นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีที่หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนของอังกฤษได้เขียนบทความ เรื่อง อุตสาหกรรมประมงในไทยใช้แรงงานต่างด้าวแบบผิดกฎหมายว่า ขณะนี้กรมฯได้หารือกับผู้บริหารของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ถึงกรณีดังกล่าว และทางบริษัทยืนยัน ว่า วัตถุดิบปลาป่นที่ใช้เป็นอาหารกุ้งซื้อมาจากโรงงานที่ดำเนินการโดยถูกกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทยังได้ร่วมกับภาคส่วนต่างๆเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการทำประมงอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทยมาโดยตลอด รวมถึงร่วมกับสมาพันธ์ผู้ผลิตสินค้าประมงไทยต่อต้านและหยุดการใช้แรงงานผิดกฎหมาย แรงงานเด็ก แรงงานทาสและการค้ามนุษย์ด้วย“กรมฯได้สั่งการให้สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(สคร.) ทั้งในภูมิภาคอเมริกา (4แห่ง)และในยุโรป (10แห่ง) ติดตามสถานการณ์ในเรื่องดังกล่าวตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และขณะนี้ได้ขอให้ทูตพาณิชย์ทุกแห่งช่วยชี้แจงให้กับผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารทะเลได้รายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องครบถ้วน รวมทั้งกรมฯได้ให้ทูตพาณิชย์ทำความเข้าใจกับผู้นำเข้ารายใหญ่ทราบถึงการดำเนินการของภาครัฐบาลและภาคเอกชนที่มีความตั้งใจและจริงใจในการแก้ไขปัญหานี้”สำหรับแผนในระยะสั้น กรมฯ จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อรักษาภาพลักษณ์ด้านการค้ากับการใช้แรงงานในประเทศไทย และเร่งประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดในการปราบปรามการลักลอบใช้แรงงานผิดกฎหมาย ส่วนระยะกลาง จนถึงระยะยาว กรมฯ ดำเนินกิจกรรมด้านแฟร์ เทรด เช่น ความร่วมมือในกิจกรรมขยายความรู้ความเข้าใจด้านการใช้แรงงานที่เป็นธรรม การเข้าไปร่วมมือเพื่อสร้างกฎเกณฑ์นานาชาติด้านการ ใช้แรงงานที่เป็นธรรม ในสินค้าที่สำคัญๆ ของไทย เช่น อุตสาหกรรมประมง การสร้างและขยายฐานผู้ผลิตสินค้าที่ได้ตราแฟร์ เทรด, สร้างกิจกรรมแฟร์ เทรด คอมมูนิตี้ ในกลุ่มผู้ส่งออกของไทย เป็นต้นนางนันทวัลย์ กล่าวว่า กรมฯ และกระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาดังกล่าว ได้ประชุมและประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศในการให้ข้อมูลต่อประเด็นข้อสงสัยต่างๆ และแจ้งให้ทราบถึงความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขของหน่วยงานต่างๆ อาทิ การติดตามการดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมาย , การติดตามการคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ , การป้องกัน การปรับปรุงและขยายการตรวจแรงงานให้ครอบคลุมพื้นที่และสาขาอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นในภาคการประมงขณะเดียวกัน ได้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานแรงงานประมง ครอบคลุมใน 22 จังหวัด และบริหารจัดการให้เป็นระบบมากขึ้น รวมถึงการคุ้มครองสวัสดิการแรงงานต่างๆ โดยรัฐบาลจัดสรรงบประมาณพิเศษกว่า 190 ล้านบาท เพื่อดำเนินกิจกรรมเชิงรุกด้านป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พร้อม ได้มีการจัดทำเอ็มโอยู กับองค์กรเอกชน ภาคประชาสังคมและประเทศเพื่อนบ้านในลุ่มน้ำโขง เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ซีพียันใช้วัตถุดิบถูกต้องตามกฎหมาย
เดือน: มิถุนายน 2014
-

ซีพียันใช้วัตถุดิบถูกต้องตามกฎหมาย
-

“ประมนต์” แนะ คสช.ตรวจซื้อเครื่องบิน
นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า องค์กรฯ เตรียมเสนอให้ให้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ตรวจสอบโครงการเมกะโปรเจคเพิ่มอีก 3 โครงการจากก่อนหน้านี้ที่ได้ตรวจสอบ 8 โครงการ โดยโครงการที่เพิ่ม เช่น การจัดซื้อฝูงบินใหม่ของการบินไทย 38 ลำ มูลค่ากว่า 240,000 ล้านบาท, โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 800 เมกะวัตต์ เพื่อติดตั้งแก่ 800 ชุมชน มูลค่า 40,000 ล้านบาท รวมถึงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟส การขยายสนามบินดอนเมือง และภูเก็ตขณะเดียวกัน ต้องการให้ คสช. พิจารณาในการกำหนดข้อห้ามบุคคลที่อยู่ในตำแหน่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมของประเทศ เช่น อัยการ มาดำรงในตำแหน่งคณะกรรมการ (บอร์ด) รัฐวิสาหกิจ เนื่องจากมีหลายฝ่ายกังวลว่าอาจไม่มีความเป็นกลางกับคู่แข่งทางธุรกิจหรือคู่สัญญาหากกรณีที่มีการฟ้องร้อง หรือเหตุการณ์ต่างๆที่จะต้องเกี่ยวกับกระบวนยุติธรรม“การที่ คสช. เข้ามาดูบอร์ดรัฐวิสาหกิจถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะสร้างความโปร่งใสในเรื่องของธรรมาภิบาลโดยเฉพาะบอร์ดที่มีมูลค่าลงทุนสูงๆ แต่ในส่วนของรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์นั้นก็ต้องระมัดระวังเพราะการเปลี่ยนแปลงต่างๆ คงต้องให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในการดำเนินการ”สำหรับ แนวทางในการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างโครงการขนาดใหญ่ของ คสช. เป็นประโยชน์ที่จะทำให้ประเทศปราศจากการคอร์รัปชั่นได้ แต่ต้องเอาจริงเอาจังในระยะยาวที่มีแผนในการตรวจสอบอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนการแก้ไขปัญหาการทำงานของรัฐวิสาหกิจจะต้องแก้ไขทั้งระบบอย่างจริงจัง ด้วยการปรับเปลี่ยนกติกาซึ่งการเข้ามาเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจไม่ควรถูกแทรกแซงจากการเมืองโดยเด็ดขาด อย่างไรก็ตามการปรับเปลี่ยนบอร์ดเป็นเพียงแนวทางแก้ไขในระยะสั้น ดังนั้นในระยะยาวควรคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในการบริหารองค์กรได้อย่างแท้จริงนายประมนต์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทางองค์กรได้เสนอมาตรการแก้ปัญหาคอร์รัปชันเร่งด่วน 8 ข้อให้แก่ คสช. เพื่อช่วยแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นตอ โดยแยกเป็นมาตรการที่สามารถทำได้ทันที ประกอบด้วย การสร้างความไว้วางใจและมีส่วนร่วมของประชาชน, รัฐเป็นผู้นำสร้างวัฒนธรรมการต่อต้านคอร์รัปชั่น, สนับสนุนโครงการสร้างมาตรฐานที่โปร่งใส ในกระบวนการของภาครัฐ และแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นในรัฐวิสาหกิจส่วนที่เหลือเป็นมาตรการสำคัญเร่งด่วน ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย เช่น ก้ปัญหาเรียกสินบนในการออกใบอนุญาติ ที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและนักธุรกิจมานาน, แก้ปัญหาคอร์รัปชั่นที่ต้นตอและช่วยให้มาตรการอื่นๆปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ, แก้ปัญหาประชาชนโดนเอารัดเอาเปรียบ และการสร้างมาตรการทางกฎหมายติดตามจับกุมลงโทษคนโกงอย่างมีประสิทธิภาพ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ประมนต์” แนะ คสช.ตรวจซื้อเครื่องบิน -

กรมการค้าต่างประเทศนำเอกชนลุยจีน-ลาว
นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมฯ ได้จัดคณะผู้แทนการค้าไทยเดินทางไปเยือน ประเทศลาว และจีน ผ่านเส้นทางอาร์3เอ โดยได้นำภาคเอกชนเดินทางไปด้วย 13 บริษัท ซึ่งเป็นผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ เฟอร์นิเจอร์ รับเหมาก่อสร้าง ผู้ผลิตและจำหน่ายอะไหล่เครื่องจักรกล เครื่องมือโรงงาน อาหารสำเร็จรูป และร้านอาหาร เพื่อหาลู่ทางในการขยายการค้า การลงทุน และเพิ่มความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ระหว่างไทย ลาว และจีนทั้งนี้ ผลการจัดให้มีการพบปะกันระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการลาว และจีน ได้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจทันที ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เค.พี.เอช เซอร์วิส อยู่ระหว่างการทำข้อตกลงทางธุรกิจกับบริษัทเอลเอสการค้า ขาออก-ขาเข้า และโลจิสติกส์ ของลาว, บริษัทระยองชิปปิ้ง จำกัด อยู่ระหว่างการทำข้อตกลงทางธุรกิจกับบริษัทร่วมใจพัฒนา ดำเนินกิจการด้านการขนส่งสินค้าในลาว เป็นต้น“การเดินทางไปในครั้งนี้ การจัดเจรจาจับคู่ธุรกิจที่ ลาว ธุรกิจที่มีแนวโน้มประสบผลสำเร็จ ได้แก่ ธุรกิจด้านโลจิสติกส์ ด้านโรงแรม และร้านอาหาร ส่วนที่จีนจะเป็นธุรกิจด้านโลจิสติกส์ อาหารสำเร็จรูป และสินค้าอุปโภคบริโภค”อย่างไรก็ตาม คณะได้มีโอกาสศึกษาดูงาน ณ ด่านศุลกากรที่สำคัญ ได้แก่ ด่านศุลกากรเชียงของ ด่านศุลกากรจุดผ่านแดนถาวรห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว และด่านศุลกากรจุดผ่านแดนถาวรบ่อหาน ประเทศจีน เพื่อรับฟังการบรรยายการขนส่งสินค้าข้ามแดน และการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการซักถามปัญหาต่างๆขณะเดียวกัน ได้มีโอกาสเข้าพบนายโจว เสียเหวิน รองอธิบดีกรมพาณิชย์ประจำมณฑลยูนนาน เพื่อหารือประเด็นทางการค้าต่างๆ เช่น การร่วมมือผลักดันมูลค่าทางการค้าผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ การใช้ประโยชน์จากเส้นทางอาร์3เอ และความร่วมมือกันทางด้านสินค้า โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าข้าวหอมมะลิจากไทยโดยตรง เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรมการค้าต่างประเทศนำเอกชนลุยจีน-ลาว