นายสุวิชญ โรจนวานิช ที่ปรึกษาด้านตราสารหนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยภายหลังการประชุมเพื่อพิจารณาถึงแหล่งเงินทุนที่จะนำมาใช้ในโครงการลงทุนด้านคมนาคมขนส่งของประเทศกับกระทรวงคมนาคม ว่า หลังจากนี้ต้องรอข้อสรุปจากการหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานของกระทรวงคมนาคมและสำนักงบประมาณอีกทีว่าแต่ละหน่วยงานมีความต้องการใช้เงินเพื่อลงทุนในโครงการตามแผนลงทุนในปีงบประมาณ 58 เท่าไหร่ และงบประมาณที่สำนักงบเตรียมไว้จะสามารถรองรับได้แค่ไหน ส่วนที่เหลือจะต้องเป็นเงินกู้จากทาง สบน. อีกเท่าไหร่ โดยทั้งหมดจะต้องได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเพื่อนำเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาในวันที่ 19 มิ.ย.57 สำหรับกรอบการกู้เงินตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หนี้สาธารณะ ปี 58 มีเพดานสูงสุด อยู่ที่ 1.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 50% ของงบประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณ 58 ที่ 2.575 ล้านล้านบาท โดยเป็นการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล 20% ของบประมาณรายจ่าย และการค้ำประกันเงินกู้ให้รัฐวิสาหกิจ 20% ของงบประมาณรายจ่าย และการกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ อีก 10% ของงบประมาณรายจ่าย “เรายังบอกไม่ได้ว่าปีงบประมาณ 58 จะกู้เงินให้แต่ละหน่วยงานของกระทรวงคมนาคมเท่าไหร่ คงต้องรอข้อสรุปอีกครั้ง แต่เบื้องต้นทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้ความเห็นว่า บางโครงการลงทุนด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ก็ไม่จำเป็นต้องใช้การกู้เงินทั้งหมด แต่ควรดึง พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ เพื่อให้เอกชนมาร่วมลงทุนกับรัฐมากกว่า” นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า สนข. ได้หารือกับกระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ ถึงยุทธศาสตร์การลงทุนด้านคมนาคมขนส่งตั้งแต่ปีงบประมาณ 58 ถึง ปีงบประมาณ 65 ซึ่งแบ่งเป็น 5 ยุทธ์ศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ลงทุนรถไฟ ยุทธศาสตร์ลงทุนรถไฟฟ้า ยุทธศาสตร์ลงทุนด้านถนน ยุทธศาสตร์ลงทุนคมนาคมด้านน้ำ และยุทธศาสตร์ลงทุนคมนาคมด้านอากาศ ซึ่งจะต้องมีการจัดความสำคัญของการลงทุนว่าโครงการไหนทำก่อนหรือหลัง ทั้งนี้ เดิมการลงทุนทั้ง 5 ยุทธศาสตร์ มีมูลค่าโครงการทั้งหมด 3 ล้านล้านบาท แต่ขณะนี้ได้มีการตัดโครงการรถไฟความเร็วสูงออกไป ไม่ได้อยู่ในแผนที่จะดำเนินการตามยุทธ์ศาสตร์ที่ดำเนินการล่าสุด ทำให้มูลค่าลงทุนโครงการทั้งหมดอยู่ที่ 2.4 ล้านล้านบาท สำหรับโครงการที่มีความพร้อมที่จะลงทุนในปีงบประมาณ 58 ประกอบด้วย รถไฟรางคู่ รถไฟฟ้าเส้นสายสีส้ม สีชมพู และสายสีเหลือ นอกจากนี้ยังมีโครงการแอร์พอร์ตลิ้งก์ส่วนต่อขยายไปสนามบินดอนเมือง ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาว่าแหล่งเงินที่จะมาลงทุนโครงการดังกล่าว ส่วนไหนจะมาจากเงินงบประมาณ และส่วนไหนจะมาจากเงินกู้ ขณะที่โครงการที่เหลือทั้งหมด ก็ต้องมีการพิจาณาว่าจะลงทุนปีไหน วงเงินที่ต้องใช้และแหล่งเงินทุนจะมาจากไหน ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งรายได้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นเจ้าของโครงการ จากเงินงบประมาณ และเงินกู้ ซึ่งจะต้องทำการหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อให้การกู้เงินไม่เกินความยั่งยืนของกระทรวงการคลังเป็นผู้ดูแลอยู่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คมนาคมถกสำนักงบฯหาแหล่งเงินทุน
เดือน: มิถุนายน 2014
-

คมนาคมถกสำนักงบฯหาแหล่งเงินทุน
-

เปิดจองแล้ว “ แอลจี จี 3” หนึ่งพันเครื่องแรกในไทย
วันนี้( 16 มิถุนายน 2557)ที่โรงแรมดับเบิลยูกรุงเทพ ฯ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวสมาร์ทโฟนแอลจี จี3 ครั้งแรกในประเทศไทย โดยนายเจค ควอน ผู้อำนวยการกลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือบริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แอลจีมุ่งมั่นพัฒนาสมาร์ทโฟนที่นอกจากจะโดดเด่นด้านนวัตกรรมแล้วยังสามารถตอบสนองความต้องการด้านการใช้งานที่หลากหลายของผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงพัฒนา แอลจี จี 3 (LG G3) ขึ้น โดยเน้นการสร้างสรรค์ความลงตัวระหว่างเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าและประสบการณ์การใช้งานที่เรียบง่ายลดขั้นตอนการใช้งานของฟีเจอร์ต่างๆ แต่ยังคงเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเพื่อสะท้อนถึงแนวคิด Simple is the New Smart อย่างแท้จริง ทั้งนี้แอลจี จี 3 มีจุดเด่นที่ 3เทคโนโลยีหลัก คือ จอดิสเพลย์ การออกแบบหรือดีไซน์ และเทคโนโลยีกล้อง โดยเทคโนโลยีหน้าจอหรือดิสเพลย์เป็นแบบควอด เอชดี (Quad HD) ความละเอียดถึง 538 ppi มากกว่าหน้าจอเอชดีถึงสี่เท่า ขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้วและขอบจอบางเฉียบทั้งสี่ด้าน ส่วนเทคโนโลยีกล้อง มีกล้องหลัง13 เมกะพิกเซล มาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว(OIS+) และเทคโนโลยีเลเซอร์ ออโต้โฟกัส (Laser Auto Focus) ซึ่งมีอยู่ใน แอลจี จี 3 เป็นรุ่นแรกในตลาดสมาร์ทโฟนช่วยให้ สามารถจับภาพช่วงเวลาที่ดีที่สุดและด้านการออกแบบที่เน้นรูปลักษณ์ที่สวยงามด้วยฝาหลังเมทัลลิค น้ำหนักเบา และมีปุ่มกด Rear Key ที่เป็นเอกลักษณ์ของแอลจี ให้ความรู้สึกสบายเหมาะมือใช้งานได้ง่ายเมื่อถือในมือเดียว นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆที่เป็นจุดเด่นเช่น SmartKeyboard ฟีเจอร์ที่เรียนรู้จากผู้ใช้ช่วยให้พิมพ์ได้เร็วขึ้นและลดการพิมพ์ผิดได้มากถึง 75 เปอร์เซ็นต์ทั้งยังสามารถปรับความสูงของคีย์บอร์ดได้ตามสรีระของมือผู้ใช้ Smart Noticeผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้ในช่วงเวลาสำคัญ และ SmartSecurity ฟีเจอร์เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว เช่น Knock Codeฟีเจอร์พิเศษให้ผู้ใช้สร้างรหัสส่วนตัวเพื่อปลดล็อคหน้าจอโดยเคาะที่ส่วนใดของหน้าจอก็ได้ และฟีเจอร์ Content Lock ที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลส่วนตัวและซ่อนข้อมูลเมื่อต้องใช้แอลจีจี 3 ร่วมกับผู้อื่น สำหรับแอลจี จี มีให้เลือก3 สี ได้แก่ สีดำเมทัลลิก สีขาว และสีทองโดยแอลจีเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของแอลจี จี 3ก่อนใคร จำนวนจำกัดเพียง 1,000 เครื่องเท่านั้น สามารถจองได้ที่ร้านเจ มาร์ท, ทีจี โฟน, แอลจี แบรนด์ ช้อปและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศที่ร่วมรายการ หรือจองผ่าน AIS Online Store, Dtac Online Store และ www.truemove-h.com/prebooking/LG/G3พร้อมรับของสมนาคุณพิเศษ Wireless Charger และ Quick CircleCase รวมมูลค่ากว่า 3,000 บาท ในวันที่ 16 – 27 มิถุนายน 2557 นี้เท่านั้น สามารถเข้าชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lg.com/th และ www.facebook.com/thailandlifesgood
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดจองแล้ว “ แอลจี จี 3” หนึ่งพันเครื่องแรกในไทย -

กสทช.ไม่ขัดข้องหากเรียกนำเงินประมูลทีวีดิจิตอลเข้าแผ่นดิน
วันนี้ (16มิ.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมนาคมแห่งชาติ(สำนักงาน กสทช.) นายฐากร ตัณธสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า กสทช.ได้ดำเนินการชี้แจงต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ถึงกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) เสนอให้ คสช.แจ้งให้สำนักงาน กสทช. นำเงินรายได้จากการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล จำนวน 50,862 ล้านบาท นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินนั้น กสทช.ไม่ขัดข้องแต่ขอให้ปฎิบัติเงื่อนไขผูกพันธ์การแจกคูปองส่วนลดสำหรับซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอล ที่ กสทช.ได้มีมติและประกาศออกไปให้สาธารณะชนรับชนรับทราบแล้ว“ทั้งนี้ กสทช.ได้ดำเนินการชี้แจงตามคำสั่ง คสช. เนื่องจากในขณะนี้ไม่มีรัฐสภา และรัฐบาลจึงจำเป็นต้องรายงานการใช้จ่ายและงบประมาณการลงทุนที่เร่งด่วน ผลกระทบต่างๆ ส่วนกรณีการแจกคูปองซึ่งเป็นโครงการที่จะนำเข้าที่ประชุม กสทช.ในวันที่ 18 มิ.ย. นี้ ก็ยังดำเนินการต่อไป ส่วนทาง คสช.จะมีดำเนินการเช่นไรก็แล้วแต่เห็นสมควร” นายฐากร กล่าวในขณะเดียวกันยังทำเรื่องชี้แจงโครงการแผนจัดซื้อจัดจ้าง เร่งด่วนของสำนักงาน กสทช. จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ การประมูลคลื่นความถี่ย่าน1800 เมกะเฮิร์ตซ และคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ตซ ซึ่งคิดตามราคากลางใบอนุญาตมูลค่าวงเงิน 40,000 ล้านบาท และบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม อาทิ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โทรศัพท์พื้นฐาน เป็นต้น โดยมีมูลค่าการลงทุนวงเงิน 20,000 ล้านบาท และโครงการการแจกคูปองเงินสดส่วนลดสำหรับแลกซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอลกรอบวงเงิน 25,000 ล้านบาทรวมถึงแนวทางการแจกจ่ายทั้งหมด เพื่อให้คสช.รับทราบต่อไป.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.ไม่ขัดข้องหากเรียกนำเงินประมูลทีวีดิจิตอลเข้าแผ่นดิน