เดือน: มิถุนายน 2014

  • ทียูเอฟผิดหวังสหรัฐฯ ลดอันดับประเทศไทยค้ามนุษย์

    ทียูเอฟผิดหวังสหรัฐฯ ลดอันดับประเทศไทยค้ามนุษย์

    นายธีรพงศ์จันศิริ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยนเปิดเผยว่าสึกผิดหวังกับการประกาศของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯที่ให้น้ำหนักความพยายามในการแก้ปัญหาไม่เพียงพอทั้งๆที่ความพยายามของภาคอุตสาหกรรมประมงไทยและหน่วยงานต่างๆของภาครัฐในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่ร่วมกันขจัดปัญหาและแก้ไขการใช้แรงงานอย่างผิดกฏหมายและไร้จริยธรรมมาอย่างจริงจังและต่อเนื่องแต่ก็ไม่อาจเพียงพอที่จะสามารถรักษาสถานะเดิมหรือเลื่อนลำดับขั้นขึ้นไปที่ระดับ2ได้ “บริษัทเคารพต่อความวิตกกังวลของสหรัฐฯต่อประเด็นสิทธิมนุษยชนเรื่องแรงงานอย่างไรก็ดี ผลจากรายงานแสดงให้เห็นว่าไทยยังทำได้ไม่ดีพอต่อการจัดการปัญหานี้ทั้งๆที่ภาคอุตสาหกรรมประมงของไทยได้ใช้ความพยายามอย่างที่สุดในการร่วมมือกันอย่างแข็งขันกับคู่ค้าของไทยเองและคู่ค้าต่างประเทศส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนที่อยู่ในเครือข่ายธุรกิจทั้งหมด” ในปี56สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปแห่งประเทศไทยและสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทยกระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในธุรกิจอาหารทะเลไทยได้ร่วมเป็นพันธมิตรตลอดทั้งเครือข่ายในการส่งเสริมการพูดคุยหาทางออกและระบุถึงปัญหาร่วมกันเพื่อร่วมกันขจัดการใช้แรงงานเด็กแรงงานบังคับ และการค้ามนุษย์โดยการจัดตั้งข้อกำหนดมาตรฐานการจัดการแรงงานที่ดี ร่วมกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศอีกด้วย สำหรับกลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยนได้เข้าร่วมเป็นภาคีของข้อตกลงระดับโลกแห่งสหประชาชาติหรือ ยูเอ็นโกลบอลคอมแพคและการเข้าร่วมขับเคลื่อนโครงการการปฏิบัติต่อการใช้แรงงานที่ดีกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศเพื่อยกระดับมาตรฐานสภาพการทำงานในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเลของไทยและเรายังได้รับการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอกถึงเรื่องการปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงานตามมาตรฐานการตรวจสอบด้านจริยธรรมสากลต่อแรงงานและมาตรฐานทางจริยธรรมจำเพาะของลูกค้าเอง ก่อนที่กลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยนจะเข้าร่วมพันธะสัญญากับองค์การระหว่างประเทศในส่วนของบริษัทฯได้มีการกำหนดหลักปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับแรงงานอย่างชัดเจนเรื่องการห้ามใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับและห้ามการเลือกปฏิบัติในทุกกรณีการเคารพสิทธิและเสรีภาพในการสมาคมและการรวมกลุ่มต่อรองและการดูแลสุขภาวะและความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงาน ทั้งนี้บริษัทได้สร้างความชัดเจนว่าหากคู่ค้าใช้ประโยชน์สิทธิมนุษยชนในทางที่ผิดจะส่งผลต่อการระงับความสัมพันธ์ทางการค้าอย่างจริงจังเนื่องจากบริษัทให้ความสำคัญต่อทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งสูงสุดไม่ใช่เรื่องการสร้างผลกำไรเป็นหลักเพียงอย่างเดียวแต่คือการให้ความเห็นอกเห็นใจแรงงานผู้ถูกกระทำและร่วมกันยุติความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทียูเอฟผิดหวังสหรัฐฯ ลดอันดับประเทศไทยค้ามนุษย์

  • ราคาทอง23มิ.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,550บาท

    ราคาทอง23มิ.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,550บาท

    วันที่ 23 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:29 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยลดลงจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,550 บาท รับซื้อ 19,753.48 บาท ทองแท่งขายบาทละ 20,150 บาท รับซื้อ 20,050 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,550 บาท รับซื้อ 19,753.48 บาท ทองแท่งขาย 20,150 บาท รับซื้อ 20,050 บาท เวลา 09:29 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง23มิ.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,550บาท

  • สิงห์รถบรรทุกขอผ่อนผันน้ำหนักใหม่

    สิงห์รถบรรทุกขอผ่อนผันน้ำหนักใหม่

    นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สหพันธ์ฯ ได้ทำหนังสือถึงขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาทบทวนและแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อผ่อนปรนเรื่องการกำหนดน้ำหนักบรรทุกสินค้าของกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ที่จะเริ่มประกาศใช้มาตรการตรวจจับรถบรรทุกน้ำหนักเกิน 50.5 ตัน ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ เนื่องจากสถานการณ์ขนส่งสินค้าช่วงนี้อยู่ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั้งนี้ยังขอให้ คสช.พิจารณาเรื่องการจัดตั้งสภาการขนส่งทางถนน เพื่อให้สภาฯ นี้เป็นเวทีที่สามารถส่งตัวแทนไปต่อรองหรือเจรจาเรื่องต่าง ๆ ได้ต่อมา คือ ขอแก้ไขกฎหมาย เช่น พ.ร.บ.ทางหลวง โดยเฉพาะกรณีมีการบรรทุกน้ำหนักเกินกว่ากำหนด พนักงานขับรถจะต้องโดนข้อหาในคดีอาญา และต้องติดคุก ซึ่งสหพันธ์ขอแก้ไขโดยปรับใหม่ เป็นพนักงานขับรถไม่ต้องติดคุก และให้คิดค่าปรับเป็นอัตราล่วงหน้า ค่าปรับคูณน้ำหนักสินค้าที่เกินคูณระยะทาง เช่นหากบรรทุกเกิน100 กม.แรก คิดค่าปรับ 1 บาท หากบรรทุกเกิน 101 กม. คิดกม.ต่อไป 2 บาท เป็นต้นนอกจากนี้ ขอให้คสช.เข้าไปดูกฎหมายเกี่ยวกับพ.ร.บ.ส่งเสริมการให้บริการโลจิสติกส์ ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งก่อนหน้านี้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวรอเข้าที่ประชุมรัฐสภา แต่ไม่สามารถพิจารณาได้ทัน จึงตกไป ซึ่งสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการให้บริการโลจิสติกส์ เป็นการป้องกันนอมินีเข้ามาจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการในไทย"การคิดค่าปรับแทนการจับพนักงานขับรถบรรทุกเกินนั้น เป็นการป้องปรามการเก็บส่วยได้ส่วนหนึ่ง รัฐจะได้นำเงินค่าปรับมาใช้ซ่อมบำรุงถนน หากเป็นไปได้ผู้ว่าจ้างที่ให้บรรทุกน้ำหนักเกิน จะต้องมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้ร่วมกับผู้ประกอบการขนส่งด้วย และอนาคตเมื่อเปิดประชาคมอาเซียน ไทยควรมีกฎหมายปกป้องผู้ประกอบการขนส่งสินค้าด้วย"นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่าวันที่ 1ก.ค.นี้ กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท จะมีมาตรการตรวจจับรถบรรทุกน้ำหนักเกิน 50.5 ตันอย่างจริงจัง เพราะก่อนหน้านี้ ผู้ประกอบการขนส่งได้ขอผ่อนผันมา 2 ครั้งแล้วประกอบกับผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยนเรศวรระบุว่าหากไทยเปลี่ยนจากการบรรทุกน้ำหนัก 50.5 ตันเป็น 58 ตันจะทำให้หน่วยงานต้องเพิ่มค่าบำรุงรักษาถนนตลอด 15 ปีเป็นเงินมูลค่ากว่า 1.6 แสนล้านบาท"กรมทางหลวง จะไม่ผ่อนปรนอีกแล้ว เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการได้ขอให้คนกลางเข้ามาศึกษาการบรรทุกสินค้า ว่าควรมีน้ำหนักบรรทุกเท่าไร และไม่ให้หน่วยงานราชการทำ ซึ่งกรมทางหลวงก็ยินยอม ดังนั้นเมื่อผลออกมาเป็นอย่างไรผู้ ประกอบการก็ควรปฏิบัติตาม อีกทั้งหากเปรียบเทียบไทยกับกลุ่มอาเซียน จะพบว่าพิกัดน้ำหนักรถบรรทุกเขาน้อยกว่าเรามาก ผู้ประกอบการไทยควรคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย"

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สิงห์รถบรรทุกขอผ่อนผันน้ำหนักใหม่