เดือน: มิถุนายน 2014

  • ดูเม็กซ์เจาะตลาดนมแม่หลังคลอด

    ดูเม็กซ์เจาะตลาดนมแม่หลังคลอด

    นายกุสตาโวฮิลเดนแบรนด์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทดูเม็กซ์ ประเทศไทย เปิดเผยว่าบริษัทได้เปิดตัวนมสำหรับแม่ให้นมบุตรโดยเฉพาะ ในชื่อ มาม่า เบรส-ฟีดดิ้ง พรีไบโอโพรเทกนับเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทยเพื่อรับแนวโน้มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมกันนี้ได้ออกแคมเปญมาม่า พรีไบโอโพรเทก พื้นฐานที่ดี เริ่มต้นจากคุณแม่เพื่อส่งเสริมโภชนาการที่ดีให้คุณแม่ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนกระทั่งคลอดคาดว่าจะช่วยทำให้ตลาดนมสำหรับแม่ให้นมบุตรจะเติบโตขึ้นเป็น 2 เท่าภายในสิ้นปีนี้ จากสถิติกระทรวงสาธารณะสุขระบุว่า อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวก่อนลูกมีอายุ 6 เดือนเต็มที่ในปี 55 ที่ผ่านมา มีสัดส่วน 48% และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 60% ในปี 58 แต่ขณะเดียวกันก็พบว่าแม่ที่ให้นมลูกส่วนใหญ่มีความเสี่ยงได้รับสารอาหารสำคัญบางชนิด เช่น แคลเซี่ยมธาตุเหล็ก วิตามินเอ ไม่ถึง 40% ของที่ร่างกายต้องการกลายเป็นความเสี่ยงในการที่แม่จะขาดสารอาหารแทน ดังนั้นจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวขึ้นมา เพื่อดูแลสุขภาพแม่หลังคลอดด้วย “ทั้งนี้ ตลาดนมแม่ฯ มีมูลค่าปีละ 500 ล้านบาทโดยดูเม็กซ์มีส่วนแบ่งทางการตลาด 10%และคาดว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 15% ได้จากการเปิดตัวสินค้าใหม่ดังกล่าว อีกทั้งที่ผ่านมา ตลาดนมแม่ฯนี้ยังถือว่ามีขนาดเล็กอยู่ จึงยังมีศักยภาพการเติบโตที่สูงมากซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ศึกษาพฤติกรรมแม่ยุคใหม่พบว่าแม่เป็นผู้ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าด้วยตนเอง และศึกษาหาความรู้เป็นอย่างดีทั้งผ่าน่องทางการแพทย์ ออนไลน์ เพื่อน หรือญาติ และนิตยสารเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กทำให้บริษัทวางงบประมาณในการจัดกิจกรรมการตลาดนี้มากขึ้น 3 เท่าตัวและมั่นใจว่าจะทำให้มาม่า พรีไบโอฯ นี้โตขึ้น 2เท่าภายในสิ้นปีนี้ได้แน่นอน”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดูเม็กซ์เจาะตลาดนมแม่หลังคลอด

  • พฤกษาบุกตลาดบ้านหรู10-25 ล้านบาท

    พฤกษาบุกตลาดบ้านหรู10-25 ล้านบาท

    นายนิมิตร พูลสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจบ้านเดี่ยว บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าบริษัทได้ขยายตลาดบ้านเดี่ยวไปยังกลุ่มลูกค้าระดับบน (ไฮเอ็นด์)โดยพัฒาแบรนด์ใหม่คือ เดอะ ปาล์ม เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นเจ้าของธุรกิจหรือพนักงานระดับบริหารขึ้นไป เนื่องจากเห็นว่าตลาดระดับบนนั้นไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจหรือการเมืองแต่อย่างใดอีกทั้งที่ผ่านมา บริษัททำตลาดระดับกลางถึงล่างมาตลอด จึงต้องการที่จะพัฒนาสินค้าให้คลอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้นแต่เดิมบริษัททำบ้านเดี่ยวราคา 3-5 ล้านบาท แต่ขณะนี้ได้ปรับเพิ่มมาเป็น 7-10 ล้านบาท และ 10-25 ล้านบาทมากขึ้น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าโดยหลังจากเปิดให้จองซื้อ(พรีเซลล์)โครงการเดอะ ปาล์ม บนถนนพัฒนาการ รวมมูลค่า 2,000ล้านบาท 179 ยูนิต บนพื้นที่ใช้สอย 216–408ตารางเมตร ราคาตั้งแต่ 9-25 ล้านบาทมา 2 เดือน มียอดขายแล้ว 500 ล้านบาท คาดว่าสิ้นปีนี้จะมียอดขาย800-1,000 ล้านบาทปัจจุบันบนถนนพัฒนาการนี้ บริษัทมีที่ดิน 400 ไร่ ตั้งเป็น พฤกษา อเวนิว และมีโครงการต่าง ๆอยู่ในพื้นที่ 9 โครงการ ส่วนครึ่งปีหลังนี้ มีแผนที่จะเปิดตัวบ้านเดี่ยว3 ชั้น 1 โครงการ ราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป และบ้านแฝดอีก 1 โครงการ เนื่องจากมองว่า ตลาดบ้านเดี่ยวเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นเรื่อย ๆอย่างเห็นได้ชัดในช่วงครึ่งปีหลัง และกำลังจะหาซื้อที่เพิ่มเติมอีก ประเมินว่าปีนี้ตลาดบ้านเดี่ยวในส่วนของบริษัทจะโตขึ้น2-3% ซึ่งปีที่ผ่านมา มียอดขายเฉพาะบ้านเดี่ยว 9,000 กว่าล้านบาท แต่ปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 12,000ล้านบาทได้แน่นอน จากตลาดรวมบ้านเดี่ยว 91,000 ล้านบาท“ช่วง 5เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้ส่วนของบ้านเดี่ยว 4,000ล้านบาท จากการเปิดตัวโครงการใหม่ 12 โครงการ ซึ่ง 90%เป็นบ้านเดี่ยว และช่วง 7 เดือนหลังนี้จะเปิดอีก15 โครงการ เฉลี่ยลงทุนโครงการละ 1,000 ล้านบาท”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พฤกษาบุกตลาดบ้านหรู10-25 ล้านบาท

  • 3 แบงก์ชนะปล่อยกู้จำนำข้าว 4 หมื่นล้าน

    3 แบงก์ชนะปล่อยกู้จำนำข้าว 4 หมื่นล้าน

     น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยภายหลังเปิดซองประมูลเพื่อดำเนินการจัดหาเงินกู้และค้ำประกันให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ภายใต้โครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 56/57 เพิ่มเติมอีก 40,000 ล้านบาท อายุเงินกู้ 3 ปี ว่า การประมูลครั้งนี้มี 3 ธนาคาร เสนอดอกเบี้ยต่ำสุด ได้แก่ ธนาคารออมสิน วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็น วงเงิน 10,000 ล้านบาทแรก เสนออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นตลาดกรุงเทพ (ไบบอร์) 6 เดือน -0.1% และอีก 10,000 ล้านบาท เสนอดอกเบี้ยเท่ากับไบบอร์ 6 เดือน, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (เบย์) ได้วงเงิน 10,000 ล้านบาท เสนอดอกเบี้ยเท่ากับไบบอร์ 6 เดือน และธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ วงเงิน 10,000 ล้านบาท เสนอดอกเบี้ยไบบอร์ +0.05% ทั้งนี้ ดอกเบี้ยไบบอร์ 6 เดือน ปัจจุบันอยู่ที่ 2.28308% ต่อปี ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของเงินกู้ข้าว 40,000 ล้านบาท อยู่ที่ 2.2705% ต่อปี สูงกว่าการประมูลเงินกู้จำนำข้าวก้อนแรก 50,000 ล้านบาท เล็กน้อยประมาณ 0.09% ต่อปี แต่ก็ยังต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยพันธบัตร 3 ปี โดยกำหนดส่งมอบเงินทั้งหมดให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรภายในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ เพื่อจ่ายให้ชาวนาต่อไป ซึ่งการประมูลครั้งนี้มีธนาคารที่ยื่นซองประมูลเงินกู้ครั้งนี้มีทั้งหมด 11 ราย เป็นวงเงินที่เสนอเข้ามา 114,000 ล้านบาท สูงกว่าวงเงินที่เปิดประมูล 2.85 เท่า “อัตราดอกเบี้ยการประมูลเงินกู้ในรอบที่ 2 ยังถือว่าอยู่ในระดับสูงกว่าการประมูลครั้งก่อน 0.09% แต่ก็ยังเป็นอัตราที่น่าพอใจ เพราะยังต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3 ปีในตลาดอยู่ดี ส่วนการที่ สบน. กำหนดอัตราดอกเบี้ยพื้นฐานในการประมูลที่อัตราไบบอร์ 6 เดือนนั้น เนื่องจากเป็นการกำหนดจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของ 33 สถาบันการเงินทั่วประเทศ โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นผู้ประสานงาน ซึ่งมีความเหมาะสม” อย่างไรก็ตาม การกู้เงินจำนำข้าวตั้งแต่รอบการผลิตปี 54-56 มีวงเงินรวม 396,000 ล้านบาท โดยยังเหลือวงเงินกู้จำนำข้าวอีก 2,431 ล้านบาท สำหรับชาวนาภาคใต้ แต่อาจจะไม่ต้องกู้ เพราะใช้เงินจากระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์แทน เนื่องจากเป็นเงินจำนวนไม่มาก

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : 3 แบงก์ชนะปล่อยกู้จำนำข้าว 4 หมื่นล้าน