เดือน: กรกฎาคม 2014

  • ไฟเขียว 8.2 หมื่นล้านจ่ายคืนจำนำข้าว

    ไฟเขียว 8.2 หมื่นล้านจ่ายคืนจำนำข้าว

    นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีมติเห็นชอบจัดสรรเงินงบประมาณปี 58 จำนวน 82,403 ล้านบาท ให้ ธ.ก.ส. เพื่อชำระคืนดอกเบี้ย และเงินต้นจากแหล่งเงินกู้ที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กู้มาให้ ธ.ก.ส. เพื่อใช้ในโครงการรับจำนำข้าว รวมถึงการใช้ดอกเบี้ยในส่วนเงินที่กู้ยืม ธ.ก.ส. มาใช้ในโครงการรับจำนำ 9 หมื่นล้านบาท และภาระดอกเบี้ยอีกกว่า 2,200 ล้านบาท ที่ ธ.ก.ส. เสนอขอให้รัฐชดเชยดอกเบี้ยในโครงการสินเชื่อชะลอการขายปี 57 ด้วยทั้งนี้ ที่ผ่านมา ธ.ก.ส. ได้รับเงินคืนจากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ในโครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่ปี 54 ถึงปัจจุบัน กว่า 230,000 ล้านบาท แยกเป็นเงินที่ขายข้าวได้แล้วเอาใช้คืน 200,000 ล้านบาท ที่เหลืออีก 30,000 ล้านบาท เป็นเงินจากการขายมันสำปะหลัง ซึ่ง ธ.ก.ส. ได้ทยอยกันเงิน 8,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมให้คืนผู้ที่นำเงินมาสมทบในกองทุนช่วยเหลือชาวนาทั้ง 3 บัญชีรวมกว่า 14,000 ล้านบาท และได้เบิกจ่ายเงินให้เกษตรกรจริงกว่า 10,500 ล้านบาท คงเหลือเงินที่ไม่ได้เบิกจ่ายอีก 3,000 ล้านบาท จึงเหลืออีกกว่า 2,000 ล้านบาท ที่ต้องทยอยกันเพิ่ม เพื่อเตรียมไว้จ่ายคืนผู้ที่นำเงินสมทบเข้ากองทุนชาวนาในปลายปีนี้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไฟเขียว 8.2 หมื่นล้านจ่ายคืนจำนำข้าว

  • บอร์ดรถไฟเล็งถกแก้ปัญหาคดีเก่าล้างภาพลักษณ์

    บอร์ดรถไฟเล็งถกแก้ปัญหาคดีเก่าล้างภาพลักษณ์

    นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ ประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท .ในวันที่ 16 ก.ค. นี้ จะพิจารณาคัดเลือกผู้เหมาะสม ขึ้นมารับตำแหน่ง รักษาการผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.แทน นายประภัสร์ จงสงวน ที่ถูกให้ออกไป ส่วนการคัดสรรผู้ว่าการฯ คนใหม่ตัวจริงนั้น ก็จะหารือในที่ประชุมด้วย ซึ่งการแต่งตั้งจะต้องมีการสรรหา และคัดสรรอีกครั้งนอกจากนี้ มีประเด็นหารือสำคัญ คือการพิจารณาถึงคดีเก่า ที่ร.ฟ.ท.ถูกร้องเรียนมายาวนาน เกี่ยวกับปัญหาการให้บริการ โดยเฉพาะกรณีหญิงสาวที่ถูกเตียงเหล็กจากตู้นอนหล่นทับจนจมูกหักเมื่อปี 55 รวมถึงกรณีข่มขืนนักศึกษาสาวปริญญาโทเมื่อปี 44 ซึ่งจะต้องหาข้อสรุปให้ชัดเจนโดยเร่งด่วน หลังจากที่ผ่านมามีการเรียกร้องค่าเสียหาย โดยยืนยันว่าการพิจารณาจะต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายนายออมสิน กล่าวว่า สำหรับการปรับปรุงการทำงานของร.ฟ.ท.นั้น ก็ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่จะต้องเร่งดำเนินกา รโดยจะนำเรื่องหารือในการประชุมบอร์ดนัดแรกด้วย โดยเฉพาะปัญหาด้านบริการ ที่ยังมีเรื่องร้องเรียน เกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้โดยสาร ปัญหาความสะอาดในสถานีรถไฟ และขบวนรถ รวมถึงการแก้ปัญหาการไม่ตรงต่อเวลา ซึ่งจะต้องจัดทำเป็นวาระสำคัญ และต้องแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด"ในช่วงก่อนการประชุมบอร์ด ผมจะเชิญนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม มาหารือก่อน เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะ ก่อนนำมาใช้กำหนดแนวทางการบริหารรถไฟ เพราะหลังจากการลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมการให้บริการที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา ก็พบว่าเรื่องความสะอาด ความปลอดภัย เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องทำเป็นอันดับแรก"นายรัฐภูมิ ปริชาตปรีชา ผู้อำนวยการสถาบันแห่งความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมถนน และระบบรางคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า แนวทางแก้ปัญหาของระบบราง ขอเสนอให้รัฐบาลจัดตั้งหน่วยงานกลางขึ้นมา แบบเรคกูเลเตอร์ ทำหน้าที่กำกับดูแลระบบการขนส่งทางรางทั้งหมด ทั้งความปลอดภัย ความรวดเร็ว มาตรฐานพนักงาน ตัวรถคนขับให้เป็นที่ยอมรับ เพราะปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานที่กำกับดูแลระบบรางโดยตรง“ขณะนี้ร.ฟ.ท. ซึ่งเป็นผู้เดินรถ ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบกันเอง ทำให้ยังไม่ค่อยเข้มข้นเหมือนกับมีหน่วยงานกลางจากรัฐเข้ามา ดังนั้นภาครัฐควรแยกให้การรถไฟฯ ทำหน้าที่เฉพาะเดินรถ ขณะที่เรคกูเลเตอร์ก็ทำหน้าที่ตรวจสอบ หากพบสิ่งไหนของ ร.ฟ.ท. มีปัญหา เรื่องราง หัวรถจักร หรือพนักงาน ก็สั่งให้แก้ไข ถ้าแก้ไม่ได้ ก็ต้องหยุดให้บริการ จะมาอ้างว่าคนน้อย และหย่อนยานมาตรฐานบริการไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องความปลอดภัยของประชาชน”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บอร์ดรถไฟเล็งถกแก้ปัญหาคดีเก่าล้างภาพลักษณ์

  • มิ.ย.ชำระหนี้รัฐบาล 5.2 หมื่นล้านบาท

    มิ.ย.ชำระหนี้รัฐบาล 5.2 หมื่นล้านบาท

    น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ผลการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐประจำเดือนมิ.ย. 57 การชำระหนี้ของรัฐบาลรวมทั้งสิ้น 52,508.7 6ล้านบา ทประกอบด้วย กระทรวงการคลังได้ชำระหนี้44,300 ล้านบาท แบ่งเป็น การชำระหนี้ของรัฐบาลจากงบประมาณชำระหนี้ 36,200 ล้านบาท และชำระหนี้ของรัฐบาลจากแหล่งอื่น 8,129ล้านบาททั้งนี้ การบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ มีการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ด้วยการออกพันธบัตรออมทรัพย์ 1,182 ล้านบาท การเบิกจ่ายเงินกู้ต่อให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เพื่อจัดทำโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง 487ล้านบาท โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว 357 ล้านบาท โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน 463 ล้านบาท และการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อจัดทำโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง 26ล้านบาท การเบิกจ่ายเงินกู้ 650 ล้านบาทจากสัญญาเงินกู้วงเงิน 3,000ล้านบาท ที่ได้ลงนามในสัญญาเงินกู้เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ซึ่งเป็นการกู้เงินบาททดแทนเงินกู้ จากธนาคารโลก เพื่อใช้ในโครงการเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (ดีพีแอล)อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศของรัฐบาลต้นปีงบประมาณ ปี 57 มีวงเงินตั๋วเงินคลัง เพื่อใช้ในการบริหารเงินสดรับเงินสดจ่ายของรัฐบาล 1.02 แสนล้านบาท และกระทรวงการคลัง จะโลว์โอเวอร์ตั๋วเงินคลัง ที่ครบกำหนดตามอายุของตั๋วเงินคลังในแต่ละรุ่นขณะที่การกู้เงินล่วงหน้า เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศของรัฐบาล ในเดือนมิ.ย. 25,800 ล้านบาท เพื่อปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรออมทรัพย์ภายใต้พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะฯ ที่จะครบกำหนดในวันที่ 13ก.ค.นี้ 30,000 ล้านบาท เนื่องจากในวันดังกล่าวจะมีพันธบัตรออมทรัพย์ภายใต้พ.ร.ก.ไทยเข้มแข็งครบกำหนดอีก 50,000 ล้านบาท ทำให้ในวันที่ 13 ก.ค. จะมีพันธบัตรครบกำหนดชำระรวม 80,000 ล้านบาท ทั้งนี้เงินกู้ล่วงหน้าที่ได้จะนำไปให้กองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะ และพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ บริหารลงทุนในหลักทรัพย์ ที่มีความมั่นคงสูง ให้เกิดผลตอบแทนและลดต้นทุน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มิ.ย.ชำระหนี้รัฐบาล 5.2 หมื่นล้านบาท