สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นได้ออกข่าวใหญ่โตว่าแฮกเกอร์จากประเทศรัสเซียส่งไวรัสเข้าโจมตีบริษัทพลังงานของสหรัฐอเมริกา และอังกฤษหลายแห่งขนานใหญ่แบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน สงครามเย็นเริ่มปะทุขึ้นใหม่แล้ว ซึ่งเป็นความเห็นจากสำนักข่าวตะวันตกและก็ได้รายงานข่าวนี้ ซึ่งบอกว่ามาจากบริษัทความมั่นคง ซึ่งได้รายงานว่า แฮกเกอร์จากรัสเซียทำการโจมตีด้วยไวรัส ที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนไปยังบริษัทน้ำมันและก๊าซของตะวันตก การดำเนินการทางไซเบอร์ครั้งนี้ ใช้ชื่อที่เรียกกันว่าหมีพลัง (Energetic Bear) ซึ่งล่าสุดนั้นได้ก่อสงครามไซเบอร์ขึ้นระหว่างสายลับไซเบอร์ของอเมริกันและอังกฤษฝั่งหนึ่ง และแฮกเกอร์ขโมยข้อมูลทางด้านสิทธิบัตรอสังหาริมทรัพย์จากจีนและรัสเซียอีกฝั่งหนึ่ง จากรายงานของบริษัทไซแมนเทค (Symantec) นั้นได้อธิบายว่า กลุ่มแฮกเกอร์ได้สร้างมัลแวร์ (Malware) เข้าไปยังคอมพิวเตอร์ของโรงงานผลิตพลังงานตามแหล่งปฏิบัติการโครงสร้างท่อส่งพลังงานและแก๊ส รวมทั้งผู้ผลิตเครื่องมือทางอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเป้าหมายส่วนใหญ่อยู่ที่สหรัฐอเมริกา สเปน และยุโรป มัลแวร์หรือไวรัสชนิดหนึ่งที่รัสเซียสร้างขึ้นมาเพื่อขโมยเอกสารสารสนเทศ ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน ซึ่งแฮกเกอร์จะขโมยเอกสารสำคัญและมีมูลค่าไป นอกจากนี้รัสเซียยังสามารถผลิตไวรัสที่สามารถเข้าไปหยุดการควบคุมและการปฏิบัติการจนกระทั่งสามารถทำลายแหล่งพลังงานของประเทศนั้น ๆ ได้ บริษัทคราวด์สไตร์คซึ่งเป็นบริษัทด้านความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์ ได้พบปฏิบัติการกระบวนการหมีพลังในปี ค.ศ.2012 ซึ่งปฏิบัติการขบวนการหมีพลังเป็นทางคราวด์ สไตร์คแถลงว่า มาจากหน่วยการข่าวอัจฉริยะของรัฐบาลรัสเซีย ซึ่งเป็นการร้องขอจากรัฐวิสาหกิจก๊าซ ก๊าซพรอม และโรสแนฟท์ ซึ่งทางสถานทูตของรัสเซียได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา และรวมทั้งได้รับการปฏิเสธอีกว่า รัฐวิสาหกิจไม่เคยขอร้องให้ทำเช่นนั้น ทำไมทางตะวันตกต้องหันมาสนใจเรื่องไวรัสจากรัสเซีย ทั้งนี้พบว่า ปฏิบัติการทางไซเบอร์ของรัสเซียสามารถเข้าไปล้วงตับ และทำให้พบว่า แหล่งพลังงานที่สหรัฐอเมริกาและยุโรปค้นพบอยู่ตรงไหนบ้าง และรัสเซียหรือจีนจะสามารถเข้าไปทำการขุดเจาะก่อน ทำให้สหรัฐอเมริกาและโลกตะวันตกเสียเปรียบ หรือถ้าหากว่าทางรัสเซียหรือจีนค้นพบว่า ท่อส่งพลังงานและเครือข่ายท่อส่งน้ำมันและก๊าซของอเมริกาและยุโรปอยู่ที่ใดบ้าง ก็สามารถส่งไวรัสไปโจมตี จนกระทั่งทำให้สหรัฐอเมริกาและโลกตะวันตกไม่สามารถส่งน้ำมันและก๊าซไปยังโรงงานผลิตพลังงานในประเทศได้ ทางคราวด์สไตร์คก็ได้แถลงกล่าวว่า “รัสเซียได้สร้างกลุ่มปฏิบัติการโจรกรรมทางเศรษฐกิจและการเมืองเอาไว้สำหรับการปฏิบัติการ” นักวิจัยทางด้านความมั่นคงคอมพิวเตอร์ได้กล่าวว่า การมีปฏิบัติการของหมีพลัง ชัดเจนว่าพุ่งเข้าไปที่การวางแผนและความแม่นยำทางการทหารของรัสเซีย และกลุ่มปฏิบัติการหมีพลัง ไม่ได้มีขอบข่ายการเข้าไปโจมตีทางด้านแหล่งพลังงานเท่านั้น เพราะมัลแวร์หรือไวรัสประเภทเข้าไปสืบค้นเจาะความลับข้อมูลของหมีพลังงานนั้น ได้ปรากฏพบตามเครือข่ายหรือตะแกรงพลังงานของยุโรป และสหรัฐอเมริกา สัญญาณด้านความมั่นคง แหล่งบริการด้านสุขภาพ และกระทั่งโรงงานผลิตด้านอุตสาหกรรม บริษัทก่อสร้าง มหาวิทยาลัยที่ทำวิจัยด้านนิวเคลียร์ คุณเควิน ฮาเลย์ ผู้อำนวยการความมั่นคงทางคอมพิวเตอร์ของบริษัทไซมานเทคได้กล่าวว่า “เราไม่เคยพบเห็นมัลแวร์ ในระบบอุตสาหกรรมมาก่อน” อันนี้คงจะไม่ใช่มโนภาพของอเมริกันกระมัง แต่รู้สึกเขาแคร์จริง สงครามโลกไซเบอร์เริ่มอุบัติขึ้นแล้ว. รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด boonmark@stammford.edu
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รัสเซียโจมตีแหล่งน้ำมันก๊าชอเมริกา – โลกาภิวัตน์
เดือน: กรกฎาคม 2014
-

รัสเซียโจมตีแหล่งน้ำมันก๊าชอเมริกา – โลกาภิวัตน์
-

สทน.ใช้ซีทีสแกนแก่นต้นกฤษณา ค้นหาน้ำมันหอมโดยไม่ต้องตัด – ฉลาดคิด
ทีมวิจัยของฝ่ายศูนย์เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. กำลังให้ความสนใจค้นคว้างานวิจัยใหม่ ในการพัฒนาเทคโนโลยีการถ่ายภาพด้วยรังสี โดยการสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อสแกนหาแก่นสีดำของน้ำมันหอมในต้นกฤษณา โดยไม่ต้องใช้วิธีการตัดต้นมาตรวจสอบ ดร.ชนาธิป ทิพยกุล นักวิศวกรนิวเคลียร์ ของ สทน. บอกว่า โครงการนี้เป็นโครงการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมภายในหน่วยงานสายบริการเพื่อพัฒนางานบริการใหม่ของ สทน. โดยมุ่งพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการถ่ายภาพด้วยรังสี โดยการสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์ สำหรับงานอุตสาหกรรม เช่น การถ่ายภาพความเสียหายของโครงสร้างภายในของอุปกรณ์ภายในโรงงานอุตสาหกรรมเคมี การอุดตันหรือการผุกร่อนของท่อที่ห่อหุ้มฉนวนต่าง ๆ ทั้งนี้ระหว่างการทดลองใช้งานเครื่องมือต้นแบบ ได้มีการติดต่อให้ถ่ายภาพเพื่อวิเคราะห์แก่นไม้กฤษณาอยู่ด้วย ทีมงานเห็นว่าชิ้นงานนี้น่าสนใจและพื้นที่อยู่ในจังหวัดนครนายกอีกด้วย จึงได้เริ่มติดต่อประสานงานกับเจ้าของสวนไม้กฤษณา เพื่อเข้าไปดูพื้นที่และเก็บข้อมูลเบื้องต้น หลังจากนั้นได้ทดลองในห้องปฏิบัติการโดยได้ปรับเปลี่ยนต้นกำเนิดรังสีให้เหมาะสมขึ้น เมื่อได้ผลเบื้องต้นจึงได้ประสานงานเข้าไปขอทดลองในพื้นที่จริง สำหรับเครื่องมือที่ใช้ หรือ คอมพิวเตอร์ โทโมกราฟี จะใช้หลักการเดียวกันกับเครื่องซีทีสแกนที่ใช้ในโรงพยาบาล ซึ่งใช้เครื่องกำเนิดรังสีเอ็กซ์เป็นต้นกำเนิดรังสี แต่เครื่องมือชนิดนี้จะใช้รังสีแกมมาเป็นต้นกำเนิดรังสี ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายไปติดตั้งในพื้นที่หน้างานได้ โดยการถ่ายภาพแก่นไม้กฤษณาจะใช้ต้นกำเนิดรังสีชนิด อะเมริเซียม 241 (Am-241) ซึ่งมีช่วงพลังงานต่ำซึ่งเหมาะสมกับการถ่ายภาพแก่นไม้กฤษณามากที่สุด การทำงานของเครื่อง อาศัยการนับวัดการส่งผ่านรังสีในหลาย ๆ มุม และนำผลที่นับวัดมาใช้ในการสร้างภาพด้วยเทคนิคทางคณิตศาสตร์ การถ่ายภาพในลักษณะนี้จะทำให้เห็นภาพในมุมตัดขวาง ซึ่งไม่สามารถเห็นได้ด้วยเทคนิคการถ่ายภาพด้วยรังสีแบบธรรมดา ดร.ชนาธิป กล่าวอีกว่า ทีมวิจัยสนใจว่าเทคโนโลยีนี้ สามารถนำเข้าไปใช้ในการตรวจวิเคราะห์หาขนาดของแก่นไม้กฤษณาโดยไม่ต้องตัดหรือทำลายต้นไม้ได้หรือไม่ เนื่องจากราคาของแก่นไม้กฤษณาจะมีราคาสูงขึ้น หากแก่นไม้มีขนาดโตเป็นชิ้นเดียวกัน นอกจากนี้การที่สามารถวิเคราะห์หาขนาดของแก่นไม้กฤษณาโดยไม่ทำลายได้ จะทำให้เจ้าของสามารถตัดสินใจได้ว่าจะปล่อยให้ต้นไม้โตต่อไปหรือจะตัดโค่น รวมถึงช่วยให้เจ้าของสนใจที่จะศึกษาผลของเทคนิคการ กระตุ้นแก่นไม้กฤษณาได้อีกด้วย และที่สำคัญผลการวิเคราะห์จะช่วยทำให้เจ้าของสวนสามารถต่อรองราคากับผู้ซื้อได้ดีขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันไม่สามารถทราบได้ว่าต้นกฤษณาแต่ละต้นมีแก่นไม้ขนาดใด ทำให้มีการประเมินขายในราคาต่ำ.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สทน.ใช้ซีทีสแกนแก่นต้นกฤษณา ค้นหาน้ำมันหอมโดยไม่ต้องตัด – ฉลาดคิด -

เปิดทางจัดสรรคลื่นความถี่บิวตี้คอนเทนต์
“สุทธิพล” เปิดทางแก้กฎหมาย จัดสรรคลื่นความถี่ แบบบิวตี้คอนเทนต์ แก้กฎหมายรองรับความทันสมัยเกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย นายสุทธิพล ทวีชัยการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า แนวทางการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 เพื่อเปิดทางให้มีการจัดสรรคลื่นในรูปแบบอื่น ได้วางกรอบการทำงานไว้ 3 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน ออกประกาศแนวทางการแก้ไขคลื่นความถี่ เป็นการจัดสรรวิธีการใหม่ โดยเสนอคสช.ให้แก้กฎหมายพ.ร.บ.กสทช.ดังกล่าวเลย ระยะเร่งรีบ เสนอการแก้ไขกฎหมายในวงกว้าง และ ระยะเรื่องรอได้ ก็มีการแก้ไขกฎหมายทั้งระบบที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของกสทช.ตลอดเวลาในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การจัดสรรคลื่นความถี่ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบการประมูลเท่านั้น แต่ควรจัดสรรในแบบบิวตี้คอนเทนต์ หรือผู้ประกอบการแข่งกันเสนอผลประโยชน์ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยตั้งราคากลางของคลื่นความถี่ที่จะจัดสรร และให้ผู้ประกอบการที่สนใจยื่นเสนอเปรียบเทียบได้ อาทิ ความครอบคลุม ราคาค่าบริการ การให้บริการ บริการเสริม และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เป็นต้น นายสุทธิพล กล่าวว่า การจัดสรรคลื่นความถี่รูปแบบการประมูล อาจจะมีปัญหาในอนาคตได้ เนื่องจากคลื่นบางชนิดก็ไม่เหมาะที่จะจัดสรรผ่านการประมูล อาทิ กิจการดาวเทียม สื่อสาร อีกทั้งประเทศไทยมีคลื่นความถี่จำนวนมากในขณะที่ผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่มีศักยภาพในการแข่งขันมีจำนวนน้อยราย ประกอบกับกฎหมายไม่ได้เปิดให้ต่างชาติเข้าร่วมประมูล มีเฉพาะการร่วมทุนกันเท่านั้น ทำให้เกิดข้อจำกัดเป็นอย่างมาก ซึ่งหากมีการแก้กฎหมายให้มีความทันสมัยจะเกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมได้.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดทางจัดสรรคลื่นความถี่บิวตี้คอนเทนต์