เดือน: กรกฎาคม 2014

  • สคบ.คุมเข้มโฆษณากล่องรับรับสัญญาณทีวีดิจิตอล  – ไขปัญหาผู้บริโภค

    สคบ.คุมเข้มโฆษณากล่องรับรับสัญญาณทีวีดิจิตอล – ไขปัญหาผู้บริโภค

    เมื่อไทยก้าวเข้าสู่ยุคทีวิดิจิตอลแน่นอนว่าย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงในแวดวงทีวีไทยอันจะนำมาสู่การพัฒนาให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และบริการที่หลากหลาย จากช่องรายการที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับคุณภาพที่ปรับปรุงดีกว่าเก่า จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการนำประเทศเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอลดั่งเช่นประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก การเตรียมพร้อมที่จะปรับตัวให้เข้ากับยุคที่มีระบบทีวีทันสมัยเฉกเช่นปัจจุบันนอกจากจะต้องเรียนรู้วิธีการปรับเปลี่ยนทีวี จากระบบอนาล็อก ซึ่งเป็นระบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและยาวนาน สู่ระบบทีวีที่มีความทันสมัยอย่าง “ทีวีดิจิตอล” แล้ว ผู้ชมก็ต้องเริ่มมองหาอุปกรณ์รับสัญญาณมาติดตั้งเพิ่มเติม ซึ่งอุปกรณ์ที่ว่านี้ ก็คืออุปกรณ์กล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล (SetTop Box) เพื่อนำมาติดตั้งเพิ่มเติมเข้ากับเครื่องรับโทรทัศน์ในระบบอนาล็อก โดยให้ผู้บริโภคสังเกตสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน ทางเทคนิค ต้องมีสัญลักษณ์ ’น้องดูดีดิจิตอลทีวี“ และ ’Hologarm กสทช. Class A Broadcast“ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนด เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกซื้อกล่องรับสัญญาณดังกล่าว แต่ปัจจุบันก็ยังพบร้านค้าหรือห้างร้านบางแห่ง โฆษณาจำหน่ายเครื่องรับโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอล โดยเฉพาะกรณีของเครื่องรับโทรทัศน์ในระบบอนาล็อก โดยปกปิดข้อมูลบางส่วนส่งผลให้ประชาชนเข้าใจผิด ว่าเครื่องรับโทรทัศน์ดังกล่าวสามารถรับชมบริการในระบบดิจิตอลได้ โดยไม่มีการชี้แจงรายละเอียดเงื่อนไข หรือแสดงแล้ว แต่ตัวอักษรยังมีขนาดเล็ก และไม่ชัดเจน เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน อันเป็นการกระทำที่อาจขัดต่อกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้เข้ามาดูแลและควบคุมดำเนินการการโฆษณาตามกฎหมายซึ่งผู้ประกอบการจะต้องไม่ใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม ดังนั้น เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงขอให้ผู้ประกอบการกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลแสดงข้อมูลรายละเอียด และระบุเงื่อนไขการใช้งานอย่างชัดเจน เพื่อเป็นข้อมูลที่ถูกต้องให้แก่ผู้บริโภคได้พิจารณาก่อนเลือกซื้อ หากยังพบผู้ประกอบการรายใดมีเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิดสภาพ คุณภาพ ปริมาณหรือสาระสำคัญประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นของตนเอง หรือผู้อื่นโฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้ว ว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากการมีกฎหมายออกมาให้ความคุ้มครองผู้บริโภค ในกรณีที่ถูกเอารัดเอาเปรียบแล้วสิ่งที่ผู้บริโภคอย่างเรา ควรตระหนักอย่างยิ่ง ก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อ คือการศึกษาหาข้อมูลจากผู้รู้ หรือจากแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้และอ่านเงื่อนไขของรายละเอียดการใช้งานอย่างรอบคอบเพื่อให้มั่นใจได้ว่า “จะได้กล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวีมาใช้อย่างไร้ปัญหา”.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สคบ.คุมเข้มโฆษณากล่องรับรับสัญญาณทีวีดิจิตอล – ไขปัญหาผู้บริโภค

  • สำนักงานสลากฯไฟเขียวพิมพ์สลากฯเพิ่ม 2 ล้านฉบับ

    สำนักงานสลากฯไฟเขียวพิมพ์สลากฯเพิ่ม 2 ล้านฉบับ

    ที่กระทรวงการคลัง เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 4 ก.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางกุณฑีรา ตันติรังสี รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ลงนามและออกประกาศผ่านเว็บไซต์ เมื่อวันที่ 3 ก.ค.57 เรื่องการจัดสรรสลากฯให้คนพิการ ระบุว่า ตามที่สำนักงานสลากฯได้ให้คนพิการแจ้งความประสงค์รับสลากฯไปจำหน่าย ซึ่งปรากฏว่าคนพิการได้แจ้งความประสงค์และผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นจำนวน 96,936 รายนั้น ขณะนี้ สำนักงานสลากฯจะพิมพ์สลากฯเพิ่มอีกงวดละ 2 ล้านฉบับ (ฉบับละ 40 บาท) คิดเป็นมูลค่ากว่า 80 ล้านบาท ตั้งแต่การจำหน่ายสลากฯงวดวันที่ 1 ส.ค.57 เพื่อจัดสรรสลากฯให้คนพิการที่แจ้งความประสงค์ไว้ดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อให้การคัดเลือกคนพิการที่แจ้งความประสงค์ขอรับสลากฯไปจำหน่ายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 13 (7) มาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สำนักงานสลากฯ พ.ศ.2517 และมติคณะกรรมการสลากฯ ในการประชุมครั้งที่ 6 ปี 57 เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.57 สำนักงานสลากฯ จะทำการคัดเลือกจัดลำดับคนพิการที่แจ้งความประสงค์ขอรับสลากฯไปจำหน่าย โดยสุ่มตามลำดับในวันที่ 7 ก.ค.นี้ เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น จี สำนักงานสลากฯ สนามบินน้ำ เลขที่ 359 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และจะประกาศผลการสุ่มคัดเลือกและขั้นตอนในการดำเนินการให้ทราบต่อไป รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การเพิ่มจำนวนการพิมพ์สลากฯ ในครั้งนี้ ที่เพิ่มอีกงวดละ 2 ล้านฉบับ ตั้งแต่การจำหน่ายสลากฯงวดวันที่ 1 ส.ค.57 เพื่อจัดสรรสลากฯให้คนพิการที่แจ้งความประสงค์ไว้นั้น ส่งผลให้สลากฯในแต่ละงวดจะถูกพิมพ์มาเพิ่มขึ้นเป็น 74 ล้านฉบับ แบ่งเป็น สลากกินแบ่งรัฐบาล 52 ล้านฉบับ และสลากฯการกุศลอีก 22 ล้านฉบับ โดยยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะกรรมการสลากฯ ที่มีความโปร่งใสทุกขั้นตอน และการคัดเลือกจัดลำดับคนพิการนั้น จะใช้วิธีสุ่มตามลำดับ ซึ่งตั้งบุคคลภายนอกจากสำนักงานตรวงเงินแผ่นดิน (สตง.) มาเป็นประธานอีกด้วย นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานกรรมการสำนักงานสลากฯ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประชุมเพื่อสรุปแนวทางการแก้ปัญหาจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกิน 80 บาทได้ เนื่องจากต้องสรรหาผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯให้แล้วเสร็จก่อน แต่ในระยะสั้นมีความเป็นไปได้ที่ประชาชนจะสามารถซื้อสลากฯ ในราคา 80 บาท ที่บริเวณหน้ากองสลาก และศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด ส่วนพื้นที่อื่นๆ จะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งมาตรการในการตรวจจับการขายสลากเกินราคาจะยังไม่เข้มงวดมากนัก ทั้งนี้ ในระยะยาวจะเสนอต่อ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เกี่ยวกับการกำหนดวิธีที่จะควบคุมราคาสลากฯ ให้อยู่ระดับที่เหมาะสมซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษา และแนวทางของสลากฯที่ครบกำหนดต้องทำสัญญาใหม่จำนวนมาก เพื่อนำมาจัดสรรใหม่ให้กับผู้ค้ารายย่อย รวมไปถึงการเสนอมาตรการต่าง ๆ ยืนยันว่าแนวทางทั้งหมดน่าจะแก้ปัญหาสลากฯได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สำนักงานสลากฯไฟเขียวพิมพ์สลากฯเพิ่ม 2 ล้านฉบับ

  • เปิดประมูลรถหรูรอบใหม่เดือนก.ย.

    เปิดประมูลรถหรูรอบใหม่เดือนก.ย.

    นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ในเดือน ก.ย.นี้ กรมศุลกากรจะเปิดประมูลรถยนต์อีกครั้งหนึ่ง เพื่อหารายได้นำส่งเข้ารัฐ โดยปรับราคากลางให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องราคาตลาดรถในท้องตลาดมากขึ้น แต่จะพิจารณาไม่ให้ต่ำเกินไปจนรัฐเสียหาย ซึ่งจะนำรถยนต์ที่ประมูลไม่ได้รอบที่ผ่านมา กับรถยนต์ที่จับกุมและดำเนินคดีถึงที่สิ้นสุดมารวมประมูล คาดว่าจะมีรถประมูล 200 คัน ได้เงินไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท ทำให้มีรายได้จากการมูลรถทั้งปีงบประมาณ 57 ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ถือเป็นการเพิ่มการจัดเก็บภาษีได้อีกทางหนึ่งทั้งนี้ การประมูลรถยนต์ของกรมศุลกากรเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 355 คัน มีรถที่ประมูลได้ 237 คัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 607 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 118 คัน ประมูลไม่ได้แบ่งเป็น ผู้เข้าร่วมประมูลให้ราคาต่ำกว่าราคากลางที่คณะกรรมการประมูลกำหนดไว้ 98 คัน และมีรถยนต์ที่ไม่ได้ประมูลอีก 20 คัน เนื่องจากไม่ทันเวลากำหนดไว้ที่ 20.00 น. 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดประมูลรถหรูรอบใหม่เดือนก.ย.