วันนี้(17มิ.ย.)นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่าปัจจุบันพฤติกรรมผู้ใช้โทรศัพท์มือถือจะมีการซื้อโปรโมชั่นเสริมจำนวนมาก อาทิ ชั่วโมงและความเร็วอินเทอร์น็ตและค่าโทร ฯลฯ ทาง บริษัทจึงออกโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าที่ใช้ซิมแฮปปี้ ด้วยการเปิดตัว “แฮปปี้สโนว์ไวท์ โปรเสริมเติมสุขทุกวัน” ประเดิมโปรโมชั่นแรก คือ“โปรน่ารักทั้ง 7”อาทิ โทรฟรีเบอร์ดีแทค ตี 5-5 โมงเย็นครั้งละ60นาที ,โทรฟรีทุกเครือข่าย 10 นาทีส่วนเกินนาทีละ 25 สตางค์ นาทีแรก 99สตางค์ ,เล่นเฟสบุ๊คและ ไลน์ ไม่จำกัด ,เล่นเน็ตได้ไม่จำกัดช่วงตี 5-5 โมงเย็นด้วยความเร็วสูงสุด 384Kbps , แฮปปี้เบอร์คนโปรดโทรหา 1 เบอร์คนโปรดในดีแทคชั่วโมงละ 1 บาทต่อไปนาทีละ 25 สตางค์ และโทรฟรีเบอร์ดีแทค 30 นาที พร้อมเล่นเน็ตฟรี 30 นาที ฯลฯ โดยโปรเสริมทั้ง 7แบบมีราคา7 บาทต่อวัน โดยการกด *7575“ปัจจุบันมีลูกค้าแฮปปี้ใช้โปรเสริมประมาณ10 ล้านคนต่อเดือนหรือประมาณ 40 ล้านเพจเกจต่อเดือน จากลูกค้าแฮปปี้ทั้งหมด 25 ล้านรายหรือคิดเป็นเงินประมาณ 200-300 ล้านบาทต่อเดือน การออกโปรโมชั่นเสริมนี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ในส่วนนี้อีก 20-30%และมีลูกค้าใช้โปรเสริมเพิ่มขึ้นเป็น 12-13 ล้านคนต่อเดือนภายในสิ้นปีนี้”นายปกรณ์ กล่าวต่อว่ าตลาดโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงิน(พรีเพด)คาดว่าจะมีการแข่งขันรุนแรงมากยิ่งขึ้นในต้นปีหน้าเนื่องจากคาดว่าโอปอเรเตอร์แต่ละรายจะหันมาทำตลาดเพิ่มมากขึ้นหลังจากที่ปัจจุบันที่เน้นการแข่งขันในตลาดแบบรายเดือน (โพสต์เพด) โดยการทำโปรโมชั่นผ่านการลดราคาเครื่องพ่วงแพ็จเกจแบบรายเดือนซึ่งคาดว่าจะถึงจุดอิ่มตัวในสิ้นปีนี้.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แฮปปี้รุกตลาดพรีเพดออกโปรเสริมหวังลูกค้าใช้ 13 ล้านคน
เดือน: มิถุนายน 2014
-

แฮปปี้รุกตลาดพรีเพดออกโปรเสริมหวังลูกค้าใช้ 13 ล้านคน
-

หนุนรับรู้ทีวีดิจิตอลผ่านงานเสวนา
วันนี้(17มิ.ย) ที่อาคารเจริญวิศวกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนา "สู่ยุคดิจิตอลทีวี" เพื่อให้ความรู้และกระตุ้นให้ประชาชนได้รับทราบถึงการเปลี่ยนแปลงการเปลี่ยนผ่านจากทีวีระบบอนะนาล็อกไปยังระบบดิจิตอล ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้าใจให้ถูกต้องและให้ประชาชนได้รับรู้ข่าวสารตามสิทธิขั้นพื้นฐาน พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยว่า สำหรับการประมูลทีวีดิจิตอล ดำเนินการตามกฎหมาย พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ.2553 และจำนวน 24 ช่องธุรกิจถือว่ามีความเหมาะสมเป็นอย่างมาก ซึ่งกิจการทีวีถือเป็นช่องทางที่สำคัญต่อการรับชมข่าวสารของประชาชน มากกว่าที่จะนำรายได้กลับคืนมาสู่กองทุน ฯหรือรัฐน.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช.และกสท.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า ในขณะนี้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลกำลังอยู่ในช่วงตั้งตัว อาจจะมีการรีรันรายการ การนำเอารายการอื่นๆมาออกอากาศ หรือแม้กระทั่งช่องข่าวที่กำลังอยู่ในช่วงจำกัดการนำเสนอข่าวสาร ในสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้ต้องทำงานกันลำบาก การนำเสนอข่าวสารอาจจะยังไม่เข้มข้นตามความต้องการของประชาชน แต่ช่องข่าวเหล่านี้ก็พยายามที่จะทำรายการข่าวสารให้ครบตามที่กสทช. กำหนดไว้ 50% คาดว่าจะเริ่มแข่งขันกันเรื่องคอนเทนต์มากขึ้น รวมถึงการเปิดช่องทางให้ผู้บริโภคได้ร้องเรียน และชี้แนะ ด้านนายสุวิทย์ สาสนพิจิตร์ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เปิดเผยว่า ในขณะนี้โครงข่ายไทยพีบีเอสได้ดำเนินการติดตั้งสถานีส่งสัญาณจำนวน 11 สถานี ครอบคลุมพื้นที่ 39 จังหวัด ซึ่งจะครอบคลุมจำนวนประชากรถึง 50% ของจำนวนครัวเรือนและจะดำเนินการให้ได้ 80% ภายในปีนี้ ส่วนในปีหน้าจะดำเนินการติดตั้งสถานีฐานให้ครอบคลุม 77 จังหวัด ภายใน 2 ปี ซึ่งเร็วกว่าที่ กสทช.กำหนด ทั้งนี้ การติดตั้งสถานีส่งสัญญาณแบ่งเป็นกลุ่มจังหวัด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หนุนรับรู้ทีวีดิจิตอลผ่านงานเสวนา -

‘นที’บอกยินดีหากคสช.ให้ส่งเงินประมูลทีวีดิจิตอล
วันนี้ (17มิ.ย.) ที่อาคารเจริญวิศวกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยถึงกรณีที่หากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช. )เห็นควรให้สำนักงานกสทช.นำเงินรายได้จากการประมูลทีวีดิจิตอลเพื่อให้บริการธุรกิจ 24 ช่องนำเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน ตามที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิ( สตง.) เสนอมาว่า ไม่ขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ แต่มองว่าวัตถุประสงค์การนำเงินไปใช้ต่างกัน คือ กสทช.ประมูลเพื่อการเปลี่ยนผ่านจากระบบอะนาล็อกไปสู่ระบบดิจิตอลทีวี โดยวัตถุประสงค์ของการนำเงินรายได้หลังการประมูลนั้น เป็นแบบนำกลับมาใช้สู่การประกอบกิจการในอุตสาหกรรม ซึ่งมีวัตถุประสงค์ต่างกันของเงินแผ่นดินด้านน.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ และด้านคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า ส่วนตัวมองว่า ไม่ขัดข้องหากจะยกเงินทั้งหมดเข้าเป็นรายได้ของแผ่นดิน รวมถึงเห็นด้วยที่มีการตรวจสอบ เนื่องจากที่ผ่านมา กสทช.ถูกมองติดลบมาตลอด โดยเฉพาะการอนุมัติเงินจำนวน 427 ล้านบาทอีกด้วย"มองว่าการอนุมัติเงินจำนวนมากขนาดนี้แต่ใช้เพียงมติเสียงข้างมากเท่านั้น จึงมองว่าทำให้กลายเป็นจุดพลิกมองกสทช.ติดลบ การยกเงินทั้งหมดออกจากกสทช.ก็ดี ส่วนกสทช.ควรทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ และการกำกับดูแลเท่านั้น ส่วนการบริหารเงินก็ให้ฝ่ายบริหารจัดการ "น.ส.สุภิญญา กล่าวในขณะเดียวกันคณะอนุคุ้มครองผู้บริโภค ได้ประชุมพิจารณาเรื่อง มาตรการเยียวยาผู้บริโภคกล่องบอลโลก ซึ่งมองว่า ระยะเวลาในการเยียวยาผู้บริโภคกรณีคืนกล่องฟุตบอลโลกที่อาร์เอสเสนอมา 3 วัน คือ ระหว่างวันที่ 16-18 มิ.ย. นี้ ถือว่าน้อยเกินไป อาจต้องเชิญอาร์เอสเข้ามาหารืออีกรอบ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘นที’บอกยินดีหากคสช.ให้ส่งเงินประมูลทีวีดิจิตอล