เดือน: มิถุนายน 2014

  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับจีดีพีใหม่โต 2.3%

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับจีดีพีใหม่โต 2.3%

     นางพิมลวรรณมหัจฉริยวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่าได้ปรับจีดีพีปีนี้ใหม่  คาดว่าจะโต 2.3% จากเดิมที่ตั้งไว้ที่ 1.8% เป็นผลมาจากนโยบายเศรษฐกิจภายใต้คณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือคสช.จะช่วยผลักดันให้จีดีพีขยายตัว 1-1.5%  ทั้งในเรื่องมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการจ่ายเงินคืนรับจำนำข้าวให้กับชาวนาในวงเงิน92,000 ล้านบาท การช่วยเหลือเกษตรกรด้านปัจจัยการผลิต การเร่งอนุมัติโครงการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอที่ผ่านมา120,000 ล้านบาท จากโครงการทั้งหมด 700,000 ล้านบาทและการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณปี 57 รวมถึงการจัดทำงบประมาณปี 58   สำหรับการส่งออกในปีนี้จะโตประมาณ 3% จากเดิม5% เพราะในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาการฟื้นตัวของส่งออกยังไม่ชัดเจน  เนื่องจากสินค้าเกษตรไทยส่งออกลดลง เช่น ยางพาราปริมาณผลผลิตและสต็อกสินค้าของคู่ค้าอยู่ในระดับสูงทำให้ลดการนำเข้า  ส่วนกุ้งของไทยเจอปัญหาโรคตายด่วน  และการที่สหรัฐอเมริกาประกาศลดอันดับการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ของไทยไปอยู่ระดับ3  ซึ่งเป็นระดับจับตาสูงสุดจะมีผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยทางอ้อมโดยต้องจับตาใกล้ชิด เนื่องจากเป็นการซ้ำเติมธุรกิจส่งออกของไทยโดยเฉพาะกุ้ง ประมง และอาหารไทย รวมทั้งปัญหาที่ไทยจะถูกตัดสิทธิพิเศษภาษีศุลกากรในปีหน้า ขณะที่ข้าวถูกตัดราคาจากคู่แข่งทั้งอินเดียและเวียดนาม   อย่างไรก็ตาม มีความเป็นห่วงสงครามอิรัก ทำให้น้ำมันดิบในตลาดดูไบจากที่เคยอยู่ระดับ 105 เหรียญสหรัฐต่อบาเรล ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 110-111 เหรียญสหรัฐต่อบาเรลที่จะส่งผลกระทบระยะสั้นต่อภาวะเงินเฟ้อ เพราะจะทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มสูงขึ้น จะทำให้จีดีพีลดลง0.6%   นายเชาว์  เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า การส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปีนี้แม้ว่าส่งออกไทยมีความเสี่ยงบ้าง ส่วนการลงทุนแม้ว่าติดลบ 1.2%ยังดีกว่าปีก่อนที่ติดลบ2.2%   แต่ถ้าเหตุการณ์ในอิรักยืดเยื้อและน้ำมันดิบยืนอยู่ระดับราคา120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเป็นเวลา 1 เดือนจะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมากกว่า 2.6% ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง  รวมทั้งส่งออกของไทย  และทำให้เงินเฟ้อสูงกว่า 2.6%  มีผลทำให้จีดีพีต่ำกว่า2% หรือโตเพียง 1.8% ตามประมาณการเดิม  แต่เชื่อว่าเหตุการณ์จะไม่เข้าสู่ภาวะวิกฤติส่วนปัญหาเทียร์ 3 และการถูกตัดสิทธิ์จีเอสพีกระทบจีดีพีไม่ถึง 1%

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับจีดีพีใหม่โต 2.3%

  • กรมพัฒน์ฯขนสินค้าราคาถูกขาย 1-31ก.ค.ช่วยค่าครองชีพ

    กรมพัฒน์ฯขนสินค้าราคาถูกขาย 1-31ก.ค.ช่วยค่าครองชีพ

    น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ร่วมกับสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย ผู้ผลิต ผู้แทนจำหน่าย และร้านค้าส่งค้าปลีกทั่วประเทศ จัดกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ครั้งที่ 4 ภายใต้ชื่องาน “ค้าส่งรวมใจ โชวห่วยไทยคู่สังคม” โดยมีร้านค้าส่งเข้าร่วม 50 ราย ร้านค้าปลีก 500 ราย นำสินค้าที่จำหน่ายในร้านมาลดราคาขายในลักษณะ ลด แลก แจก แถม ให้กับประชาชน เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1-31 ก.ค. 57            “เดิมกรมฯ กำหนดจะจัดงานในเดือนก.ย. 57 หลังจากที่ปีนี้ได้จัดครั้งแรกไปแล้ว เมื่อเดือนเม.ย. 57 แต่นโยบายของ คสช. ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหาทางช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน กรมฯ ก็เลยเลื่อนการจัดงานขึ้นมาเป็นเดือนก.ค.แทน โดยรอบนี้คาดว่าจะมีร้านค้าส่งเข้าร่วมประมาณ 50 ราย ร้านค้าปลีก 500 ราย ตั้งเป้ายอดขายประมาณ 500 ล้านบาท”                       สำหรับสินค้าที่จะนำมาจำหน่ายผ่านร้านค้าส่งและค้าปลีก ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค โดยกลุ่มสินค้าอาหาร เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมันพืช น้ำพริกเผา ซอสปรุงรส และสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร เช่น โฟมล้างหน้า แป้งหอมเย็น สบู่เหลว ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน ยากันยุง น้ำหอม เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรมพัฒน์ฯขนสินค้าราคาถูกขาย 1-31ก.ค.ช่วยค่าครองชีพ

  • อาภาสิริผุดคอนโด500 ล้าน

    อาภาสิริผุดคอนโด500 ล้าน

    นายกฤต นามเกิด กรรมการบริหาร บริษัทพีทูบี พร็อพเพอร์ตี้ 2009 จำกัด ในเครือ อาภาศิริ เปิดเผยว่าบริษัทหันมารุกตลาดที่อยู่อาศัยแนวสูงในกรุงเทพฯ หลังจากที่ผ่านมาได้ทำตลาดแนวราบในต่างจังหวัดทางภาคใต้เป็นหลักแต่ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ยอดขายลดลงไปกว่า 30%ทั้งจากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา และราคายางตกต่ำทำให้กำลังซื้อหลักหายไปอย่างมาก ประกอบกับเห็นว่า มีที่ดินในกทม. ในย่านใกล้แหล่งการศึกษาอยู่และเห็นว่า ตลาดการซื้อเพื่อปล่อยเช่าระยะยาวนั้น น่าจะเติบโตได้สูง โดยเฉพาะในย่านชานเมืองอีกทั้งบริษัทมีที่ดินอยู่ในย่านบางนา จึงได้ก่อสร้างคอนโดมิเนียมที่จะทำทั้งขายขาด และรับบริหารการซื้อเพื่อปล่อยเช่า เนื่องจากให้ผลตอบแทนที่ดีอีกทั้งอัตราค่าเช่าก็ยังสูงด้วย   ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์5 ชั่น เวียร์ เซเว่น บาย อาภาสิริ 7 อาคาร รวม 277 ยูนิต บนถนนบางนำ-ตราด กม.26ใจกลางย่านเศรษฐกิจใหม่ของเอแบคบางนา รวมมูลค่า 500 ล้านบาท ราคาเริ่มต้นยูนิตละ1.36 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการแนวสูงแห่งแรกของบริษัท เพื่อเจาะกลุ่มนักศึกษาคนสมัยใหม่ พร้อมทั้งรับบริหารการซื้อเพื่อปล่อยเช่าระยะยาวด้วยโดยรับประกันผลตอบแทนปีละ 7% ซึ่งหลังจากที่ได้เปิดให้จองซื้อเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาปรากฎว่า มียอดจองแล้ว 20% ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างปลายปีนี้และแล้วเสร็จกลางปี 59   อย่างไรก็ดี บริษัทได้ปรับลดเป้าหมายยอดขายทั้งปีที่วางไว้1,000 บาท ลงไป 20% เนื่องจากในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายเพียง 200-300 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ถึง 30%โดยช่วงครึ่งปีหลังนี้จะเน้นการจัดกิจกรรมส่งเสิรมการขายและเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ ๆ อีก 7 โครงการตามแผนที่วางไว้ จากทั้งหมด 11โครงการ ซึ่งได้เปิดไปแล้ว 4 โครงการในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาแต่ปัญหาแรงงานต่างด้าวนั้น ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดเพราะส่วนใหญ่ใช้แรงงานคนไทยเป็นหลัก  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อาภาสิริผุดคอนโด500 ล้าน