่ผ่านมากรมได้ส่งทีมสำรวจและขอความร่วมมือไปบ้างแล้วแต่เมื่อยังมีการร้องเรียนจากประชาชนก็จะเชิญส่วนราชการโดยเน้นส่วนราชการที่ให้บริการประชาชนก่อนซึ่งข้อเท็จจริงการคิดราคาอาหารต่อจานในส่วนราชการจะต้องมีราคาไม่แพงหรือเท่ากับห้างสรรพสินค้าเพราะการเรียกเก็บค่าเช่าพื้นที่ของส่วนราชการจะเก็บเพื่อเป็นสวัสดิการของส่วนราชการนั้นๆโดยไม่เกี่ยวข้องต้องเก็บค่าเช่าไปจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟเพราะราชการมีระบบการจ่ายตรงนี้จากงบประมาณอยู่แล้วดังนั้นจะคิดอาหารต่อจานเท่ากับห้างสรรพสินค้าไม่ได้ นายพรศิลป์พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ต้องการให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปรับโครงการการดูแลราคาสินค้าของประเทศไทยใหม่จากปัจจุบันเน้นการควบคุมราคาสินค้ามาเป็นให้ภาครัฐร่วมมือกับห้างค้าปลีกในประเทศ ทำราคาสินค้าที่จำเป็นเป็น 2 กลุ่มได้แก่การส่งเสริมให้ราคาให้เป็นตามกลไกตลาด และการแทรกแซงผ่านการอุดหนุนจากภาครัฐด้วยการให้ราคาลดลง 10% โดยรัฐจะเข้าไปอุดหนุนส่วนต่างราคาดังกล่าวซึ่งจะส่งผลให้ราคาเป็นไปตามเสรี
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชาวบ้านโวยอาหารจานด่วนในส่วนราชการแพง -

เอกชนภาคใต้ ยังมึนแผนรับมือไฟฟ้าดับ
นายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ หอการค้าไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในภาคใต้ ยังไม่ได้รับรู้ข้อมูลการปิดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซธรรมชาติพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ-เอ18) ระหว่างวันที่ 13 มิ.ย.-10 ก.ค. 57 ที่จะกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าในภาคใต้มากนักเท่าไรนัก ส่งผลให้ช่วงการซ้อมลดการใช้ไฟฟ้าในวันที่ 7 มิ.ย.ไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนมากนักลดการใช้ไฟฟ้าได้ไม่ถึง 100 เมกะวัตต์ จากเป้าหมายที่ต้องลดให้ได้ไม่ต่ำกว่า 250 เมกะวัตต์ จึงต้องการให้กระทรวงพลังงาน เพิ่มการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงชุมชนต่างๆมากขึ้น “ที่ผ่านมาสถานประกอบการจำนวนมากได้รับเพียงหนังสือเวียนร้องขอให้ประหยัดไฟฟ้า แต่ยังไม่มีการจัดประชุมหารือกับผู้ประกอบการอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานภาครัฐ ทำให้ขาดความร่วมมืออย่างจริงจังจากภาคเอกชน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะเร่งลงไปประสานงาน เพื่อให้เกิดการลดใช้ไฟฟ้าอย่างจริงจัง” นายวิถี สุพิทักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรม ภาคใต้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)กล่าวว่า ได้กำชับกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆในภาคใต้ให้ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในช่วง18.30-22.30 น. ที่เป็นช่วงใช้ไฟฟ้ามากที่สุด เพื่อรับมือการปิดซ่อมเจดีเอ แต่มีโรงงานบางอุตสาหกรรมที่ไม่สามารถหยุดเครื่องจักรได้ และหากไฟฟ้าดับ จะได้รับความเสี่ยหาย เช่น โรงอบไม้ถ้าหากไฟฟ้าดับไม่ที่อยู่กระบวนการอบก็จะได้รับความเสียหาย รวมทั้งยังมีอุตสาหกรรมห้องเย็นที่จำเป็นต้องเปิดเครื่องห้องเย็นทำงานตลอดเวลา และโรงงานยางบางส่วนที่ต้องเปิดเครื่องจักรกวนน้ำยางตลอดเวลา
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนภาคใต้ ยังมึนแผนรับมือไฟฟ้าดับ