เดือน: มิถุนายน 2014

  • การจัดการขยะบนเกาะยาวน้อย

    การจัดการขยะบนเกาะยาวน้อย

    ปัญหาเรื่องขยะไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเมืองใหญ่ แต่ยังได้ขยายไปสู่ชุมชนท้องถิ่นที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่กำลังเป็นที่นิยม อย่างเช่นที่ “เกาะยาวน้อย”  จังหวัดพังงา เกาะเล็ก ๆ ขนาดประมาณ 46.5 ตารางกิโลเมตร ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามของทะเลอันดามัน ซึ่งวันนี้ต้องรองรับนักท่องเที่ยวมาเยือนราว 1 หมื่นคนต่อปี สร้างขยะมูลฝอย 3-5 ตันต่อวัน และเพิ่มมากขึ้นตามฤดูกาลท่องเที่ยว องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะยาวน้อย (อบต.เกาะยาวน้อย) ให้ความสำคัญในการรักษาสภาพแวดล้อมและธรรมชาติ แต่ยังขาดองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสม ถึงแม้จะมีเตาเผาขยะอยู่แล้วก็ตาม ก็ไม่สามารถที่จะจัดการขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมดเนื่องจากขยะชุมชนมีความชื้นสูง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยคลินิกเทคโนโลยี จึงร่วมมือกับ อบต.เกาะยาวน้อย จัดทำโครงการบริหารจัดการขยะชุมชนในพื้นที่ดังกล่าวขึ้น โดยมีศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านชีวมวล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีการบำบัดขยะมูลฝอยด้วยวิธีการออกแบบเชิงกลและชีวภาพ ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ จากศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านชีวมวล ม.สุรนารี  ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ บอกว่า ขยะในบ้านเรามีองค์ประกอบไม่เหมือนกับต่างประเทศ ดังนั้นการนำเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาใช้อาจทำให้กำจัดได้ไม่หมด จึงต้องพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาใช้เองให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม สำหรับที่เกาะ ยาวน้อยขยะส่วนใหญ่เป็นเศษอาหาร เดิมใช้การกำจัดด้วยการเผา ซึ่งต้องใช้เวลาในการทำให้แห้งนาน สูญเสียพลังงานมากจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการมาใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาคือการบำบัดขยะมูลฝอยด้วยวิธีการออกแบบเชิงกลและชีวภาพเน้นการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ได้  และใช้ทฤษฎีหมักก่อนแยก เพราะพฤติกรรมของคนไทยมักทิ้งขยะไม่แยกประเภท ผศ.ดร.วีรชัย บอกว่า  จากการทดลองพบว่าการหมักขยะรวมกันทั้งหมด กลับได้ผลดีเกินคาดเพราะทำให้จุลินทรีย์ในการหมักทำงานได้ดีขึ้น ส่วนขั้นตอนการบำบัดขยะมูลฝอยด้วยวิธีการแบบเชิงกลและชีวภาพนี้ จะเริ่มจาก ใช้แรงงานคนคัดแยกขยะรีไซเคิล เช่น  ขวดหรือเหล็กที่ขายได้ออกก่อน จากนั้นขยะที่เหลือทั้งขยะอินทรีย์และขยะอนินทรีย์ เช่น เศษถุงพลาสติกจะถูกส่งเข้าสู่เครื่องสับหยาบ เพื่อลดปริมาตรและลำเลียงเข้าสู่โรงบำบัด ซึ่งออกแบบให้เป็นระบบ กวนผสมเพื่อเติมอากาศ ประสิทธิภาพการย่อยสลายสูง ในระยะเวลา 1 เดือน การหมักจะสิ้นสุดลง และขยะมีเสถียรภาพปราศจากกลิ่น จากนั้นขยะที่หมักแล้วจะถูกส่งเข้าสู่เครื่องคัดแยกแบบตะแกรงหมุน สามารถแยกได้ส่วนประกอบ 2 ส่วนคือ 1. ขยะอินทรีย์จำพวกเศษอาหารซึ่งถูกย่อยสลายออกมาเป็นอินทรีย์สารผงละเอียดที่นำไปทำปุ๋ยและวัสดุปรับปรุงดินได้ และ 2. อินทรีย์สารผสมพลาสติกและขยะเชื้อเพลิง ทั้งนี้ในส่วนของขยะเชื้อเพลิงหรือขยะจากพลาสติก สามารถนำไปเป็นเชื้อเพลิงในโรงงานผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติกด้วยระบบไพโรไลซีสได้อีกด้วย นักวิจัยบอกอีกว่า ระบบที่ติดตั้งที่เกาะยาวน้อยนี้รองรับขยะได้ถึง 5 ตันต่อวัน  ด้านนายสมชาย เทียมบุญประเสริฐ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ บอกว่า สิ่งที่จะ พัฒนาต่อก็คือ การเพิ่มคุณภาพของปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้ให้เหมาะสมกับพืชที่ปลูกในพื้นที่ เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งเชื่อว่าอนาคตโรงงานแห่งนี้จะมีรายได้จากการจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์อีกด้วย ที่สำคัญโครงการนี้ ถือเป็นตัวอย่างความร่วมมือของภาครัฐ สถาบันการศึกษาและ ชุมชนเจ้าของพื้นที่ ซึ่งเป็นการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง และช่วยรักษาสภาพแวดล้อมให้มีความสวยงามอย่างยั่งยืนต่อไปอีกด้วย. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : การจัดการขยะบนเกาะยาวน้อย

  • อ่อนกำลัง – รู้หลบ

    อ่อนกำลัง – รู้หลบ

    เห็นกันชัดแล้วว่า ช่วงต้นฤดูฝนนี้ ปริมาณที่ตก ต่ำกว่าปีก่อน ๆ จริง แม้วันที่ 14-15 มิ.ย. จะมีร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน อีกทั้งมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ก็มีกำลังแรงปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทย และอ่าวไทย ซึ่งควรจะทำให้มีฝนชุก และตกหนักถึงหนักมาก แต่เอาเข้าจริงปริมาณรวมก็ยังชิลชิล ส่วนที่มีน้ำป่าหลาก น้ำท่วมฉับพลันเฉพาะที่ เช่น ที่ จ.น่าน จ.ระนอง หรือ จ.พังงา ก็เป็นปัญหาเฉพาะจุดที่ชุมชนต่าง ๆ ต้องสนใจติดตามว่า แหล่งที่อยู่อาศัยเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำป่าไหลหลากหรือไม่ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทำไว้แล้ว ในฤดูฝน ไม่ได้หมายความว่าจะต้องตกชุกทุกวัน ขึ้นกับปัจจัยความชื้นและกระแสลม ซึ่งก็ได้แก่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น และหย่อมความกดอากาศต่ำที่พาดคลุมบริเวณประเทศไทยช่วยเสริมฤทธิ์ โดยฝนที่ตกมากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นตัวอย่าง แต่หลังจากตกจนสะใจ สภาพอากาศก็จะคืนสู่ภาวะปกติ อย่างเช่นในสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 16–20 มิ.ย. กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายว่า ร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยตอนบนกำลังอ่อนลง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศ ไทย และอ่าวไทย ก็กำลังอ่อนเหมือนกัน บริเวณประเทศไทยจึงมีฝนลดลง คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันก็ซาแรงลง แต่คลื่นก็ยังมีระดับ 2 เมตรอยู่นะ ข้อมูลที่กรมอุตุฯบอกไว้ ก็คือ ปลายเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย จะอ่อนกำลังลง ขณะที่ร่องความกดอากาศต่ำ ตัวการฝนของเมืองไทยจะเลื่อนขึ้นอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน ปริมาณฝนในประเทศไทยจะลดต่ำลงในช่วงเวลานั้น ฝนที่ตกน้อยลง อาจทำให้ผู้คนอาชีพต่าง ๆ ยกเว้นเกษตรกร พอใจ เพราะทำมาค้าขาย หรือเดินทางได้สะดวก มั่นใจ แต่ผลอีกด้านที่ต้องรับรู้ร่วมกัน คือปริมาณน้ำไหลเข้าในอ่างเก็บน้ำที่มีน้อย จากที่มีน้อยอยู่แล้ว เวลานี้ อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณรวมกัน จำนวน 34,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือร้อยละ 48 ของความจุอ่างฯขนาดใหญ่รวมกัน จึงเหลือที่รองรับน้ำในฤดูฝนได้อีกมากกว่า 36,000 ล้าน ลบ.ม. ถ้าฝนน้อยเช่นนี้ ข่าวร้ายเรื่องน้ำ ท่วมภาคกลางตอนปลายปี อาจไม่ต้องลุ้นมากมาย แต่ถ้าจัดการน้ำไม่ดี พื้นที่เกษตรกรรม ที่ต้องอาศัยน้ำเป็นปัจจัยหลัก คงขลุกขลักบ้าง วางแผนกักเก็บให้ดีก็แล้วกัน. หยาดน้ำฟ้า

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อ่อนกำลัง – รู้หลบ

  • ‘ซิป้า’ เปิดเวทีดันนักพัฒนาดิจิตอลคอนเทนต์ไทย

    ‘ซิป้า’ เปิดเวทีดันนักพัฒนาดิจิตอลคอนเทนต์ไทย

    ใกล้ถึงวันมหกรรมสุดพิเศษกับงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ดิจิตอล คอนเทนต์ เฟสติวัล 2014” ระหว่างวันที่ 3-6 กรกฎาคมนี้ ที่สยามพารากอน และโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โดยความร่วมมือของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) พร้อมภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องหลัก อาทิ สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย, สมาคมซอฟต์แวร์เกมไทย, สมาคมดิจิทอลคอนเทนต์ไทย, สมาคมอีเลิร์นนิ่งแห่งประเทศไทย, สมาคมส่งเสริมธุรกิจซิกกราฟ เป็นต้น นายไตรรัตน์ ฉัตร แก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า เล่าว่าคู่ค้านานาชาติให้การตอบรับที่จะเข้าร่วมเจรจาธุรกิจกว่า 40 ราย แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและสนใจ เพราะงานนี้มีเป้าหมายอยู่ที่การเจรจาธุรกิจที่คาดหวังรายได้ไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท “ซิป้าคาดหวังว่าโครงการนี้จะช่วยให้อุตสาหกรรมเติบโตแบบก้าวกระโดดและหมายมั่นให้เป็นเวทีที่สำคัญ โดยพันธกิจต่าง ๆ ที่ซิป้าดำเนินมาทั้งเรื่องส่งเสริมการสร้างบุคลากร พัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างศักยภาพการแข่งขัน ทั้งหมดนั้นล้วนตั้งเป้าเรื่องต่อยอดเรื่องการตลาดเพื่อสร้างรายได้” ด้าน นายมนต์ชัย ศรีเจริญศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการตลาดดิจิตอล คอนเทนต์ ซิป้า ระบุว่า ภาพรวมตลาดดิจิตอลคอนเทนต์ในปี 2556 ที่ผ่านมา มีมูลค่ามากกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งปีนี้ก็เชื่อว่าจะเติบโตขึ้น 10% หรือประมาณ 22,000 ล้านบาท ทั้งนี้ อุตสาหกรรมดิจิตอลคอนเทนต์มีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องมากกว่า 30% ในทุก ๆ ภาคส่วน โดยแนวโน้มการเติบโตเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาของดิจิตอลคอนเทนต์ในประเทศ มาจากแอนิเมชั่นอยู่ที่ประมาณ  9,000 ล้านบาท และเกม 8,000 ล้านบาท โดยปีนี้คาดการณ์ว่าเกมจะมีอัตราการเติบโตที่ดีประมาณ 30% ส่วนแอนิเมชั่นเติบโตที่ 20% อย่างไรก็ตามซิป้าใช้เงินประมาณ 20 ล้านบาท ในการจัดงานหวังผลักดันอุตสาหกรรมดิจิตอลคอนเทนต์ ซึ่งถือเป็นธุรกิจสร้างสรรค์ในประเทศไทยให้ก้าวสู่สากล อีกทั้งงานนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ ได้สามารถสร้างธุรกิจบนแพลตฟอร์มนี้ด้วย ทั้งนี้ถือเป็นโอกาสและความได้เปรียบของเราสร้างเครือข่ายในระดับสากลและปักธงให้ไทยเป็นเมืองสำคัญต่อธุรกิจดิจิตอลคอนเทนต์และหวังให้อุตสาหกรรมเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้สู่ระบบเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยภาครัฐจะร่วมกันส่งเสริมและขับเคลื่อนเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า มูลค่าของธุรกิจบริการด้านดิจิตอลคอนเทนต์ มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญและตั้งเป้าให้มีสัดส่วนการส่งออกของผู้ประกอบการไทยเพิ่มขึ้น จึงต้องพัฒนา ส่งเสริม และเพิ่มมูลค่าให้สินค้าสร้าง สรรค์ เพื่อสร้างเอกลักษณ์และความแตกต่างให้สินค้าสร้างสรรค์ของไทย รวมไปถึงการจัดเวทีเจรจาการค้าเพื่อขยายตลาดต่างประเทศ และนำรายได้เข้าประเทศไม่ใช่เพียงปีละพันล้านบาท แต่เป็นหลายหมื่นล้านบาทในอนาคต ภายในงาน จะมีกิจกรรมหลัก ได้แก่ นิทรรศการ ณ รอยัลพารากอน ฮอลล์ กิจกรรมเจรจาธุรกิจ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัล เวิลด์ และสัมมนาวิชาการ/เชิงปฏิบัติการ พิธีการมอบรางวัลเกียรติของอุตสาหกรรมประจำปี พร้อมด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยบริการข้อมูลผ่านทาง www.bangkokdigitalcon tent.com นอกจากนี้ยังมีแผนกำหนดให้จากนี้จะจัดงานขึ้นเป็นประจำในช่วงเวลาเดียวกันของทุกปี    อย่างไรก็ตาม ในการจัดงานแต่ละครั้ง ซิป้า และพาร์ทเนอร์ ต่างให้ความสำคัญกับการจับคู่ธุรกิจตลอดมา ซึ่งที่ผ่านมา การจับคู่ค้าทางธุรกิจจะทำให้เกิดเม็ดเงินที่มหาศาล ทำให้คอนเทนต์ของผู้ประกอบการไทยได้มีที่ยืน ในประเทศต่าง ๆ เมื่อมีเวทีเปิดกว้างให้นักพัฒนาคอนเทนต์ในไทยมีตลาดรองรับ เชื่อว่าการก้าวเข้าสู่เออีซีในเร็ววันนี้ จะเป็นตัวการันตีในการพัฒนาธุรกิจด้วยดิจิตอลคอนเทนต์โดยฝีมือคนไทย. กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘ซิป้า’ เปิดเวทีดันนักพัฒนาดิจิตอลคอนเทนต์ไทย