เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยถึงกรณีเยาวชนรายหนึ่งให้โทรศัพท์เล่นเกมส์คุกกี้รัน และถูกเรียกเก็บค่าบริการจากบริษัท ไลน์คอร์เปอร์เรชั่นในหมวดสินค้าและบริการสูงถึง 203,150 บาท ว่า สคบ.ได้มีคำสั่งด่วนให้ตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงของกรณีดังกล่าว โดยตั้งข้อสงสัยไว้ 2 กรณีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายของสคบ. คือ การโฆษณาของเกมส์ดังกล่าว เข้าข่ายหลอกลวงจนทำให้เข้าใจผิดหรือไม่ เพราะจากข้อมูลเบื้องต้นได้รับแจ้งว่า เยาวชนรายนี้ได้พบคลิปในเว็บไซต์หนึ่งที่ระบุว่าสามารถซื้อเพชรในเกมคุกกี้รันได้ฟรี โดยไม่ต้องเสียเงิน จึงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่า เป็นความจริงหรือไม่ ขณะเดียวกันยังต้องตรวจสอบกรณีการทำสัญญากับทางบริษัทเจ้าของเกมส์ด้วยว่า การทำสัญญาให้ผู้เล่นเกมส์ยินยอมเงื่อนไขต่างๆของเกมส์นั้น ถูกต้องหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีที่ผู้เยาว์เป็นผู้ทำสัญญายินยอมเอง โดยผู้ปกครองไม่ได้รับทราบ จะทำให้สัญญานั้นเป็นโมฆะหรือไม่ สัญญาดังกล่าวเป็นธรรมมากน้อยเพียงใด และมีบทบัญญัติเกี่ยวกับผู้เยาว์ไว้ว่าอย่างไร ซึ่งคาดว่าการตรวจสอบข้อมูลทั้งสองส่วนจะต้องเร่งสรุปให้เสร็จอย่างรวดเร็ว “เบื้องต้นสคบ.อยากให้ผู้ปกครองที่เป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือ และเป็นผู้ที่เสียหายเข้ามาแจ้งเรื่องร้องทุกข์ที่สคบ.ก่อน จากนั้นสคบ.จะเข้ามาดำเนินการตามขั้นตอน ตั้งแต่เชิญผู้ร้องและผู้ถูกร้องมาหารือ เจรจาไกล่เกลี่ย ถ้าไม่สามารถตกลงกันได้ก็พร้อมฟ้องร้องแทนผู้บริโภค แต่คงต้องดูก่อนว่า ข้อเท็จจริงของกรณีที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร” นายอำพล กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการป้องกันกรณีดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นอีก สคบ.เตรียมออกกฎกระทรวงกำหนดมาตรการคุ้มครองและป้องกันความเสียหายให้กับผู้บริโภค เช่น หากบริษัทเจ้าของเกมส์ต่างๆที่เล่นผ่านโทรศัพท์มือถือ หากจะให้ผู้เล่นเกมส์สามารถเข้ามาเล่นได้ ต้องตรวจสอบว่าเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะแล้วหรือไม่ ถ้าหากเป็นเยาวชนต้องผ่านการยินยอมจากผู้ปกครองก่อน โดยบริษัทเจ้าของเกมส์ต้องส่งข้อความยืนยันให้กับเจ้าของเครื่องรับทราบ เพราะเชื่อว่า หากไม่ควบคุม ต่อไปก็อาจเกิดกรณีดังกล่าวขึ้นอีก เพราะเยาวชนเองมีความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สคบ.ตั้งกรรมการสอบเด็กเล่นคุ้กกี้รันถูกเรียกเก็บเงินแสน
เดือน: มิถุนายน 2014
-

สคบ.ตั้งกรรมการสอบเด็กเล่นคุ้กกี้รันถูกเรียกเก็บเงินแสน
-

นิคอนประกวดภาพถ่าย’ I love Thailand’
บริษัท นิคอน เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดชวนผู้มีใจรักการถ่ายภาพมาร่วมสนุกกับกิจกรรมประกวดภาพถ่ายในโครงการ NikonThailand Photo Contest 2014 ในหัวข้อ “I love Thailand” ครั้งแรกกับการประกวดภาพถ่ายที่ไม่ได้วัดกันที่ฝีมือในการถ่ายภาพเพียงอย่างเดียวแต่ยังวัดกันที่ความสามารถในการสร้างสรรค์คำบรรยายภาพบอกเล่าความเป็นไทยอย่างมีเอกลักษณ์อีกด้วยบุคคลทั่วไปและนักเรียนนักศึกษาที่สนใจสามารถส่งภาพถ่ายที่ถ่ายโดยกล้องนิคอนรุ่นใดก็ได้เข้าประกวดโดยภาพที่ส่งเข้าประกวดจะต้องเป็นภาพที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปีพร้อมเขียนคำบรรยายเล่าเรื่องราวประกอบภาพด้วยมุมมองความเป็นไทยในแบบของคุณมาที่ www.nikonthailandphotocontest.comตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 16 กันยายน 2557เพื่อชิงรางวัลสุดพิเศษจากนิคอน รวมมูลค่ากว่า 400,000บาท ผู้สมัครที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด 100 คนจากแต่ละประเภทการประกวด (ประเภทนิสิต นักศึกษาและประเภทบุคคลทั่วไป รวม 200คน) จะได้รับการคัดเลือกให้เหลือทั้งหมด 10 คน (5 คนจากแต่ละประเภทการประกวด) เพื่อร่วม ทริปถ่ายภาพกับช่างภาพชื่อดัง “วราณสุวรรโณ” และพิธีกรไฟแรง “ภูริหิรัญพฤกษ์” จากรายการ View Finder พร้อมเก็บภาพส่งผลงานเข้าประกวดในรอบชิงชนะเลิศโดยจะมีการประกาศผลผู้ชนะการประกวดพร้อมรับของรางวัลที่บูธนิคอนในงาน PhotoFair วันที่ 30พฤศจิกายน 2557 รางวัลการประกวดสำหรับผู้สมัครทั้งประเภทบุคคลทั่วไปและนักเรียน นักศึกษา รางวัลชนะเลิศ : กล้องนิคอน รุ่น Dfพร้อมเลนส์ 50 มม. มูลค่า 95,900บาท จำนวนประเภทละ 1 รางวัล (รวม 2รางวัล) รางวัลรองชนะเลิศ: กล้องนิคอน รุ่น D7100 พร้อมเลนส์ 18-105มม. มูลค่า 49,900 บาท จำนวนประเภทละ 4รางวัล (รวม 8 รางวัล) รางวัล Popular Vote (สำหรับผู้ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด): กล้อง Nikon 1 S1 พร้อมเลนส์ 10-30มม. มูลค่า 13,900 บาท จำนวน 1รางวัล รางวัลพิเศษสำหรับผู้โชคดีจากการร่วมโหวตออนไลน์: กล้อง Nikon 1 S1 พร้อมเลนส์ 10-30มม. มูลค่า 13,900 บาท จำนวน 1รางวัล ดูกติกาและเงื่อนไขการประกวดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์www.nikonthailandphotocontest.com และ www.nikon.co.th
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นิคอนประกวดภาพถ่าย’ I love Thailand’ -

เอไอเอสยกเว้นค่าสินค้าและบริการให้ลูกค้าที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์
นายปรัธนาลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานตลาด เอไอเอส เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อว่า มีลูกค้าใช้งานเล่นเกมคุกกี้รันและมีค่าบริการสูงผิดปกติ นั้น เอไอเอสขอเรียนชี้แจงว่า ปัจจุบันการใช้บริการเกี่ยวกับ application ทางอินเตอร์เน็ตอาทิ การสมัครใช้งาน หรือ การซื้อ content ผ่านทาง Googleplay store ซึ่งเป็นศูนย์รวม application ของแอนดรอยด์ ที่ให้บริการโดยกูเกิ้ลได้รับความนิยมสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมาลูกค้าจำเป็นต้องสมัครหรือซื้อสินค้าและบริการผ่านทางบัตรเครดิตเท่านั้น ดังนั้นเพื่อเป็นการอำนวยการสะดวกให้กับลูกค้าเอไอเอสจึงเป็นผู้รับชำระค่าสินค้าและบริการนี้ให้กับ Google Play Store โดยหักจากบิลล์ค่าโทรศัพท์ของเอไอเอสได้ทั้ง prepaid และ postpaid ตั้งแต่เดือนเมษายน 2557ที่ผ่านมา ซึ่งในทางปฏิบัติ ในการที่จะใช้บริการดังกล่าวได้นั้น ลูกค้าจะต้องมีการสมัครใช้งานและยืนยันความเป็นเจ้าของก่อน จึงจะสามารถทำการหักค่าใช้จ่ายได้ รวมถึงในการซื้อ content แต่ละครั้ง จะมีการแจ้งให้ยืนยันการซื้อและจะมีการส่งยืนยันการซื้อดังกล่าวกลับไปที่ email ของลูกค้าเสมอเช่นกัน“อย่างไรก็ตามหลังจากการเปิดบริการดังกล่าวไปพบว่าลูกค้าบางท่านมีค่าบริการสูงผิดปกติตามที่เป็นข่าวซึ่งบริษัทฯก็มิได้นิ่งนอนใจและมีความห่วงใยในกรณีดังกล่าวเป็นอย่างยิ่งโดยได้ทำการปิดบริการซื้อไอเท็มเกมและคอนเทนต์ผ่านเครือข่ายเอไอเอสสำหรับระบบโพสต์เพดทันที ตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และจะดูแลลูกค้าโดยยกเว้นค่าสินค้าและบริการดังกล่าวทั้งหมดให้แก่ลูกค้าทุกรายที่ใช้งานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์”ทั้งนี้บริษัทฯจะมีการพัฒนาระบบแจ้งเตือนรวมถึงเพิ่มเติมการกำหนดยอดการใช้งานสูงสุดในการชำระค่าสินค้าและบริการได้ด้วยตนเอง(CreditLimit) เพื่อป้องกันการเกิดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้บริการในโลกOnline เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอไอเอสยกเว้นค่าสินค้าและบริการให้ลูกค้าที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์