ซัททานูงา เป็นอีกเมืองในรัฐเทนเนสซีที่มีความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงสุดถึง 1 กิกกะบิตต่อวินาที หรือ 1,000 เม็กกะบิตต่อวินาที ให้ผู้ใช้ในราคา 2,100 บาทต่อเดือน ความเร็วนี้สูงมากเมื่อเทียบกับผู้ใช้ทั่วไปของสหรัฐซึ่งอยู่ที่ 9.8 เม็กกะบิตต่อวินาทีเท่านั้น การสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีไฮเทคสำหรับเมืองซัททานูงารัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกานั้นสร้างมูลค่าบวกมหาศาลให้กับเมืองนี้ ซึ่งแน่นอนเมืองนี้ก็กลายเป็นเมืองเทคโนโลยีในชั้นแนวหน้าของสหรัฐอเมริกาทันที และก็ยังเป็นอีกหลายสิ่งที่ทำให้เกิดนวัตกรรมมากมายจากการมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจนเป็นศูนย์แห่งนวัตกรรมของสหรัฐอเมริกาด้วย สำหรับเมืองซัททานูงา ขณะนี้มีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตใหม่ซึ่งสามารถให้ความเร็วของคอมพิวเตอร์ได้ในระดับ 1,000 เม็กกะบิตต่อวินาที หรือ 1 กิกกะบิตต่อวินาที ด้วยราคาเพียง 2,100 บาทต่อเดือน ซึ่งถือว่าสุดยอดมาก และก็มีประเภทราคาถูกหน่อยด้วยความเร็วขนาด 100 เม็กกะบิตต่อวินาที ด้วยราคา 1,740 บาทต่อเดือน ซึ่งขนาดช้า ๆ ในเมืองนี้เทียบความเร็วอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยของทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 9.8 เม็กกะบิตต่อวินาที ซึ่งทางอะกาไมเทคโนโลยี เป็นผู้สำรวจความเร็วของปีที่แล้วเป็นผู้ให้ข้อมูล นายกเทศมนตรีเมืองซัททานูงา แอนดี้ เบอร์ก ได้กล่าวว่า “เมืองมีขนาดกลาง อยู่ภาคใต้ สำหรับเราแล้วเรื่องเทคโนโลยีตรงนี้เราถือว่าเป็นการเริ่มต้นยังไม่ใช่ที่สุดที่เราจะไป” คุยโม้สักหน่อย แต่ที่น่าปวดหัวสำหรับเอฟซีซีหรือคณะกรรมการการสื่อสารแห่งชาติสหรัฐอเมริกา คือเรื่องการแบ่งความเร็วเหมือนแบ่งชนชั้น ซึ่งผมได้เขียนบทความไปสัปดาห์ที่แล้ว ก็คงต้องคอยระวังด้วยก็แล้วกัน ถ้าพูดถึงเรื่องโครงสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของสหรัฐอเมริกาแล้ว ขณะนี้ลงทุนเอาไว้มาก คือนับตั้งแต่ปี ค.ศ 1996 เป็นต้นมา กลุ่มผู้ประกอบการโทรคมนาคมได้ลงทุนไว้ถึง 6.3 ล้านล้านบาท เฉพาะเรื่องบอร์ดแบนด์หรือโครงข่ายความเร็วสูง อย่าเพิ่งคิดถึงเมืองไทย สำหรับเมืองซัททานูงานั้นได้ริเริ่มสร้างเมืองแห่งอัจฉริยะด้านเครือข่ายพลังงาน ในกรณีที่เกิดมีไฟฟ้าดับที่ใด ก็สามารถที่จะใช้กลไกอัจฉริยะด้านเครือข่ายพลังงานเข้าเชื่อมต่อให้บริเวณนั้นสว่างได้ทันที โดยอาศัยระบบจราจรสายส่งไฟฟ้าแบบอัจฉริยะ ซึ่งทำให้ลูกค้าด้านธุรกิจ 5,000 รายในภาคเอกชน และบ้านเรือนที่อยู่อาศัย 57,540 หลังคาเรือน สามารถได้รับความสะดวกสบายมากโขอยู่ สำหรับปัจจุบันเมืองซัททานูงาเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของรัฐเทนเนสซี มีพลเมืองประมาณ 171,000 คน พื้นที่ทั้งหมด 370 ตารางกิโลเมตร และเป็นพื้นที่ทะเลสาบอีกประมาณ 20 ตารางกิโลเมตร “การสร้างเครือข่ายบอร์ดแบนด์ความเร็วสูงก็ไม่ต่างจากการสร้างเครือข่ายส่งกำลังไฟฟ้า ผู้เชี่ยวชาญกล่าว ซึ่งก็จะสามารถใช้งานได้ดีหลังจากโครงการเสร็จสิ้นสมบูรณ์” ข่าวนี้ทำให้บริษัททางธุรกิจทั้งหลายที่อยู่ในเมืองอื่นในรัฐเทนเนสซีและบริเวณใกล้เคียง เริ่มคิดที่จะย้ายที่ทำการสำนักงานใหญ่มาอยู่ที่เมืองซัททานูงากัน เพราะเห็นว่ามีโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบไฟฟ้าและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงดีมาก ทางคุณแอนดี้ เบอร์ก นายกเทศมนตรีเมืองซัททานูงากล่าวตบท้ายว่า “รัฐจะต้องส่งเสริมเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสำหรับประชาชนพลเมือง ให้สามารถติดต่อกันได้สะดวกเหมือนกับสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ.1950 ที่สามารถเชื่อมต่อถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เป็นเครือข่ายไปยังทุกเมืองทั่วทั้งประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อให้พลเมืองสหรัฐอเมริกาได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น” หาเสียงเก่ง เพราะคุณแอนดี้ เบอร์ก เคยเป็นวุฒิสมาชิกประจำรัฐเทนเนสซีมาก่อนนี้เอง นายกเทศมนตรีเมืองไทยจะมีวิสัยทัศน์แบบคุณแอนดี้ เบอร์ก บ้างก็ไม่เลวเลย. รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด boonmark@stammford.edu
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เน็ตความเร็วสูงสุด ของเมืองในอเมริกา – โลกาภิวัตน์
เดือน: มิถุนายน 2014
-

เน็ตความเร็วสูงสุด ของเมืองในอเมริกา – โลกาภิวัตน์
-

ห้องลองเสื้อเสมือนจริงของโตชิบ
โตชิบา เตรียมนำระบบ เวอร์ชวล ฟิตติ้ง (Virtual Fitting ) หรือการลองแบบเสมือนจริง ให้บริการภายในปีนี้หลังทดลองใช้ในญี่ปุ่นได้รับความนิยมจากลูกค้า เพราะง่าย สะดวกสบาย ลองได้หลากหลาย และประหยัดเวลา นายชิเกคิ ยาจิ ผู้จัดกลุ่มการวางแผนธุรกิจ โตชิบาโซลูชั่น คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า บริษัทฯ จะนำระบบเวอร์ชวล ฟิตติ้ง หรือ Virtual Fitting ซึ่งเป็นการลองแบบเสมือนจริง ให้บริการอย่างเป็นทางการ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการสาธิตระบบในร้านเสริมสวย ในญี่ปุ่นโตชิบาจะนำระบบเข้าสู่การใช้จริงในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาตลาดว่า เปิดให้บริการในประเทศใดบ้าง คาดว่า จะสามารถช่วยให้ร้านค้าต่าง ๆ อาทิ ออนไลน์ ร้านสินค้าแฟชั่น และร้านขายปลีกมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้นผลจากการทดสอบการบริการในเบื้องต้น พบว่า ลูกค้าของร้านเสริมสวยคากิโมโต้ซาลอน ซึ่งเป็นร้านทำผมและแต่งหน้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว ชื่นชอบการให้บริการลองเสื้อผ้าแบบเสมือนจริงมาก เพราะสามารถดูว่า รูปลักษณ์ของพวกเธอจะออกมาอย่างไร ในชุดแฟชั่นและทรงผมใหม่ ๆ หรือจะผสมผสานการแต่งตัว ก่อนการตัดสินใจซื้อจริงระบบการลองแบบเสมือนจริง พัฒนาโดยโตชิบา จะให้บริการตั้งแต่เมื่อลูกค้าเข้ามา ในร้าน โดยลูกค้าจะได้รับแท็บเล็ตเพื่อเลือกแบบแฟชั่นล่าสุดที่มีมากกว่า 100 แบบ พร้อมกับทดสอบแบบสีผมและตอบคำถามเกี่ยวกับสีที่สะท้อนบุคลิกภาพของลูกค้าว่า จะเป็นสีของฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง หรือฤดูหนาว จากนั้น ช่างทำสีผมของซาลอนจะให้คำแนะนำการเลือกสไตล์ และเสื้อผ้าให้เข้ากับสีผมเมื่อลูกค้าทำผมเสร็จ เข้าสู่ขั้นต่อไปของการลองเสื้อผ้า ลูกค้าจะยืนหน้าจอแสดงขนาดเท่าของจริง กล้องที่มีความละเอียดสูงจะถ่ายภาพ แบบเสื้อผ้าที่ถูกเลือกจะถูกถ่าย และวางในระบบ โดยที่ภาพที่ออกมาจะดูเสมือนจริง ทั้งหมดนี้ต้องการเพียงการถ่ายภาพครั้งเดียว หลังจากนั้นลูกค้าสามารถเลือกเสื้อผ้าหลายชุด ได้อย่างง่ายดาย โดยเพียงแค่ยกแขน เล่นกับคอมพิวเตอร์เท่านั้นระบบนี้จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้เห็นภาพลักษณ์ในชุดต่าง ๆ ช่วยให้เลือกชุดได้อย่างเหมาะสมที่สุด โดยง่าย รวดเร็วและสนุกสนานมากขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนชุดซ้ำไปซ้ำมา อีกทั้งช่วยลดความเสี่ยงในการทำเสื้อผ้าเสียหายอีกด้วยระบบซึ่งกำลังทดสอบอยู่ที่ญี่ปุ่นนี้ เป็นแบบสาธิตที่ใช้ผสมผสานเทคโนโลยี sensing จับความรู้สึกขั้นสูงที่พัฒนาโดยกลุ่มบริษัทโตชิบา ในธุรกิจกล้องวงจรปิดและการรับรองความถูกต้องของภาพ ซึ่งสามารถจับภาพได้อย่างมีความแม่นยำสูงและสามารถมอบภาพที่เหมือนจริง และมีความแม่นยำของสี ระบบนี้ยังให้การประมวลผลภาพขั้นสูง ที่ทำให้เห็นว่า เสื้อผ้าจะแนบไปตามเค้าโครงร่างจริงอย่างไรด้วย และสามารถปรับปรุงให้ทันสมัย เพื่อสะท้อนแนวโน้มแฟชั่นล่าสุดและการเปลี่ยนแปลงเสื้อผ้าตามฤดูกาลต่าง ๆ .
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ห้องลองเสื้อเสมือนจริงของโตชิบ -

ปฏิรูปพลังงาน : เผือกร้อนในมือคสช. – พลังงานรอบทิศ
ควันของการยึดอำนาจโดย คสช. ยังไม่ทันจางก็มีข่าวลือส่งต่อกันในโลก โซเชียลมีเดีย ราวกับไฟลามทุ่งว่า คสช.จะทำการปฏิรูปพลังงานอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน บ้างก็อ้างว่าจะมีการยึดปตท.กลับคืนมาเป็นของรัฐหรือไม่ก็จะมีการปลดบอร์ดยกชุด บ้างก็บอกว่าจะมีการลดราคาน้ำมันลง 20-30% อดีตส.ว.บางคนก็ออกมาเสนอแนะคสช.ให้ลดราคาก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือนที่มีการขึ้นราคาไปแล้วทุกเดือน เดือนละ 50 ส.ต.ต่อกก. โดยให้ลดลงมาอยู่ที่ราคาเดิมก่อนปรับขึ้นไปคือที่ 18.13 บาทต่อกก. บางคนไปไกลถึงขนาดทำรูปเผยแพร่ใน โซเชียล มีเดีย เลยว่า ในเมื่อรัฐธรรมนูญยังฉีกได้ทำไมสัมปทานปิโตรเลียมจะฉีกไม่ได้ ถ้าจะทำให้ราคาน้ำมันถูกลง ตกลงตอนนี้ทุกคนจึงมอง คสช.เหมือนเป็นแก้วสารพัดนึกที่จะทำอะไรก็ได้อย่างที่ตัวเองต้องการโดยไม่ต้องสนใจกฎระเบียบ เหตุผล และผลกระทบใด ๆ ที่จะตามมาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ถ้าเราตัดเรื่องอารมณ์และความรู้สึกที่ถูกปลุกระดมกันมาโดยตลอดว่าเราต้องบริโภคพลังงานในราคาแพงเพราะถูกเอารัดเอาเปรียบออกไปก่อน แล้วมาค่อย ๆ พิจารณาว่า ภายใต้สถานการณ์และโอกาสดี ๆ อย่างนี้ คสช.ซึ่งมีอำนาจเต็มในการบริหารและแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ควรดำเนินการอะไรตามลำดับก่อนหลังเพื่อแก้ไขปัญหาด้านพลังงานของประเทศนั้นผมใคร่เสนอให้ คสช. เร่งดำเนินการในเรื่องต่อไปนี้ก่อน คือ 1. ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปพลังงานที่ประกอบไปด้วยทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการ นักวิชาการ ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคม และผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องพลังงาน เพื่อมาระดมความคิดให้ตกผลึกในแนวนโยบายด้านพลังงานของประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือพุดง่าย ๆ ทำโรดแม็พด้านพลังงานของประเทศนั่นเอง ซึ่งจะเป็นแผนระยะยาวของประเทศที่จะใช้ในอนาคต 2. ส่วนระยะสั้นนั้นจะต้องเร่งแก้ไขปัญหาการบิดเบือนโครงสร้างราคาพลังงานในปัจจุบันซึ่งมีความไม่เป็นธรรมในกลุ่มผู้ใช้พลังงานกลุ่มต่าง ๆ สูงมาก เช่น กลุ่มผู้ใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ซึ่งต้องรับภาระภาษีสรรพสามิตและจ่ายเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ในอัตราสูง ส่วนผู้ใช้น้ำมันดีเซลและก๊าซแอลพีจีกลับได้ใช้ในราคาต่ำจนเกินไปเพราะได้รับการอุดหนุนโดยไม่ต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตหรือนำเงินกองทุนน้ำมันฯ ที่เก็บมาจากผู้ใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์มาอุดหนุน เป็นต้น ดังนั้นการปรับโครงสร้างราคาทั้งระบบ (ทั้งภาษีสรรพสามิตและเงินเก็บเข้ากองทุนน้ำมันฯ) จึงเป็นงานที่ต้องทำอย่างรีบด่วนเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ใช้พลังงานทุกกลุ่ม 3. ตัดสินใจเดินหน้าเปิดให้มีการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 21 โดยเร็ว เพราะเราล่าช้ามาหลายปีแล้ว (ประเทศไทยไม่มีแหล่งปิโตรเลียมใหม่มาเป็นเวลาเจ็ดปีแล้ว) เนื่องจากความขัดแย้งทางความคิดเกี่ยวกับการจัดการแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างรัฐกับผู้ประกอบการว่าจะใช้ระบบใด ดังนั้น คสช. จึงควรรีบตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานที่มีตัวแทนจากทุกฝ่ายมาร่วมพิจารณาความเหมาะสมของระบบบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเพื่อให้ได้ข้อสรุปใน 3 เดือน เนื่องจากประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับการผลิตปิโตรเลียมที่ลดลงและแหล่งผลิตก๊าซฯ ที่กำลังจะหมดลงไปในอนาคตอันใกล้นี้ ทั้งหมดนี้คือข้อเสนอเร่งด่วนสามข้อที่ผมคิดว่า คสช. ควรรีบดำเนินการโดยเร็วที่สุดครับ!!!.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปฏิรูปพลังงาน : เผือกร้อนในมือคสช. – พลังงานรอบทิศ