เดือน: มิถุนายน 2014

  • คสช.อนุมัติงบกลางอุ้มเกษตรกรสวนยาง

    คสช.อนุมัติงบกลางอุ้มเกษตรกรสวนยาง

    นายนำชัย พรหมมีชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2557 ได้อนุมัติงบประมาณรวม 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเป็นใช้งบกลางจากงบประมาณปี 2557 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรใน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา 1 แสนราย จำนวน 6,600 ล้านบาท โดยเป็นโครงการเดิมที่มีการช่วยเหลือปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกรรายย่อยที่มีพื้นที่กรีดยางแล้วไม่เกิน 25 ไร่ ตามพื้นที่เปิดกรีดจริงในอัตราไร่ละ 2,520 บาท ซึ่งได้ที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรสิ้นสุดแล้วตั้งแต่เดือน ต.ค. 2556 แต่มีการจ่ายเงินไปรอบแรกที่ 2.1 หมื่นล้านบาท แต่ยังมีเกษตรกรที่รอรับเงินช่วยเหลือที่ยังไม่ได้รับเงินอีกประมาณ 1 แสนรายส่วนอีกโครงการคือโครงการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติที่ตกค้างมาตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบันทั้งสิ้น 5.84 แสนราย งบประมาณ 5,498 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย 4.85 แสนราย 4,722 ล้านบาท ดินโคลนทับถม 49 ราย 5.25 แสนบาท ภัยแล้ง 3,284 ราย 44.19 ล้านบาท วาตภัย 7,122 ล้านบาท 24.92 ล้านบาท ภัยฝนทิ้งช่วง 7.19 หมื่นราย 511.88 ล้านบาท ศัตรูพืชระบาด 1,841 ราย 17.08 ล้านบาท โรคพืชระบาด 4,167 ราย 15.21 ล้านบาท อัคคีภัย 16 ราย 2.45 แสนบาท ภัยหนาว 10,240 ราย 159.85 ล้านบาท ภัยพายุและคลื่นลมแรง 33 ราย 3.5 ล้านบาททั้งนี้ทั้ง 2 โครงการพล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) หัวหน้า คสช. ได้ให้นโยบายว่าต้องให้เงินถึงมือเกษตรกรเร็วที่สุด ซึ่งหลังจากนี้กรมส่งเสริมการเกษตรจะเร่งตรวจสอบรายชื่อเกษตรกรที่อยู่ในโครงการว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงจากบัญชีเดิมหรือไม่ จากนั้นจะส่งเรื่องไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อให้มีการโอนเงินไปยังธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และดำเนินการจ่ายเงินให้เกษตรกรต่อไปซึ่งทั้งหมดนี้คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 สัปดาห์เงินจะถึงมือเกษตรกรทั้งหมดพ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะคณะทำงานโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ที่ประชุม คสช. ได้อนุมัติการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในจังหวัดเชียงรายในช่วงต้นเดือน พ.ค. 2557 โดยมีการอนุมัติให้แก่ 2 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อฟื้นฟูสถานศึกษาที่ได้รับความเสียหายจำนวน 322 ล้านบาท ซึ่งส่วนนี้จะเป็นลักษณะการปรับใช้งบของหน่วยงานให้มีความเหมาะสมไม่ได้มีการใช้งบกลางอีกหน่วยงานคือสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จำนวน 127 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการใช้งบกลาง จากงบประมาณรายจ่ายปี 2557 เพื่อฟื้นฟูทั้งวัด สำนักปฏิบัติธรรม และช่วยเหลือภิกษุ สามเณรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คสช.อนุมัติงบกลางอุ้มเกษตรกรสวนยาง

  • พร็อพเพอร์ตี้ เฟอร์เฟค ซื้อกิจการ ไทยพร็อพเพอร์ตี้

    พร็อพเพอร์ตี้ เฟอร์เฟค ซื้อกิจการ ไทยพร็อพเพอร์ตี้

    นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทา พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (จำกัด) มหาชน เปิดเผยว่า บริษัทได้เข้าซื้อกิจการของบริษัท ไทยพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ด้วยการแลกหุ้น (แชร์สวอป) 1,800 ล้านบาท โดยบริษัทขายที่ดิน 4 แปลง มูลค่า 3,570 ล้านบาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก แล้วไปซื้อไทยพร๊อพฯ ซึ่งทำให้ได้บริษัทลูกคือ แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มาด้วย คาดว่าการควบรวมจะแล้วเสร็จภายในเดือนก.ค.นี้ จากนั้นจะปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ เพิ่มส่วนของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่า และโรงแรมเข้ามา 18% ของสินทรัพย์ทั้งหมด ขณะที่สินทรัพย์ประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ และอาคารชุด ยังมีสัดส่วนมากที่สุด 63%“การเจรจาเพื่อซื้อกิจการครั้งนี้ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงิน และขยายธุรกิจ เพิ่มความมั่นคงของกระแสรายได้ ซึ่งมีเพิ่มมาจากธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า โรงแรม ถือเป็นการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้จากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง จึงได้เริ่มเจรจาและดำเนินการเพียงเดือนเศษ เพราะสนใจสนใจสินทรัพย์ของแกรนด์ฯ ที่ไทยพร็อพฯ ถือหุ้นอยู่ 40% เนื่องจากมีสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงซ่อนอยู่ และแกรนด์มีแผนที่จะสร้างคอนโดมิเนียมระดับบน (ไฮเอ็นด์) อีก ซึ่งมีโอกาสที่จะออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์ และแทบไม่มีหนี้เลย มีแต่รายได้ประจำจากธุรกิจโรงแรม ที่สำคัญ ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าต่างชาติ และมีโครงการเกาะแนวรถไฟฟ้าจำนวนมาก ทำให้บริษัทมีโครงการในใจกลางเมืองเพิ่มขึ้นด้วย”การควบรวมกิจการครั้งนี้ มีผลทำให้บริษัทก้าวกระโดดขึ้นเป็นบริษัท 1 ใน 5 อันดับแรก ของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ทั้งด้านมูลค่าสินทรัพย์ จาก 30,668 ล้านบาท เป็น 45,224 ล้านบาท ทำให้รายได้ปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 15,992 ล้านบาท เป็น 22,176 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 8,646 ล้านบาท เป็น 16,392 ล้านบาท ขณะที่ภาระหนี้สินที่มี ดอกเบี้ยสุทธิต่อทุนลดลงเหลือ 1.33 เท่า อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในอนาคตด้วย เพราะทำให้บริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์ และรายได้ที่หลากหลายขึ้น ทั้งโครงการแนวราบ คอนโดมิเนียม คอนโดกลางใจเมือง สำนักงานให้เช่า และโรงแรม โดยเพอร์เฟ็คฯ จะเข้ามาถือหุ้นในแกรนด์ฯ 40% และถอนไทยพร็อพฯ ออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)จากนี้ไป เชื่อว่าจะเห็นรายได้รวมแต่ละปีของบริษัทไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 20% หลังปรับโครงสร้างธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักออกไป ซึ่งจะทำให้สัดส่วนที่ดินรอการพัฒนาลดลงจากปัจจุบันสูงถึง 25% ของสินทรัพย์เหลือเพียง 19% และในอีก 3 ปีข้างหน้าจะลดเหลือ 14-15% เรียกว่าเข้าสู่ความสมดุล และครึ่งปีหลังนี้ยังคงดำเนินธุรกิจตามแผนงานที่วางไว้ ไม่ได้ปรับเปลี่ยนแต่อย่างใด แต่ขณะเดียวกัน ก็กำลังเจรจาที่จะร่วมทุนกับนักลงทุนญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาในการบริหารโรงแรมโรโระ รีสอร์ท จากเดิมที่ตั้งใจจะขายออกไป แต่มาเปลี่ยนแผนร่วมทุนแทน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พร็อพเพอร์ตี้ เฟอร์เฟค ซื้อกิจการ ไทยพร็อพเพอร์ตี้

  • ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 17 มิถุนายน 2557  ปิดลบ 0.83 จุด

    ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 17 มิถุนายน 2557 ปิดลบ 0.83 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 17 มิ.ย. ดัชนีปรับตัวขึ้นทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นเคลื่อนไหวผันผวนสลับบวกลบตลอดวัน โดยแรงซื้อส่วนใหญ่ยังมาจากหุ้นในกลุ่มพลังงาน และกลุ่มสื่อสาร รวมถึงกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลดีจากการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศอย่างกลุ่มค้าปลีก ในขณะที่นักลงทุนยังรอปัจจัยใหม่เข้าหนุนตลาด โดยเฉพาะประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ในวันที่ 18 มิ.ย. นี้ ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,468.80 จุด และทะยานขึ้นสูงสุด 1,477.53 จุด  จนมาปิดตลาดที่ 1,471.02 จุด ลดลง 0.83 จุด หรือ 0.06 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขาย  46,146.97ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ทรู   ปิดที่ 9.65 บาท เพิ่มขึ้น 0.95 บาท 2.เอไอเอส ปิดที่ 222.00 บาท ลดลง 7.00  บาท 3.ปตท.สผ. ปิดที่ 166.00 บาท ลดลง 1.00 บาท 4.อินทัช  ปิดที่ 73.50 บาท ลดลง 1.25  บาท 5.ซีพีออล ปิดที่ 47.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 17 มิถุนายน 2557 ปิดลบ 0.83 จุด