นางนันทวัลย์ ศกุนตนาคอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯเตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมสินค้าอาหารและร้านอาหารไทยในต่างประเทศเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ทั่วโลกได้รู้จักอาหารไทยมากขึ้นหลังจากที่ผ่านมาอาหารไทยได้รับความชื่นชอบในรสชาติและคุณภาพอย่างต่อเนื่องในกลุ่มตลาดสหรัฐยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรีเลีย และมั่นใจว่าในไตรมาสที่ 3 ของปีจะมีคำสั่งซื้อ(ออเดอร์) เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1 และ 2 เพราะผู้บริโภคและผู้นำเข้าเข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองไทยมากขึ้นจากการชี้แจงของทูตการค้า “การส่งเสริมการส่งออกสินค้าอาหารและร้านอาหารไทยภายใต้โครงการ “ครัวไทยสู่โลก”เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานสินค้าอาหารและธุรกิจบริการอาหารไทยในต่างประเทศนั้นพบว่าค่อนข้างได้รับการตอบรับที่ดีจากต่างประเทศเห็นได้จากในปัจจุบันมีร้านอาหารไทยในต่างประเทศกว่า 13,140 ร้านทั่วโลกโดยมีร้านที่ได้รับเครื่องหมายรับรองไทยซีเล็คท์ 6,254ร้าน ซึ่งอยู่ในสหรัฐฯ มากที่สุดกว่า 2,574 ร้าน รองลงมาเป็นยุโรป 1,968 ร้าน และ เอเชีย 1,217 ร้าน เป็นต้น” ทั้งนี้แผนส่งเสริมการตลาดในจีนจะเริ่มดำเนินการปลายมิ.ย.-กลางก.ค ที่ ณเมืองกวางโจว ระหว่างวันที่ 27-29 มิ.ย. มี“พิช วงออกัส” ซึ่งเป็นดาราไทยที่มีชื่อเสียงเป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มวัยรุ่นจีนจากกระแสความนิยมภาพยนตร์และละครไทยที่เข้าไปเปิดตลาดในจีน จากนั้นจะเดินสายไป 6เมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยวสำคัญ คือ เซี่ยงไฮ้ เฉินตู กุ้ยหลิน ซีอาน คุนหมิง และในวันที่ 16ก.ค.อยู่ในปักกิ่งเป็นวันสุดท้าย ส่วนตลาดญี่ปุ่นจัดส่งเสริมการขายร้านอาหารไทยซีเล็คท์โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(สคร.)ณ กรุงโตเกียวได้ร่วมมือสถานีโทรทัศน์ ทีบีเอส ซึ่งมีผู้ติดตามชมมากกว่า 15ล้านคน ทั่วประเทศญี่ปุ่น ดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อกระตุ้นกระแสความนิยมในอาหารไทยเช่น การจัดการถ่ายทอดสดกิจกรรมเกี่ยวกับอาหารไทยที่สคร. ได้ดำเนินการการแนะนำโครงการไทยซีเล็คท์ผ่านทางรายการคิงส์บรันช์ เป็นต้น สำหรับในสหภาพยุโรป(อียู)ได้จัดในลักษณะของการประกวดสุดยอดเชฟอาหารไทยและเชิญบุคคลที่มีชื่อเสียงและอิทธิพลในวงการอาหารมาร่วมงาน เช่น ในอังกฤษเข้าร่วมงานเทสออฟลอนดอน,ในอิตาลี จัดเทศกาลอาหารไทยในอิตาลี และในไอร์แลนด์ จัดเทสออฟดับบลินโดยจัดกิจกรรมสาธิตอาหารและแนะนำวัตถุดิบเครื่องปรุงรสอาหาร และการปรุงอาหารไทย พร้อมทั้งเชิญร้านอาหารไทยที่ได้รับเครื่องหมายไทยซีเล็คท์เข้าร่วมกิจกรรม “พ่อครัวแม่ครัวไทยที่ต้องการประกอบธุรกิจทำร้านอาหารในต่างประเทศขอคำปรึกษาการเปิดร้านอาหารไทยได้ที่สคร. 66 แห่งทั่วโลกโดยสคร.ช่วยจัดหาที่ปรึกษาด้านกฎหมายในประเทศที่นักธุรกิจไทยสนใจจะจัดตั้งธุรกิจมาให้คำแนะนำการจัดตั้งธุรกิจอาหารหากดำเนินธุรกิจไประยะหนึ่งแล้วร้านอาหารหรือผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปได้มาตรฐานตามหลักเกณฑ์การได้รับเครื่องหมายไทยซีเล็คท์ขอให้แจ้งความจำนงในการสมัครมาที่กรมฯ เพื่อรับสิทธิประโยชน์ฟรี อาทิได้เผยแพร่ชื่อร้านฟรี, มีชื่อในฐานข้อมูล, ได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมของกรมฯ เป็นต้น”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เตรียมโปรโมทครัวไทยสู่ครัวโลก
เดือน: มิถุนายน 2014
-

เตรียมโปรโมทครัวไทยสู่ครัวโลก
-

อสมท.ยื่นหนังสือ “ประจิน”ขอให้ตรวจสอบโครงการ
เมื่อเวลา 10.10 น.กระทรวงคมนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวิทย์ มิ่งมล ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท อสมท. และประชาคม อสมท.ได้ยื่นหนังสือถึงพลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ ก่อนประชุมเรื่อง กรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ที่กระทรวงคมนาคม นายสุวิทย์กล่าวว่า เพื่อให้ คสช. เข้าตรวจสอบในหลายโครงการต่างๆ ของ อสมท. พร้อมขอให้ อสมท. เป็นองค์กรต้นแบบปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ด้วยการตั้งคณะทำงาน ซึ่งเป็นบุคคลจากภายนอก อาทิ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. และสำนักงานปลัดบัญชีกระทรวงกลาโหม เป็นคณะทำงานเข้ามาตรวจสอบทุกๆ โครงการใน อสมท ที่มีการทุจริต เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ด้าน พล.อ.อ.ประจิน ระบุว่า การดูแลรัฐวิสาหกิจมีคณะทำงานที่เกี่ยวข้องดูแลรับผิดชอบหลายส่วน ซึ่งจะส่งเรื่องให้กับคณะทำงานเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อสมท.ยื่นหนังสือ “ประจิน”ขอให้ตรวจสอบโครงการ -

ทอท. ฟุ้งกำไรทะลุเป้า
นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. เปิดเผยว่า ทอท.คาดว่าปีนี้จะมีผลกำไร(ไม่รวมรายการพิเศษ)ไม่น้อยำกว่าปีก่อนที่มีกำไร 9,952 ล้านบาท เพราะปัจจุบันภาพรวมอุตสาหกรรมการบินยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อย ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมีความมั่นใจที่จะเดินทางมาประเทศไทยมากขึ้น และที่สำคัญขณะนี้ได้มีการยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ทอท. จึงเชื่อมั่นว่าจำนวนผู้โดยสารจะเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ทอท. ได้ร่วมมือกับธุรกิจท่องเที่ยว เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อกระตุ้นให้มีผู้โดยสารเดินทางมายังประเทศมากขึ้น รวมทั้งมีการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายในต่างประเทศเพื่อให้เข้าใจในสถานการณ์ในประเทศไทยที่มีความปลอดภัยสูง จึงคาดว่าทั้งปีนี้จะมีอัตราการเติบโตของผู้โดยสารประมาณ 2-3% ขณะที่ผู้โดยสารเฉลี่ยของท่าอากาศยานทั่วโลกอยู่ที่ 4.5-5% และเอเชียแปซิฟิกเติบโต 6.5% “ถือเป็นผลดำเนินการที่น่าพอใจ เนื่องจากปีนี้มีสถานการณ์การเมืองมากระทบ แต่ ทอท.ได้ดำเนินงานตามแผนงานที่วางไว้ โดยใช้กลยุทธ์ลดค่าใช้จ่าย การเบิกจ่ายงบที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการเพิ่มรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน มาชดเชยรายได้การบินที่ลดลงในปีนี้ ประกอบกับ การเติบโตของจำนวนเที่ยวบินของสายการบินต้นทุนต่ำ ที่เพิ่มขึ้น 15% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาทำให้มีรายได้ปรับเพิ่มขึ้น” นายเมฆินทร์กล่าวว่า ประเด็นเรื่องการตรวจสอบโครงการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่สองนั้น เป็นเรื่องปกติที่ คสช. จะให้ความสำคัญกับโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณในการลงทุนสูง ดังนั้นเพื่อความโปร่งใสและแสดงให้เห็นว่าโครงการดังกล่าวมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน ทอท. ยินดีให้ความร่วมมือกับ คสช. ในการตรวจสอบ ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ ทอท.ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้และมีการตรวจสอบจากภายในเป็นอย่างดี รวมไปถึงผ่านขั้นตอนในการขออนุมัติโครงการตามแนวทางของรัฐวิสาหกิจแล้ว หาก คสช. ตรวจสอบและเห็นชอบกับโครงการแล้ว ก็สามารถเดินหน้าดำเนินการต่อได้ทันที ส่วนโครงการอื่นๆที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ทอท. ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการขยายพื้นที่ให้บริการผู้โดยสารในสนามบินดอนเมืองระยะที่ 2 เพื่อให้รองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 30 ล้านคนต่อปีซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 57 และการขยายท่าอากาศยานภูเก็ตให้รองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 12 ล้านคนต่อปีซึ่งเสร็จในปี 58
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทอท. ฟุ้งกำไรทะลุเป้า