รายงานข่าวจากบริษัท ราคูเท็น อิงค์ เปิดเผยว่าบริษัทได้ประกาศเข้าร่วมเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยในบริษัท แอร์เอเชียเจแปนจำกัด(AirAsiaJapan )บริษัทผู้ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำในประเทศญี่ปุ่นภายใต้การดูแลของสายการบินแอร์เอเชียซึ่งเป็นสายการบินต้นทุกต่ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียโดยในปีที่ผ่านมาสายการบินต้นทุนต่ำเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยสายการบินต้นทุนต่ำมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง52%ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และ มากกว่า 30%ในอเมริกาเหนือและยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายการบินต้นทุนต่ำได้รับความน่าเชื่อถือในฐานะที่เข้ามาช่วยผลักดันการเติบโตโดยรวมของความต้องการในการให้บริการขนส่งทางอากาศในประเทศญี่ปุ่นตลาดสายการบินต้นทุนต่ำได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม 2555ซึ่งเริ่มบินเส้นทางในประเทศและเป็นที่คาดว่าจะขยายมากยิ่งขึ้นในอนาคต ทั้งนี้แอร์เอเชียเป็นสายการบินที่อยู่ในระดับแนวหน้าซึ่งได้รับการจัดอันดับโดยSkytraxว่าเป็นสารการบินต้นทุนต่ำที่ดีที่สุดในโลกถึง5ปีติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2009ที่ผ่านมาโดยสายการบินแอร์เอเชียเปิดให้บริการเที่ยวบิน208เส้นทางครอบคลุม 18ประเทศทั่วเอเชียและออสเตรเลียมีจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางกับแอร์เอเชียตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกรวม 220ล้านคน สำหรับราคูเท็นเป็นบริษัทแม่ของบริษัทราคูเท็น ทราเวลซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับความนิยมด้านการให้บริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเป็นอย่างมากด้วยจำนวนโรงแรมผู้เป็นสมาชิกถึง29,250โรงแรม(ณวันที่ 26มิถุนายน2557)มีสำนักงานให้บริการในประเทศญี่ปุ่นถึง17สาขาและ อีก 20สาขาใน12ประเทศจากการลงทุนนี้ราคูเท็นมีเป้าหมายที่จะเพิ่มศักยภาพในการให้บริการทางการท่องเที่ยวโดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยรวม.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ราคูเท็น” ยักษ์อีคอมเมิร์ซญี่ปุ่นขยายธุรกิจสู่สายการบินต้นทุนต่ำ
เดือน: กรกฎาคม 2014
-

“ราคูเท็น” ยักษ์อีคอมเมิร์ซญี่ปุ่นขยายธุรกิจสู่สายการบินต้นทุนต่ำ
-

ซีคอนโฮมก่อสร้างบ้านสำเร็จรูปทั้งหลัง
นางสาวศุภิชชา ชัยพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทซีคอนโฮม เปิดเผยว่า บริษัทได้ทุ่มงบประมาณกว่า 20 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบการสร้างบ้านสำเร็จรูปทั้งหลังได้เป็นรายแรกของวงการรับสร้างบ้านเมืองไทย เพื่อแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลนในระยะยาว รวมทั้งร่นเวลก่อสร้างได้เร็วขึ้นด้วย มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ทั้งนี้ได้นำร่องแบบบ้าน 5 แบบที่ก่อสร้าง โดยใช้ระบบโครงสร้างผนังสำเร็จรูปซีคอนเพื่อสร้างบ้านทั้งหลัง คือแฮปปี้ บัดเจ็ต 1-5 ในพื้นที่ตั้งแต่ 33-50 ตารางวาขึ้นไป มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 120-194ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.5-2.3 ล้านบาท คาดว่าถึงสิ้นปีนี้จะมียอดขาย 20 หลัง“ที่ผ่านมาประเทศไทยค่อนข้างประสบปัญหาแรงงานขาดแคลนอย่างมาก ตั้งแต่หลังน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 54 มาปี 55 ก็ประสบปัญหาค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทอีก จนกระทบต่อการก่อสร้างที่ล่าช้าส่งมอบไม่ทันกำหนด ดังนั้นบริษัทจึงพยายามคิดค้นระบบการก่อสร้างที่ลดการใช้แรงงาน และระบบดังกล่าวนี้ใช้เวลากว่า 7 เดือน ก่อนที่จะนำมาใช้ได้ ซึ่งสามารถลดการใช้แรงงาน จากบ้าน 1 หลัง ที่ก่อสร้างด้วยระบบอื่น ใช้คนงาน 6-7 คนใช้เวลาก่อสร้างเฉลี่ย 6-7 เดือน แต่ระบบใหม่ดังกล่าวนี้ จะใช้แรงงานเพียง 4-5 คนหรือลดลง 2 คน ใช้เวลาก่อสร้าง 4 เดือนเท่านั้น เพราะลดขั้นตอนการก่ออิฐ ฉาบปูน ขณะที่ได้งานคุณภาพมาตรฐานเท่าเทียมกันด้วย ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้”บริษัทมั่นใจว่าระบบดังกล่าวนี้ จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดที่มีงบประมาณจำกัด และกลุ่มที่ต้องการสร้างบ้านในเวลาที่รวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตบ้านสำเร็จรูปเดือนละ 50 หลัง โดยมีโรงงานที่ผลิตระบบสำเร็จรูปแบบทั้งหลัง และมีวัสดุสำเร็จรูปแบบเฉพาะเสาและคาน เพื่อส่งป้อนให้บริษัทในเครือทั้ง 7 แห่งที่รับสร้างบ้านด้วยสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทก่อสร้าง 149 หลัง มีรายได้ 650 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 580ล้านบาท เนื่องจากหลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ลูกค้ามีความมั่นใจมากขึ้น ทำให้เดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา มียอดสร้างบ้านสูงมาก และเติบโตกว่าตลาดรวม หรือที่ 5% ทำให้มั่นใจว่าทั้งปีนี้อาจจะมีรายได้สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 1,400 ล้านบาทได้ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 13% เพราะนอกจากบรรยากาศต่าง ๆ จะดีขึ้นแล้ว บริษัทเองก็จะเร่งจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างเต็มที่ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ซีคอนโฮมก่อสร้างบ้านสำเร็จรูปทั้งหลัง -

อนุฯบีโอไอไฟเขียว24โครงการ1.4หมื่นล้าน
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการบีโอไอครั้งแรกว่า ที่ประชุมได้อนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุน ตามอำนาจในการอนุมัติฯของคณะอนุกรรมการ คือ โครงการที่มีขนาดการลงทุนตั้งแต่ 200 -750 ล้านบาท และโครงการที่เป็นกิจการผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออกเป็นส่วนใหญ่ ที่มีขนาดการลงทุนเกิน 200 ล้านบาท จำนวน 24 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 14,475 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมเกษตร นอกจากนี้ที่ประชุมได้พิจารณากลั่นกรองคำขอรับส่งเสริมของโครงการลงทุนขนาดใหญ่ มีขนาดการลงทุนเกิน 750 ล้านบาท รวม 9โครงการ ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานลม เงินลงทุนรวมประมาณ 28,093 ล้านบาท เพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน พิจารณาในเร็วๆ นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการ ประกอบด้วย นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการบีโอไอเป็นประธาน ผู้บริหารระดับสูงของบีโอไอ ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยในที่ประชุมมีข้อสรุปว่า ไม่ให้มีการเปิดเผยชื่อโครงการที่คณะอนุกรรมการ ฯ อนุมัติแล้ว 24 โครงการ เนื่องจากจะรอเสนอบอร์ดใหญ่ให้รับทราบอีกครั้ง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อนุฯบีโอไอไฟเขียว24โครงการ1.4หมื่นล้าน