เดือน: กรกฎาคม 2014

  • แนะสร้างแบรนด์โอทอป

    แนะสร้างแบรนด์โอทอป

    ร.อ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เปิดเผยว่า ที่ประชุมคสช. เพื่อการบริหารราชการแผ่นดินที่มีพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และหัวหน้าคสช.เป็นประธานนั้น หน.คสช. ได้สั่งการในที่ประชุมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาความเหมาะสมของกลุ่มสินค้าที่ลอกเลียนทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อการพาณิชย์ ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมาย โดยให้เร่งสร้างความเข้าใจให้ครบถ้วน พร้อมทั้งส่งเสริม และปรับเปลี่ยนมาเป็นผู้ผลิตสินค้ารายใหม่ ในชื่อของตนเอง หรือเป็นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป)ทั้งนี้ยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณารายการที่สมควรได้รับการจดสิทธิบัตรต่าง ๆ ให้ครบทุกมิติ ทั้งด้านศิลป วัฒนธรรม ปราชญ์ท้องถิ่น และการพัฒนาภูมิปัญญาไทย เพื่อขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรในนามประเทศไทย รวมทั้งให้ความสำคัญกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งถือว่าเป็นผู้ดูแลสิทธิประโยชน์ ทางความคิดของคนไทยขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังได้เห็นชอบการลงนามบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี ระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา และสำนักงานสิทธิบัตรยุโรป โดยมอบให้อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นผู้ลงนาม เพื่อพัฒนาระบบ และศักยภาพบุคคลด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทย โดยเฉพาะการให้ทุนฝึกอบรมผู้ตรวจสอบสิทธิบัตร พัฒนาเครือข่ายข้อมูลเทคโนโลยี จัดทำระบบอัตโนมัติการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันทั้งนี้ในข้อตกลงดังกล่าว ยังกำหนดให้มีการจัดประชุมร่วม ระหว่างหัวหน้าสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญา รวมไปถึงให้คำปรึกษาทางเทคนิค ในเรื่องของการสืบค้นและตรวจสอบสิทธิบัตร และการสนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิกสนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร (พีซีที) ของประเทศไทย ซึ่งตามข้อตกลงนี้ หากร่วมมือได้สำเร็จ จะช่วยยกระดับความร่วมมือทางสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างกัน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะสร้างแบรนด์โอทอป

  • คนไทยเฮคสช.ต่อเมล์-ไฟฟรี-ยืดภาษีดีเซล

    คนไทยเฮคสช.ต่อเมล์-ไฟฟรี-ยืดภาษีดีเซล

    น.ส.ปถมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคสช.เพื่อขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดิน ได้เห็นชอบให้ขยายเวลาการให้บริการรถเมล์และรถไฟฟรีของประชาชนออกไปอีก 6 เดือน ระหว่างวันที่ 1 ส.ค.57- 31 ม.ค.58 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน หลังจากที่มาตรการนี้ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาโดยตลอดและพบว่าสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะประชาชนผู้มีรายได้น้อยนอกจากนี้ที่ประชุมคสช.ยังเห็นชอบให้ขยายเวลาการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ออกไปอีก 1 เดือน คือระหว่างวันที่ 1 ส.ค.-31 ส.ค. 57 นี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนไปก่อน ขณะเดียวกันยังเป็นการรอช่วงเวลาที่กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างพลังงานให้เรียบร้อยรายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง แจ้งว่า ในการปรับลดภาษีน้ำมันดีเซลลงในแต่ละครั้ง จะต้องสูญเสียงบประมาณในการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตเดือนละ 9,000 ล้านบาท โดยที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. 54- เดือนมิ.ย.57 สูญเสียรายได้รวม 336,000 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คนไทยเฮคสช.ต่อเมล์-ไฟฟรี-ยืดภาษีดีเซล

  • จับตาสงครามดันราคาทองพุ่งระยะสั้น

    จับตาสงครามดันราคาทองพุ่งระยะสั้น

    น.ส.ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยนแอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า แนะนำให้นักลงทุนจับตาสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่จะเป็นปัจจัยหลักกดดัน ให้ราคาทองคำในตลาดโลกระยะสั้น ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยล่าสุดธนาคารกลางของรัสเซีย ได้ซื้อทองคำเพิ่มขึ้นอีก 15 ตันในช่วง 1เดือนที่ผ่านมา หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมารุนแรงขึ้น ราคาทองมีโอกาสจะแตะ 1,330-1,350ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาทองคำปรับลดลงถึง 1,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ก็เชื่อว่าจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาลงทุน โดยกรอบการเคลื่อนไหวในปีนี้ ยังมองไว้ที่ 1,200-1,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่งให้ราคาทองในประเทศอยู่ที่บาทละ 19,300-19,900 บาท ส่วนแนวโน้มราคาทองคำในปีหน้า คาดว่าราคาทองคำจะอยู่ในช่วงของการปรับขาลง เนื่องจากทิศทางของเศรษฐกิจสหรัฐดีขึ้น ธนาคารกลางสหรัฐมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และเชื่อว่าราคาทองคำจะไม่ต่ำกว่า1,100ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ด้านนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ และประธานบริษัทห้างขายทองจินฮั้วเฮง กล่าวว่า ราคาทองคำในช่วงที่เหลือของปีนี้จะผันผวนมากกว่าช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจัยที่เข้ามากระทบยังมีความไม่แน่นอน ทั้งความกังวลต่อเหตุการณ์รุนแรงเพิ่มขึ้น ในฉนวนกาซา และความตึงเครียดในยูเครน รวมทั้งนโยบายการเงินของสหรัฐ เรื่องการลดขนาดมาตรการผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี) และแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ ซึ่งทำให้ราคาทองคำผันผวนอยู่ในกรอบ 1,170-1,450 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อออนซ์หรือที่ 18,500-21,000 บาทโดยล่าสุด ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) ได้ร่วมกับ7บริษัทผู้ค้าทองประกอบด้วย บริษัท โกลเบล็กโฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ จำกัด (มหาชน) บริษัทคลาสสิก โกลด์ จำกัด บริษัทจีทีโกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด บริษัทวายแอลจี โกล์ด จำกัด บริษัทออสสิริส จำกัด บริษัท เอ็มทีเอสโกล์ด จำกัด บริษัท ฮั่วเซ่งเฮงคอมโมดิทัช จำกัด ได้เปิดให้บริการแลกทองคำ สำหรับผู้ซื้อขายโกล์ดฟิวเจอร์ โดยเงื่อนไขต้องเป็นทองคำแท่งบริสุทธิ์ 96.5% น้ำหนักทองคำขั้นต่ำที่แลกซื้อขายคือราคา 10บาท และต้องเป็นยี่ห้อของร้านทอง ที่เข้าร่วมโครงการและต้องวางเงินประกัน ขั้นต่ำ 30,000 บาทและ สูงสุด 150,000 บาท สำหรับทองคำน้ำหนัก 50 บาท และต้องแลกซื้อภายใน 2 วันทำการ ถัดจากวันซื้อขายวันสุดท้ายของโกลด์ฟิวเจอร์ ที่ครบอายุในเดือนที่สาขาร้านทองที่กำหนด

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จับตาสงครามดันราคาทองพุ่งระยะสั้น