วันนี้(4 ก.ค) ห้องเอ็มเพรสแกรนด์ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การประชุมนานาชาติเอ็มเพรส โรงแรมดิเอ็มเพรส เชียงใหม่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) จัดการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะการดำเนินโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมทีวีภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ในประเด็นกระบวนการแจก มูลค่าคูปองราคา 690 บาท ซึ่งเป็นราคาขั้นต่ำ ตามประกาศกสทช.เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการทีวีในระบบดิจิตอลประเภทธุรกิจ หรือ มูลค่า 1,000 บาท รวมถึงคูปองสามารถนำไปเป็นส่วนลดใช้แลกซื้ออุปกรณ์ใดได้บ้างทั้ง กล่องเซต ทอป บ็อกซ์ระบบดิจิตอล รวมอุปกรณ์เสาอากาศ ทีวีดิจิตอลที่มีจูนเนอร์ในตัวเครื่อง กล่องระบบดาวเทียม และกล่องเคเบิล นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.เปิดเผยว่า การรับฟังครั้งนี้ สำนักงาน กสทช. ดำเนินการตามม. 28 แห่งพ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ซึ่งในวันนี้ ประชาชนแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย โดยกสทช.ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็น และนำไปปรับปรุงโครงการให้มีความเหมาะสม เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ทั้งนี้จะนำไปรวบรวบกับความคิดเห็นในภูมิภาคอื่นๆ ก่อนนำไปรวบรวมเสนอเข้าที่ประชุมกสทช. และเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เห็นชอบต่อไป สำหรับบรรยากาศภายในเวทีรับฟังความคิดเห็นฯดังกล่าว มีความคิดเห็นหลากหลาย โดยประชาชนส่วนหนึ่ง เห็นควรให้มีการแจกคูปองมูลค่า 1,000 บาท ให้แก่ทุกครัวเรือนนั้นมีความเหมาะสม เนื่องจากหวังว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน โดยมองว่าราคาดังกล่าวจะทำให้ได้กล่องที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพที่ได้มาตรฐานทั้งกล่องเซตทอป บ็อกซ์ รวมเสาอากาศ ในขณะที่ราคา 690 บาท มีความกังวลว่าราคาดังกล่าวอาจจะทำให้ได้สินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้คูปองส่วนลดเงินสดสามารถนำไปแลกซื้อทั้ง กล่องเซต ทอป บ็อกซ์ระบบดิจิตอล รวมอุปกรณ์เสาอากาศ ทีวีดิจิตอลที่มีจูนเนอร์ในตัวเครื่อง กล่องระบบดาวเทียม และกล่องเคเบิล ที่จะช่วยทำให้ประชาชนที่รับชมทีวีผ่านดาวเทียมและเคเบิลได้รับชมฟรีทีวีในระบบคุณภาพคมชัดสูง ( ไฮเดฟฟินิชั่น) ซึ่งจะเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ประชาชนได้แลกอุปกรณ์ตามความต้องการและเหมาะสมและเข้าถึงผู้รับชมทีวีได้ เนื่องจากบางพื้นที่ประชาชนไม่สามารถรับชมภาคพื้นดินจึงต้องรับชมระบบดาวเทียม ในขณะที่องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคภาคเหนือ และประชาชนอีกส่วนหนึ่งมองว่า ราคาคูปองเงินสดส่วนลด 690 บาท ซึ่งถือว่ามีความเพียงพอ และควรแลกได้เฉพาะ กล่องเซต ทอป บ็อกซ์ดิจิตอล ภาคพื้นดินเท่านั้น อย่างไรก็ตามจ.เชียงใหม่ เป็นแห่งแรกที่เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ หลังจากนั้นจะเปิดรับฟังไปยังภูมิภาคอื่นๆ โดยวันพรุ่งนี้ (5 ก.ค. 2557) ณ โรงแรมหรรษา เจบี หาดใหญ่ จ.สงขลา วันที่ 8 ก.ค. 2557 ณ โรงแรม พูลแมน จ.ขอนแก่น และในวันที่ 10 ก.ค. 2557 ณ โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ ต่ออไป ซึ่งประชาชนยังสามารถแสดงความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรมาที่อีเมล์hearing.dtv@nbtc.go.th หรือโทรสารหมายเลข 0 2278 5493 หรือส่งด้วยตนเอง ที่สำนักงาน กสทช. สำนักกิจการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล อาคารมนริริน ชั้น 5 โซนซี ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 (ในเวลาทำการ8.30 – 16.30 น.) หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ภายในวันที่ 18 ก.ค.57 นี้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รับฟังความเห็นคูปองทีวีดิจิตอลวันแรก
เดือน: กรกฎาคม 2014
-

รับฟังความเห็นคูปองทีวีดิจิตอลวันแรก
-

ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าบวก 7.49 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (4 ก.ค.) ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น และเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดภาคเช้า สอดคล้องทิศทางเดียวกันกับตลาดในภูมิภาค เนื่องจากกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ หลังธนาคารกลางยุโรปประกาศคงอัตราดอกเบี้ย รวมกับการเข้าซื้อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2 ของกลุ่มธนาคารยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,500.70 จุด เพิ่มขึ้น 7.49จุด หรือ 0.50%ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 20,500.89 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าบวก 7.49 จุด -

“เจ มาร์ท” ชี้ตลาดมือถือยังโตลุยเดินหน้าจัดอีเว้นท์ดันยอดขาย
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดโทรศัพท์มือถือของไทยในช่วงครึ่งปีแรกค่อนข้างซบเซาเนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมือง แต่คาดว่าช่วงครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้นหลังจากสถานการณ์ด้านการเมืองสงบลง ทำให้สิ้นปีตลาดรวมโทรศัพท์มือถือในไทยจะมีจำนวน 18-19 ล้านเครื่อง ลดลงจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 20 ล้านเครื่อง แต่มองในด้านมูลค่าจะมีจำนวนเติบโตขึ้น เนื่องจากยอดขายสมาร์ทโฟนที่เพิ่มสูงชึ้นจากความนิยมและผู้ผลิตนำสินค้ารุ่นใหม่ๆออกสู่ตลาดจำนวนมาก รวมถึงการเปิดให้บริการ 3จีและ 4จีเป็นตัวกระตุ้นในส่วนของเจมาร์ทปีนี้จะลงทุนจำนวน 400 ล้านบาท เพื่อขยายและปรับปรุงสาขาจาก 260 สาขาเป็น 280 สาขา โดยเน้นตามหัวเมืองใหญ่นอกจากนี้ยังเตรียมงบประมาณการตลาดไว้ 150 ล้านบาท เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายด้วยการจัดงาน เจมาร์ท โมบายโช ว์2014 อีก 5 ครั้ง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วกรุงเทพโดยล่าสุด คือ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว ระหว่างวันที่ 3-9 ก.ค.57นี้โดยมีบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ อาทิ ซัมซุง ออปโป้ รวมถึงผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ทั้งดีแทค ทรูมูฟ เอช และเอไอเอส เข้าร่วมงานคาดว่าจะมียอดขายในงานไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาทนายอดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับรายได้รวมของเจมาร์ทในช่วงต้นปีที่ผ่านมาคาดการร์ว่าจะเติบโตได้ 35% แต่จากสถานการทางการเมืองที่เกิดขึ้นทำให้ต้องปรับเป้าใหม่คาดว่าปีนี้จะมีรายได้จำนวน 11,500 ล้านบาทเติบโตขึ้น 15% เท่านั้น จากปีที่แล้วที่มีรายได้10,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามการที่รายได้ยังมีอัตราการเติบโตอยู่มีปัจจัยจากการจัดงานเจมาร์ทกระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง และคนต้องการใช้โทรศัพท์มือถือมากขึ้นโดยเฉพาะสมาร์ทโฟน ขณะที่การเข้าไปลงทุนธุรกิจในประเทศพม่าก็มีอัตราการเติบโตมากถึง 130% เนื่องจากเป็นตลาดเกิดใหม่คนใช้มือถือเพิ่มมากขึ้นขณะที่มีผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเพียง 2 รายเท่านั้น โดยคาดว่าภายใน 5 ปีจะถึงจุดคุ้มทุนได้.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “เจ มาร์ท” ชี้ตลาดมือถือยังโตลุยเดินหน้าจัดอีเว้นท์ดันยอดขาย