เดือน: กรกฎาคม 2014

  • กสทช.ถกแนวคิดราคาคูปอง

    กสทช.ถกแนวคิดราคาคูปอง

    วันนี้(9 ก.ค.) ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ นางสาวสุภิญญากลางณรงค์  พร้อมด้วย ผศ.ดร.ธวัชชัย  จิตรภาษ์นันท์  นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)  ร่วมกันเป็นประธานการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นในการดำเนินโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล  นางสาวสุภิญญา กล่าวว่า สำนักงาน กสทช.ได้กำหนดจัดการประชุมกลุ่ม (Focus Group) เพื่อรับฟังความคิดเห็นเฉพาะประเด็นเรื่องแนวคิดการกำหนดมูลค่าคูปองที่คำนึงถึงการคุ้มครองผู้บริโภคและประโยชน์สาธารณะซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการถกเถียงเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างรอบด้านเพื่อประกอบการพิจารณาได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ การเงิน การบัญชี วิศวกรรม กฎหมายและผู้บริโภค รวมทั้งตัวแทนผู้ประกอบการดิจิตอลทีวี 24 ช่องมาร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อวิเคราะห์สำหรับการประกอบการพิจารณาในเรื่องการกำหนดราคาคูปองที่เหมาะสมเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาอย่างรอบด้าน “ความคิดเห็นที่ได้จากการโฟกัสกรุ๊ปวันนี้จะรวบรวมสรุป พร้อมกับความคิดเห็นจากเวทีประชาพิจารณ์อีก 4 ภูมิภาคเพื่อเสนอที่ประชุม กสทช. และสาธารณะต่อไปก่อนที่บอร์ดจะลงมติตัดสินใจในประเด็นที่สำคัญ อาทิ ราคาคูปอง จำนวนครัวเรือนและจะแจกอย่างไรได้บ้าง เพื่อเป็นหลักประกันบนประโยชน์สาธารณะและการคุ้มครองผู้บริโภค โดยในวันพรุ่งนี้จะเป็นเวทีสุดท้ายที่จัดรับฟังความคิดเห็น ณโรงแรมสวิสโซเทล ถ.รัชดาหากท่านใดที่ความประสงค์จะให้ความคิดเห็นสามารถไปร่วมงานได้วันพรุ่งนี้ นอกจากนี้สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรตามแบบแสดงความคิดเห็น ภายในวันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม นี้ เวลา 16.30 น. โดย ทาง E-mail:hearing.dtv@nbtc.go.th ทางโทรสาร: หมายเลข 0 2278 5493หรือส่งด้วยตนเองที่สำนักงาน กสทช. สำนักกิจการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล อาคารมนริรินชั้น 5 โซน C ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ10400 (ในเวลาทำการ 8.30 –16.30 น.) และทางไปรษณีย์ลงทะเบียน(โดยจะถือเอาวันที่ไปรษณีย์ลงทะเบียนได้ประทับตรารับจดหมาย)  ส่งถึงประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ที่อยู่  “สำนักงาน กสทช. เลขที่ 87 ถนนพหลโยธินซอย 8 (สายลม) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400” วงเล็บมุมซองว่า“แสดงความคิดเห็นต่อการดำเนินโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล”    

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.ถกแนวคิดราคาคูปอง

  • เดอะมั้งค์จับมือจีน ผลิตการ์ตูนแอนิเมชั่น“Silk Road”

    เดอะมั้งค์จับมือจีน ผลิตการ์ตูนแอนิเมชั่น“Silk Road”

     นายสุภณวิชญ์ สมสมาน CEO บริษัทเดอะมั้งค์ สตูดิโอ จำกัด เปิดเผยว่าการทำงานของเดอะมั้งค์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะทำงานรับจ้างผลิตให้กับต่างประเทศเป็นหลักโดยเฉพาะฮอลลีวูดโดยเข้าไปมีส่วนหนึ่งของทีมงานระดับโลก ได้ส่งผลให้บริษัทฯผลิตผลงานที่มีมาตรฐานสูงมาโดยตลอด แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีแนวคิดว่า เราควรจะมี IP(Intellectual Property) ของตนเองบ้าง จึงได้พัฒนาเรื่อง SilkRoad ขึ้นมา ซึ่งเมื่อได้มีโอกาสพบกับผู้บริหารของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติของจีน หรือ CCTV จึงได้มีการนำเสนอเรื่องนี้และทางจีนก็เกิดความประทับใจทั้งแนวคิดและคุณภาพของผลงานส่งผลให้มีการหารือและพูดคุยกัน จนมาถึงการตกลงร่วมมือผลิตในวันนี้                ทั้งนี้ Silk Road  เป็นภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเส้นทางสายไหมอันโด่งดังเป็นการย้อนอดีตเรื่องราวของเส้นทางการค้าที่เชื่อมโยงโลกตะวันตกกับโลกตะวันออกผ่านการบอกเล่าของนักเดินทางในรูปแบบการ์ตูนแอนิเมชั่นที่สนุกสนานแฝงไว้ด้วยองค์ความรู้และวัฒนธรรมของสองซีกโลก                สำหรับการลงนามความร่วมมือในการผลิตภาพยนตร์แอนิเมชั่นของผู้ประกอบการไทยและจีนในครั้งนี้เกิดจากการที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้าพาคณะผู้แทนการค้าด้าน ดิจิตอล คอนเทนท์ จากประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้เข้ามาพบปะกับผู้ผลิตแอนิเมชั่นของไทย เมื่อปี พ.ศ. 2556 ที่ผ่านมา และทางสถานีโทรทัศน์ CCTV ซึ่งเดินทางมาด้วยในครั้งนั้นประทับใจแนวคิดของบริษัท เดอะมั้งค์ สตูดิโอ จำกัด จึงได้ติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง จนได้ร่วมมือเพื่อผลิตการ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่อง SilkRoad โดยทีมงานของทั้ง 2 บริษัทจะได้ร่วมกันทำงานทั้งในกรุงเทพและปักกิ่งและใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปีครึ่งในการผลิต คาดว่าจะสามารถออกฉายทางสถานีโทรทัศน์ CCTV  เผยแพร่ทั่วประเทศจีนได้ในปี พ.ศ.2560            ด้าน ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร อัครราชฑูตฝ่ายการพาณิชย์ ณ กรุงปักกิ่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า ทาง CCTV ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์แห่งชาติของจีนได้ให้ความสนใจภาพยนตร์แอนิเมชั่น เรื่อง Silk Roadของบริษัท เดอะมั้งค์ สตูดิโอ จำกัด บริษัทแอนิเมชั่นชั้นนำของประเทศไทยและได้ให้บริษัท Beijing Glorious Animation Co. ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ผลิตการ์ตูนแอนิเมชั่นสำหรับ CCTV มาร่วมลงทุนผลิตภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้โดยมุ่งหวังให้เด็กจีนทั่วประเทศได้รับชม                “การที่ผู้ผลิตแอนิเมชั่นของไทย สามารถนำเสนอแนวคิดให้สถานีโทรทัศน์ CCTV ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์แห่งชาติของจีนยอมรับและสนใจที่จะนำไปผลิตออกอากาศให้กับคนจีนทั่วประเทศได้ดูนั้นถือเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจมาก เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่ภาพยนตร์ต่างชาติจะผ่านเข้าไปในจีนได้ แสดงให้เห็นว่า คนไทยเรามีความคิดสร้างสรรค์ที่สูงมากและมีฝีมือเป็นที่ยอมรับระดับสากล โดยความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการแอนิเมชั่น และดิจิตอลคอนเทนท์ระหว่างสองประเทศด้วย” ดร.ไพจิตร กล่าว  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เดอะมั้งค์จับมือจีน ผลิตการ์ตูนแอนิเมชั่น“Silk Road”

  • กสทช.จัดเสวนาจัดสรรคลื่นเปิดทางใช้บิวตี้คอนเทนต์

    กสทช.จัดเสวนาจัดสรรคลื่นเปิดทางใช้บิวตี้คอนเทนต์

    วันนี้ (9ก.ค.) ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น ถนนราชประสงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ( กสทช.) ร่วมกับ International Institute of  Communications (IIC) ซึ่งเป็นสถาบันโทรคมนาคม จัดสัมมนาให้ความรู้วิชาการ Allocation of Spectrum – Does one size fit all ? เพื่อให้ความรู้วิธีการจัดสรรคลื่นความถี่ แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น การจัดสรรคลื่นความถี่ในระดับนานาชาติ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาวิธีการจัดสรรคลื่นความถี่ของประเทศไทย  นายสุทธิพล ทวีชัยการ กสทช.และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) เปิดเผยว่า ความคิดเห็นในการสัมมนาครั้งนี้ จะช่วยหาแนวทางว่า คลื่นความถี่ใดที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และหาแนวคิด ข้อเสนอที่ได้รับจากผู้เชี่ยวชาญไปใช้ในการปฎิรูปกติกาโทรคมนาคมของไทย รวมถึงการเร่งแก้ปรับปรุง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่กำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.)  โดยเบื้องต้นกสทช. เตรียมพิจารณาเรื่องเร่งด่วน 2 เรื่อง คือ การแก้ไข พ.ร.บ. กสทช. 2 มาตรา คือ ให้เงินรายได้ที่ได้รับจากการเปิดประมูลคลื่นความถี่ทั้งฝั่งกิจการการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ รวมถึงฝั่งกิจการโทรคมนาคม เข้าสู่กระทรวงการคลังเพื่อให้เป็นรายได้ของรัฐ จากเดิมที่กำหนดให้ส่งเงินประมูลเฉพาะโทรคมนาคมเพียงอย่างเดียว และกฎหมายที่กำหนดให้คลื่นความถี่ต้องจัดสรรด้วยวิธีการประมูลเท่านั้น โดยมีแนวคิดว่า สามารถจัดสรรในแบบบิวตี้คอนเทนต์ หรือ ผู้ประกอบการแข่งกันเสนอผลประโยชน์ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยมีการตั้งราคกลางของคลื่นความถี่ที่จะจัดสรร และให้ผู้ประกอบการที่สนใจยื่นเสนอเปรียบเทียบได้  “การจัดสรรคลื่นความถี่รูปแบบการประมูล ไม่ใช่ไม่ดี แต่อาจจะมีปัญหาในอนาคตได้  เนื่องจากคลื่นบางชนิดก็ไม่เหมาะที่จะจัดสรรผ่านการประมูล อาทิ กิจการดาวเทียม สื่อสาร อีกทั้งประเทศไทยมีคลื่นความถี่จำนวนมากในขณะที่ผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่มีศักยภาพในการแข่งขันมีจำนวนน้อยราย ประกอบกับกฎหมายไม่ได้เปิดให้ต่างชาติเข้าร่วมประมูล มีเฉพาะการร่วมทุนกันเท่านั้น ทำให้เกิดข้อจำกัดเป็นอย่างมาก ซึ่งหากมีการแก้กฎหมายให้มีความทันสมัยจะเกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมได้”นายสุทธิพล กล่าว  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.จัดเสวนาจัดสรรคลื่นเปิดทางใช้บิวตี้คอนเทนต์