เดือน: กรกฎาคม 2014

  • พาณิชย์ลุยเปิดโครงการธงฟ้าทั่วประเทศ

    พาณิชย์ลุยเปิดโครงการธงฟ้าทั่วประเทศ

    นางจินตนา ชัยยวรรณาการ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ มีแนวคิดจะเปลี่ยนแนวทางการบริหารงานในโครงการธงฟ้า จากปัจจุบันที่เน้นจัดรถโมบาย หรือนำสินค้าจากส่วนกลาง และให้ผู้ประกอบการส่วนกลางไปจัดงาน มาเป็นการขอความร่วมมือผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ ให้ดึงกลุ่มพันธมิตรร้านค้ารายย่อยในจังหวัดนั้น ๆ มาร่วมจัดงานธงฟ้า ที่เน้นขายสินค้าราคาถูก แบบทุกฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันได้ เพื่อไม่ให้ร้านค้าที่อยู่ในบริเวณจัดงานได้รับผลกระทบ และคาดว่าจะเริ่มโครงการรูปแบบดังกล่าวได้ ในช่วงระหว่างวันที่22-27ก.ค.นี้ ที่กองทัพบก จัดงานมหกรรมปรองดองสมานฉันท์คืนความสุขให้แก่คนในชาติ ที่บริเวณท้องสนามหลวง “ราคาสินค้าในขณะนี้ ยังอยู่ในสภาวะปกติ เพราะที่ผ่านมา ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ตรึงราคาสินค้าไปจนถึงปลายปีซึ่งขณะนี้ ยังไม่มีสินค้ารายใดขอปรับขึ้นราคา ส่วนราคาแนะนำอาหารปรุงสำเร็จนั้น อาจจะทบทวนราคาอีกครั้ง โดยขณะนี้กำลังหารือในระดับนโยบาย”นอกจากนี้ในปีงบประมาณ58กรมการค้าภายในได้รับเงินจัดสรรงบ1,325ล้านบาท ซึ่งจะนำไปจัดทำโครงการต่าง ๆ ของกรมการค้าภายใน การพัฒนาระบบไซโล การพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ให้รับมือเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)การพัฒนาระบบสินค้าหีบห่อให้มีมาตรฐาน การพัฒนาระบบตลาดการเสริมสร้างความรู้ ให้เกษตรกรได้รับรู้ถึงวิธีการลดต้นทุน รวมไปถึงการจัดระบบเกี่ยวกับการดูแลคุ้มครองเกษตรกรด้านการชั่งตวง วัดและอื่น ๆ เป็นต้นด้านนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การจัดโครงการธงฟ้าตั้งแต่วันที่ 22พ.ค.-4ก.ค.57 นั้น ได้จัดงานธงฟ้าระดับอำเภอและงานธงฟ้าร่วมกับจังหวัดเคลื่อนที่139 ครั้งใน 72จังหวัด และจัดร่วมกับหน่วยงานอื่น 12 ครั้ง โดยสามารถช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนกว่า 544,000 คนมูลค่ากว่า 41 ล้านบาท และมีแผนที่จะจัดในเดือนก.ค.-ก.ย. 57 โดยจัดระดับประเทศ 2 ครั้ง ในงานมหกรรมพาณิชย์คืนความสุขให้ประชาชนวันที่ 21-24 ส.ค.57 ที่อิมแพคเมืองทองธานี และงานมหกรรมธงฟ้าคืนความสุขลดค่าใช้จ่ายวันที่ 10-14 ก.ย.57 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ส่วนระดับภาคจัด 4 ครั้งที่กาญจนบุรี ชุมพร เชียงใหม่ และร้อยเอ็ด ช่วงเดือนส.ค.57ขณะที่ในระดับเขตในกรุงเทพฯ จะจัด 30 ครั้ง เดือนส.ค.-ก.ย.57 ระดับอำเภอ 347 ครั้ง และจะจัดร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน จัดงานมหกรรมปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติวันที่ 22-25ก.ค.57 ที่ท้องสนามหลวงและร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ จัดอีก 19 ครั้ง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์ลุยเปิดโครงการธงฟ้าทั่วประเทศ

  • วอนคสช.เร่งจัดระเบียบโรงแรมเลี่ยงภาษี

    วอนคสช.เร่งจัดระเบียบโรงแรมเลี่ยงภาษี

    นายกฤษฎา ตันสกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ เปิดเผยว่า ต้องการให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปรับแก้กฎหมาย เรื่องการจดทะเบียนโรงแรม เพื่อทำให้โรงแรมนอกระบบ หันมาจดทะเบียนเป็นโรงแรมอย่างถูกต้อง เนื่องจากที่ผ่านมา ที่พักประเภทดังกล่าว ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจโรงแรม ทำให้มีต้นทุนที่ถูกกว่า จึงเกิดการแข่งขันด้านราคาห้องพักที่ไม่เป็นธรรม ประกอบกับหากยังมีโรงแรมกลุ่มนี้อยู่ จะส่งผลกระทบระยะยาว ทำให้ราคาไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ โดยเฉพาะเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยงมากขึ้น“ปัจจุบันโรงแรมทางภาคใต้ แม้นักท่องเที่ยวยังคงเข้ามาเที่ยวต่อเนื่อง แต่ด้วยจำนวนห้องพักในพื้นที่5จังหวัดอันดามันคือ จ.ภูเก็ตกระบี่ ตรัง พังงา ระนองนั้นมีมากกว่า 80,000 ห้อง ในจำนวนนี้ เป็นโรงแรมนอกระบบกว่า 60% ยังไม่นับรวมกลุ่มเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ หรือคารชุด ที่ปล่อยให้เช่นเป็นรายเดือน หรือรายวันอีกกว่า 20,000 ห้อง ขณะที่ปริมาณนักท่องเที่ยวก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ทำให้กลุ่มโรงแรมห้องพักที่ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ใช้กลุยุทธ์ด้านราคาทำการตลาด จนกลุ่มโรงแรมที่ถูกกฎหมาย ต้องหั่นราคาเพื่อทำการตลาดตามไปด้วยโดยในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ของปีคาดว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยจะอยู่ที่ 75-80% ส่วนทั้งปีคาดว่าจะมียอดนักท่องเที่ยว 14 ล้านคนสร้างรายได้กว่า 250,000 ล้านบาท เติบโตเท่ากับปี 56 ที่ผ่านมาด้านนายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า การปรับขึ้นราคาห้องพักนั้น ตราบใดที่ยังไม่มีการแก้กฎหมาย เพื่อแก้ปัญหาโรงแรมที่ไม่ได้จดทะเบียน และจ่ายภาษีถูกต้องตามกฎหมาย ก็เชื่อว่าเป็นอุปสรรคสำคัญในการขึ้นราคาห้องพัก เพราะต้องทำแผนการตลาด ที่ต้องพิจารณากับโรงแรมกลุ่มเหล่านี้ด้วย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าปี 58 น่าจะเติบโตได้ 15% หรืออาจมากกว่าเนื่องจากฐานปี 57 ต่ำส่วนอัตราการเข้าพักเฉลี่ยพื้นที่กรุงเทพคาดว่าอยู่ที่ 60-70%ทั้งนี้ ทิศทางของโรงแรม เริ่มเป็นการจองผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะเป็นจะเป็นกลุ่มที่ตั้งในพื้นที่เหมืองหลวง เดินทางด้วยตัวเองได้สะดวก หรือเป็นเมืองที่มีสนามบินนานานาชาติดังนั้นด้านทิศทางของการทอ่งเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ที่จะรุกเจาะตลาดนักท่องเที่ยวเดินทางเอง (เอฟไอที) มากขึ้นกำลังเริ่มเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวโลกเริ่มเป็นสิ่งที่ดี

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วอนคสช.เร่งจัดระเบียบโรงแรมเลี่ยงภาษี

  • สภาเอสเอ็มอีส่อแววแท้ง

    สภาเอสเอ็มอีส่อแววแท้ง

    นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะจัดตั้งสภาเอสเอ็มอี ตามที่สมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (เอทีเอสเอ็มอี) ได้หรือไม่ เนื่องจากกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงความจำเป็น และความเหมาะสมในการแต่งตั้ง โดยสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือ แนวทางการผลักดันเอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาติ ตามนโยบายของคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.)“ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กำลังทำแผนแม่บทการเอสเอ็มอี ซึ่งกระทรวงฯ ต้องรอรายละเอียดก่อน รวมทั้งดำเนินการร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกัน แต่ขณะเดียวกัน ก็ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงอุตฯ เช่น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม รวบรวมแผนการส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีร่วมด้วย”แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การจัดตั้งสภาเอสเอ็มอีอาจเกิดขึ้นยาก เนื่องจากการสอบถามความเห็นหลายฝ่ายเช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ต่างก็ไม่เห็นด้วยในการจัดตั้ง เพราะมองว่าเป็นเรื่องซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน เนื่องจากที่ผ่านมา ส.อ.ท. และสภาหอการค้าฯ มีหน่วยงานที่ดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอยู่แล้วเช่น สถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (เอสเอ็มไอ) ของส.อ.ท. และกระทรวงอุตสาหกรรมก็มีหน่วยงานที่ดูแลอย่าง สสว.อยู่แล้วนางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกสมาคมเอทีเอสเอ็มอี กล่าวว่า ส่วนตัวยังมั่นใจการผลักดันการจัดตั้งสภาเอสเอ็มอีจะสำเร็จเป็นรูปธรรมแน่นอน ซึ่งวันที่ 17ก.ค.นี้เวลา 13.00น. ตัวแทนภาคีเอสเอ็มอี ที่เกิดจากการรวมตัวจาก 13 สมาคม 3 ชมรมรวมสมาชิกกว่า 50,000 คน จะเดินทางเข้าหารือประเด็นนี้กับนายวิฑูรย์ พร้อมยื่นหนังสือแสดงจุดยืนของภาคีเอสเอ็มอี เห็นตรงกันในการจัดตั้งสภาเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นไปตามแนวนโยบายของ คสช.ที่ต้องการยกระดับให้เอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาติ"ยอมรับว่า เรื่องนี้อาจเป็นไปได้ยาก เพราะมีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยแล้วออกมาคัดค้าน อ้างว่าเป็นการทำงานซ้ำซ้อน กับส.อ.ท. และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่ทำหน้าที่ดูแลและให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริง ยังมีเอสเอ็มอีที่เข้าไม่ถึงความช่วยเหลือจากภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด โดยเฉพาะเอสเอ็มอีรายเล็ก ๆ ที่เข้าไม่ถึงมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ ดังนั้นส่วนตัวจะเดินหน้าเรื่องนี้ ไม่ยอมถอยเด็ดขาดโดยวันที่ 17 ก.ค.นี้ จะมีความชัดเจน เรื่องการผลักดันแนวทางนี้ออกมาอย่างเป็นรูปธรรมแน่นอน"

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สภาเอสเอ็มอีส่อแววแท้ง