เราคงคุ้นเคยกับนโยบายประชานิยมด้านต่าง ๆ ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นนโยบายประชานิยมด้านราคาสินค้าการเกษตร หรือนโยบายประชานิยมอื่น ๆ เช่น กองทุนหมู่บ้าน รถยนต์คันแรก ฯลฯ แต่เราคงไม่คุ้นกับคำว่าประชานิยมด้านพลังงาน และนึกไม่ถึงว่าประเทศไทยก็มีโครงการประชานิยมด้านพลังงานเหมือนกับประเทศที่เขาร่ำรวยพลังงานอย่างเช่น ซาอุดี อาระเบีย หรือเวเนซุเอลาเหมือนกัน ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาประเทศไทย (โดยนโยบายประชานิยมด้านพลังงานของรัฐบาลหลาย ๆ ชุดที่ผ่านมา โดยเฉพาะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง) ได้ใช้เงินภาษีอากร เงินกองทุนน้ำมันฯ (ที่เรียกเก็บจากผู้ใช้น้ำมันบางประเภทในราคาสูงอย่างไม่เป็นธรรม) และเงินอุดหนุน (อย่างไม่เต็มใจ) จากผู้ประกอบการเอกชน รวมกันแล้วมากถึงเกือบ 900,000 ล้านบาท ในการอุดหนุนราคาพลังงานบางประเภท เช่น ก๊าซแอลพีจี, ก๊าซเอ็นจีวี และน้ำมันดีเซล ให้ต่ำกว่าราคาที่ควรจะเป็น ท่านจะตกใจไหมครับ หลายท่านอาจจะไม่เชื่อ แต่หลายท่านอาจไม่แปลกใจอะไร เพราะท่านคือหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์จากการที่รัฐบาลตรึงราคาหรืออุดหนุนราคาพลังงานให้อยู่ในระดับต่ำ แต่ความจริงก็คือนโยบายประชานิยมด้านพลังงานเหล่านั้นทำให้ประเทศชาติเสียหายในระยะยาว ที่เห็นชัดเจนที่สุดก็คือ การบริโภคพลังงานอย่างฟุ่มเฟือยและไร้ประสิทธิภาพ และรัฐบาลได้ตรึงราคาและมีการอุดหนุนราคาเอาไว้อย่างยาวนาน ตัวอย่างเช่นการใช้ก๊าซแอลพีจีในภาคครัวเรือนพุ่งขึ้นจาก 1.5 ล้านตัน/ปี ในปี 2547 เป็น 3.0 ล้านตัน/ปี ในปี 2555 หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 21% เลยทีเดียว เช่นเดียวกันกับการใช้ก๊าซแอลพีจีในภาคขนส่ง การใช้ก็พุ่งขึ้นจาก 2 แสนตัน/ปี ในปี 2547 เป็น 1.8 ล้านตัน/ปี ในปี 2556 เติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 26% ซึ่งปริมาณการใช้ในภาคนี้พอ ๆ กับการนำเข้าก๊าซแอลพีจีของไทยในแต่ละปี ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1.9 ล้านตัน/ปี ส่วนน้ำมันดีเซลที่รัฐบาลตรึงราคาไว้ไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาทมาเป็นเวลา 3 ปีกว่าแล้วนั้น ปริมาณการใช้ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากก่อนตรึงราคายอดการใช้อยู่ที่ 52 ล้านลิตร/วัน แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 60 ล้านลิตร/วัน หรือเฉลี่ยเพิ่มขึ้นในอัตราปีละ 5% ในขณะที่ยอดการใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ไม่เพิ่มขึ้นเลย จะเห็นได้ว่านโยบายประชานิยมด้านพลังงานนั้น นอกจากจะทำให้เราต้องสูญเสียเงินตราในการนำเข้าพลังงานเพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังทำให้เราต้องใช้จ่ายเงินอย่างมากมายมหาศาลในการตรึงหรืออุดหนุนราคาพลังงานให้ต่ำกว่าความเป็นจริง เพื่อให้คนกลุ่มหนึ่งได้ใช้พลังงานในราคาถูกอย่างไม่เป็นธรรม มีอดีต ส.ว. ท่านหนึ่งกล่าวว่าการอุดหนุนราคาพลังงานของไทยไม่ใช่ประชานิยมเพราะเป็นการเอาเงินของประชาชน (จากกองทุนน้ำมันฯ) มาอุดหนุนกันเองนั้น ผมอยากเรียนว่าท่านเข้าใจผิดอย่างมาก เพราะนอกจากเงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันฯ 200,000 ล้านบาทแล้ว ยังมีเงินภาษีสรรพสามิต มาตรึงราคาดีเซลอีก 330,000 ล้านบาท และยังมีส่วนของภาคเอกชนที่เป็นผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมัน โรงแยกก๊าซ และปตท.ที่ต้องขายก๊าซแอลพีจีหน้าโรงกลั่นฯ หน้าโรงแยกก๊าซ และก๊าซเอ็นจีวี ตามราคาที่รัฐบาลกำหนดคือ 333 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน และ 10.50 บาท/กก. ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าต้นทุน และเป็นส่วนที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระการขาดทุนโดยไม่ได้รับการชดเชยใด ๆ จากรัฐบาลเลย รวมทั้งสิ้นเป็นเงินร่วม 350,000 ล้านบาท นับจากปี 2547-2556 แล้วอย่างนี้ท่านยังจะบอกว่าผู้ประกอบการไม่ได้มีส่วนช่วยเหลือประชาชนเลย มันจะไม่อคติกันมากไปหน่อยหรือครับ!!!
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ประชานิยมด้านพลังงาน – พลังงานรอบทิศ
เดือน: กรกฎาคม 2014
-

ประชานิยมด้านพลังงาน – พลังงานรอบทิศ
-

ตั้ง”ประเสิรฐ”รักษาการผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.
นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดได้แต่งตั้งให้ นายประเสริฐ อัตตะนันทน์ รองผู้ว่าการ หัวหน้าหน่วยธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน ร.ฟ.ท.รักษาการตำแหน่งผู้ว่าการ.ฟ.ท. แทนนายประภัสร์ จงสงวน พร้อมทั้งให้ พล.ท.ชาญชัย ภู่ทอง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานกรรมการสรรหาผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.คนใหม่ ให้แล้วเสร็จภายใน 5 เดือน นอกจากนี้ยังเห็นชอบให้เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัย ความสะอาด และสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ โดยประสานไปยังตำรวจรถไฟ ให้ดูแลความปลอดภัยบริเวณสถานีและบนขบวนรถ โดยต้องไม่มีปัญหาฉกชิง วิ่งราว หากเกิดเหตุต้องมีผู้รับผิดชอบ นอกจากนี้จัดให้มีการสุ่มตรวจสารเสพติดพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่บนขบวนรถไฟทั้งต้นทาง-ระหว่างทางและปลายทาง พร้อมจัดให้มีเลดี้โบกี้เป็นทางเลือกให้ผู้โดยสารหญิงและเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ขวบ โดยมีผู้หญิงเป็นพนักงานประจำตู้โดยสารทั้งหมด คาดเปิดให้บริการได้วันที่ 1 ส.ค.นี้ ใน 3 เส้นทางหลัก ทางภาคเหนือ ทางภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายออมสินกล่าวว่า ได้สั่งการให้รักษาผู้ว่าการการรถไฟฯ คนใหม่ เร่งติดตั้งให้สัญญาณอินเตอร์เน็ตไวไฟฟรีให้บริการแก่ผู้โดยสารบนขบวนรถด่วนตู้นอน และบริเวณสถานีหัวลำโพงเป็นการนำร่อง ส่วนมาตรการด้านความสะอาดทั้งห้องน้ำและตู้โดยสาร การรถไฟฯจะต้องไปทบทวนข้อสัญญาเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการทำความสะอาดให้มากขึ้น เพราะจากการลงพื้นที่พบว่า ห้องน้ำส่วนใหญ่ไม่พร้อมใช้งาน สกปรก ไม่มีกระดาษชำระ สำหรับแผนการแก้ไขปัญหาหนี้นั้น ยังไม่มีการนำมาพิจารณาในการประชุมครั้งนี้ แต่เบื้องต้นเท่าที่ได้ศึกษา พบว่า หนี้ของรถไฟฯมีจำนวนไม่มาก แต่ภาระหนี้ส่วนใหญ่ เป็นหนี้ที่เกิดจากการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่สั่งให้รถไฟฯดำเนินการ เช่น ภาระหนี้ของบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ แต่เรื่องแก้ไขปัญหาหนี้เป็นเรื่องเร่งดวน จึงสั่งให้รถไฟฯนำแผนการฟื้นฟูจัดทำแผนมาเสนอภายในวันที่ 25 ก.ค. ซึ่งเป็นการวันประชุมบอร์ดในครั้งถัดไป นายออมสิน กล่าวว่า ในความเห็นส่วนตัว กรณีที่มีสาวปริญญาโท ถูกข่มขืนบนรถไฟฯ เมื่อปี 44 ส่วนตัวเห็นว่ารถไฟฯ ไม่ควรยื่นฎีกา ควรมีการชดใช้ค่าเสียหายให้ตามคำตัดสินของศาลอุทธรณ์เพื่อให้ปัญหายุติโดยเร็ว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตั้ง”ประเสิรฐ”รักษาการผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. -

ชี้ครึ่้งปีหลังบ้านแนวราบฟื้นตัวสูง
นายอิสระ บุญยัง ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา โครงการแนวราบยังเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้จะน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนก็ตาม ทั้งนี้เพราะกลุ่มผู้ซื้อบ้านแนวราบเกือบทั้งหมด เป็นการซื้อเพื่อเข้าอยู่จริง แต่ในส่วนของแนวสูง หรือคอนโดมิเนียมนั้นกลับติดลบ 30% และมีสินค้าเหลือขายอยู่อีกจำนวนมากเพราะได้รับผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายจะชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ออกไป จนการเปิดตัวโครงการใหม่ก็ลดลงไป 30-40% ด้วยแต่อย่างไรก็ดีประเมินว่า ครึ่งปีหลังนี้ตลาดอสังหาฯ มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นมากแน่นอน แม้ว่าจะไม่โตเท่ากับปีที่ผ่านมาก็ตาม หากไม่มีปัจจัยลบเข้ามากระทบเพิ่มเติมอีก และคาดว่าผู้ประกอบการจะหันมาโหมลงทุนช่วงครึ่งปีหลังนี้มากขึ้น ซึ่งแนะนำว่าให้ลงทุนด้วยความระมัดระวัง เพราะแม้เศรษฐกิจจะฟื้นตัวแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าฟื้นตัวทุกตลาด จึงไม่ควรมีโครงการมากเท่ากับปีที่ผ่านมา และหากไม่มั่นใจจริง ๆ ก็ขอให้เลื่อนไปเปิดตัวโครงการในปีหน้าแทน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชี้ครึ่้งปีหลังบ้านแนวราบฟื้นตัวสูง