ดร.สกล กิติวัชรพงศ์ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนปฏิบัติการออกอากาศโทรทัศน์ บมจ.ไทยคมเปิดเผยว่า “บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมบนเครื่องบินเป็นหนึ่งในบริการที่พัฒนาขึ้นตามแนวคิด Mobility Service ของไทยคมซึ่งเป็นการพัฒนาโซลูชั่น ตลอดจนเทคโนโลยีการสื่อสาร และขยายขอบเขตการให้บริการผ่านดาวเทียมให้ครอบคลุมในทุกภาคพื้น ทั้งภาคพื้นดิน น้ำ และอากาศโดยเน้นรองรับลูกค้าทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเลือกระบบ Hughes HX มาเป็นระบบปฏิบัติการบนแพลตฟอร์มการสื่อสารดาวเทียมบนเครื่องบินนี้จะช่วยเสริมศักยภาพการให้บริการและสร้างมูลค่าเพิ่มให้สายการบินต่างๆโดยสามารถนำเสนอบริการด้านการสื่อสารที่มีลักษณะเฉพาะและตรงกับความต้องการของลูกค้าเนื่องจากระบบดังกล่าวมีคุณสมบัติการสื่อสารแบบเรียลไทม์ (Real-time) เป็นระบบการสื่อสารสำหรับเคยู-แบนด์ (Ku-band)ที่ได้รับการยอมรับว่า มีศักยภาพสูงที่สุดระบบหนึ่งในปัจจุบัน ด้านนายราเมส รามาสวามีผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานต่างประเทศ บริษัท ฮิวส์ เน็ตเวิร์ค ซิสเท็มจำกัด เปิดเผยว่า ไทยคมได้ให้ความไว้วางใจเลือกใช้ระบบ Hughes HX เพื่อทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มการให้บริการสื่อสารดาวเทียมบนเครื่องบิน มีความเชื่อมั่นว่าระบบดังกล่าวจะทำงานร่วมกับอุปกรณ์ภาครับในโครงข่ายสื่อสารระบบ Wi-Fi ผ่านดาวเทียมบนเครื่องบินของโรว์ 44 บริษัทในเครือของโกลบอล อีเกิ้ล เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยให้ไทยคมสามารถนำเสนอบริการสื่อสารผ่านดาวเทียมที่มีลักษณะเฉพาะเชื่อถือได้และสามารถตอบสนองความต้องการด้านการสื่อสารของลูกค้าในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทยคมนำร่องบริการ Wi-fi ผ่านดาวเทียมบนเครื่องบิน
เดือน: มิถุนายน 2014
-

ไทยคมนำร่องบริการ Wi-fi ผ่านดาวเทียมบนเครื่องบิน
-

เอกชนมั่นใจ มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจของคสช.
วันนี้ (3 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุญเกียรติ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจภายหลังการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระหว่างงานแถลงข่าวจัดงานแสดงสินค้าเครือสหพัฒน์ครั้งที่ 18 ว่า ประชาชนมีความมั่นใจในเศรษฐกิจของประเทศเพิ่มมากขึ้น สังเกตได้จากภาคประชาชนมีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้น เฉพาะบริษัทฯ ยอดขายในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาพบว่าติดลบโดยลดลงจากเดือน เม.ย. มั่นใจเดือน มิ.ย. ยอดขายรวมของบริษัทจะติดลบลดลงจากเดือน พ.ค. “ส่วนตัวมองว่ามาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจของ คสช. ได้ดำเนินมาถูกทางแล้ว คาดภาพรวมเศรษฐกิจในไตรมาส 2 จะเติบโตกว่าไตรมาสแรกของปี โดยต่างชาติจะกลับมามั่นใจเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศภายใน 1 เดือน หากเหตุการณ์สงบเร็วก็จะสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับกิจกรรมของกลุ่มต่อต้านรัฐประหารด้วย หากยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องจะทำให้การเติบโตและความเชื่อมั่นถดถอยลง” นายบุญเกียรติ กล่าาวต่อว่า วิกฤติครั้งนี้หนักว่าวิกฤติต้มยำกุ้ง วอนอย่าไปเชื่อต่างชาติมากเพราะเขาเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งโรดแมพของ คสช. มาถูกทางแล้ว และอาจกลายเป็นโมเดลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ต่างประเทศนำไปใช้ได้ สำหรับงานแสดงสินค้าเครือสหพัฒน์ครั้งที่ 18 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-29 มิ.ย.57 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนมั่นใจ มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจของคสช. -

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นในรอบ 14 เดือน
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค. 57 อยู่ที่ 70.7 เพิ่มจากเดือนเม.ย.ที่อยู่ระดับ 67.8 ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 14 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคมีความมั่นใจทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ทางการเมืองที่มีเสถียรภาพมากขึ้น หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารงาน และการเร่งจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าวให้แก่ชาวนา 92,000 ล้านบาท ส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจำนวนมากทั้งนี้ หลังจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคเริ่มกลับมาฟื้นตัวถือว่าเป็นสัญญาณของเศรษฐกิจไทยอย่างมาก โดยปัจจัยหลักที่จะช่วยผลักดันในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในครึ่งหลังของปีคือ นโยบายการลงทุนของรัฐบาล, การจับจ่ายเทศกาลฟุตบอลโลก และ นโยบายการช่วยเหลือชาวนา ซึ่งจะมีเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 200,000 -300,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยผลักดันให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยในครึ่งหลังของปีเพิ่มจากเดิมอีก 1.1.5%“หลังจากความชัดเจนทางการเมืองกลับมาดีขึ้นคาดว่าในครึ่งหลังของปีเศรษฐกิจขยายตัวในระดับ 4-5% และตลอดทั้งปีน่าจะอยู่ในระดับ 2-3% จากเดิมที่หลายฝ่ายวิตกว่าอาจลดลงเหลือ 1-2% อย่างไรก็ตามทิศทางเศรษฐกิจไทยคงต้องดูเดือนมิ.ย.เป็นต้นไป โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลบอลโลกที่จะถึงนี้ จะเป็นตัวเช็คความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เพราะหากมีการจับจ่ายใช้สอยคึกคักก็จะเป็นแรงหนุนเศรษฐกิจไทย”สำหรับกรณีที่ คสช.มีการตรึงราคาน้ำมันดีเซล ก๊าซแอลพีจี และโครงการธงฟ้าต่อนั้น มองว่า เป็นเรื่องที่ควรทำในระยะสั้น 3-6 เดือน เพื่อดูแลภาระค่าครองชีพให้ประชาชน ซึ่งจะเพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค เนื่องจากทำให้มีความรู้สึกว่ามีเงินเหลือในกระเป๋ามากขึ้น เพราะค่าใช้จ่ายไม่สูงขึ้น แต่หลังจากนี้ควรจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด และ คสช.จะต้องรักษาสมดุลของความเชื่อมั่นให้ดีขึ้น ซึ่งตามแผนโรดแมปด้านเศรษฐกิจทั้ง 10 ข้อของคสช.สามารถเคลื่อนได้เร็วก็จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไรก็ดี ในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ ทางหอการค้าไทยจะมีการปรับประมาณการตัวเลขทางเศรษฐกิจอีกครั้ง หลังจากมีความชัดเจนในเรื่องของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้วนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้หอการค้าไทยอยู่ระหว่างการพบปะพูดคุยกับหอการค้าต่างประเทศ เพื่อทำความเข้าใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และคู่ค้าในประเทศต่างๆ เพื่อรวบรวมนำไปเสนอให้กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เบื้องต้นนักลงทุนต่างชาติเห็นว่า ควรปรับปรุงระบบศุลกากรส่งออกให้รวดเร็วและโปร่งใสมากขึ้น รวมทั้งเรื่องของการทำใบอนุญาตการทำงาน (เวิร์ค พอมิส) ต้องแยกออกจากกันระหว่างแรงงานชายแดนกับแรงงานที่เข้ามาลงทุน เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้า การลงทุนระหว่างกัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นในรอบ 14 เดือน