ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 2 ก.ค. ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นและเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวัน ปรับตัวทิศทางเดียวกันกับตลาดภูมิภาค โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มธนาคารมีการซื้อขายสูงสุด เนื่องจากนักลงทุนแห่เข้าซื้อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2 อีกทั้งขณะนี้ตลาดยังไร้ปัจจัยใหม่เข้ากดดัน และมูลค่าซื้อขายเริ่มกลับมาอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,494.54 จุด และลดลงต่ำสุด 1,487.00 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,491.81 จุด เพิ่มขึ้น 6.06 จุด หรือ 0.41% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 47,161.41 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 2 กรกฎาคม2557 ปิดบวก 6.06 จุด
เดือน: กรกฎาคม 2014
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 2 กรกฎาคม2557 ปิดบวก 6.06 จุด
-

พาณิชย์เดินหน้าจัดงานธงฟ้า
นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรงพาณิชย์ เปิดเผยว่ากรมการค้าภายในจะมีการจัดงานธงฟ้าจำหน่ายสินค้าอุปโภค บริโภคราคาต่ำกว่าท้องตลาดเพิ่มขึ้นจากปกติอีก 400 ครั้ง โดยจะกระจายไปตามอำเภอต่างๆและเข้าร่วมกับงานคืนความสุขให้ประชาชนในที่ต่างๆ ให้ทั่วถึงประชาชนในท้องถิ่นเพื่อเป็นการดูแลค่าครองชีพ และคืนความสุขให้ประชาชน อีกทั้งในเดือน ส.ค. จะมีการจัดงานวันพาณิชย์ขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 ส.ค. นี้ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี และตลอดทั้งเดือนจะร่วมกับผู้ประกอบการห้างค้าปลีกและห้างสรรพสินค้าจัดมหกรรมลดราคาครั้งใหญ่สำหรับสถานการณ์ราคาสินค้าโดยรวมในขณะนี้ ยังอยู่ในภาวะปกติโดยสินค้ากลุ่มอุปโภค บริโภคบางชนิด มีการปรับราคาลดลง เช่นเนื้อหมูราคาปรับลดลงแล้วหลังฝนตกและปัญหาโรคในหมูที่น้อยลง ราคาไข่ไก่ลดลงซึ่งเรื่องของราคาไข่ไก่จะต้องมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิดด้วย เพราะหากราคาต่ำมากก็จะกระทบกับผู้เลี้ยงรายย่อยได้ส่วนผักและผลไม้สด มีการปรับราคาสูงขึ้น ลดลงตามฤดูกาล ในขณะที่สินค้าอื่นๆยังได้รับความร่วมมือทั้งจากผู้ผลิตและผู้ประกอบการห้างค้าปลีกในการตรึงราคาสินค้า“ทั้งนี้ยังได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการจัดโครงการธงฟ้าราคาประหยัดอย่างต่อเนื่องล่าสุดได้ร่วมกับ บริษัทเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัดจัดงานมหกรรมสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด ในท็อปส์ ซูเปอร์ และซูเปอร์คุ้ม ในเขตชุมชน43 สาขาทั่วประเทศลดราคาสินค้าจำเป็น ระหว่างวันที่ 2-15 ก.ค.นี้ด้วย”นางสาวภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัทเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กล่าวว่า ทางบริษัทเซ็นทรัลฟู้ด รีเทลได้ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์จัดงานธงฟ้าราคาประหยัดในท็อปส์ ซูเปอร์และซูเปอร์คุ้มในพื้นที่ชุมชน 43 สาขาทั่วประเทศและยังได้มีการร่วมมือในการจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จตามเมนูแนะนำ ในศูนย์อาหาร(ฟู้ดคอร์ท)37 แห่ง โดยกำหนดให้ทุกร้านมี 1 เมนูแนะนำจำหน่ายจานละ 35 บาทอีกด้วยส่วนกำลังซื้อของประชาชนในขณะนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีประชาชนมีการจับจ่ายเพิ่มมากขึ้นทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสที่ดีในระยะยาวอีกทั้งยังมีการออกโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นกำลังซื้ออย่างต่อเนื่องอีกด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์เดินหน้าจัดงานธงฟ้า -

หอการค้าแนะรัฐจัดระเบียบนายหน้าหาแรงงาน
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าไทยและประธานคณะกรรมการแรงงานและทรัพยากรมนุษย์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่า ต้องการให้ภาครัฐเร่งจัดระเบียบบริษัทตัวแทนจัดหาแรงงานต่างด้าว(โบรกเกอร์) มาทำงานในภาคอุตสาหกรรมของไทย เนื่องจากปัจจุบันมีโบรกเกอร์ผีจำนวนมากได้สร้างความเดือดร้อนแก่โรงงานและแรงงานต่างด้าวด้วยการแอบอ้างรายชื่อโรงงานขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงว่าต้องการรับสมัครงานหลายอัตราเพื่อหลอกแรงงานต่างด้าวเข้ามาสมัครกับทางบริษัทจัดหางาน เพราะหากมีคนมาสมัครงานเยอะก็จะทำให้ได้ค่านายหน้าและค่าธรรมเนียมต่างๆมากในกรณีที่สามารถส่งแรงงานให้กับโรงงานในไทย“ตอนนี้หลายๆบริษัทเพิ่งรู้ว่าถูกโบรกเกอร์ผีทั้งที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้านและบริษัทคนไทยอ้างชื่อเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือแก่แรงงานต่างด้าวเข้ามาสมัครงานเมื่อมาถึงเมืองไทยทางโบรกเกอร์อ้างว่าบริษัทที่อ้างมีคนเต็มแล้ว สุดท้ายก็นำแรงงานต่างด้าวไปจัดสรรให้กับบริษัทอื่นๆซึ่งบางครั้งแรงงานดังกล่าวไม่อยากไปทำงานก็ตามแต่เมื่อมาถึงเมืองไทยก็จำเป็นต้องทำ”สำหรับแนวทางแก้ปัญหานั้นทางหอฯต้องการให้โบรกเกอร์เข้ามาจดทะเบียบให้ถูกต้องตามกฎหมายทั้งที่อยู่ในไทยและประเทศเพื่อนบ้านพร้อมทั้งมีการกำหนดขั้นตอน อัตราค่าธรรมเนียมต่างๆอย่างชัดเจนและมีความเป็นธรรมทั้ง 2 ประเทศขณะเดียวกันก็ต้องจัดระเบียบให้โบรกเกอร์จัดหาแรงงานเฉพาะด้าน เช่นแรงงานกลุ่มเครื่องนุ่งห่ม, เกษตรแปรรูป, ประมง, อาหารทะเล เป็นต้นเพราะที่ผ่านมามีการจัดหาแรงงานเหมารวมกันหมดเมื่อส่งไปยังโรงงานกลับพบว่าแรงงานไม่มีความถนัดในงานดังกล่าวจนส่งผลให้เกิดการหนีงานและย้ายงานบ่อยมาก“ทราบว่าแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายในไทยมีจำนวนมากเช่น พม่า มีประมาณ 2 ล้านคน และเวียดนาม 50,000 คน ส่วนแรงงานกัมพูชา มี 300,000คนส่วนใหญ่ผิดกฎหมาย และ ลาว 100,000 คน ส่วนใหญ่ถูกฎหมาย เป็นต้น”นายพจน์กล่าวว่าในปลายเดือน ก.ค.นี้ทางหน่วยงานราชการไทยและเอกชนไทยจะเดินทางไปพบกับสมาพันธ์อาหารทะเลของสหรัฐเพื่อชี้แจงและยืนยันว่าไทยไม่ได้มีการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับเพื่อเป็นการประกอบให้กระทรวงแรงงานสหรัฐฯได้ทบทวนถอดถอนสินค้าไทยออกจากบัญชีรายชื่อสินค้าที่มีการใช้แรงงานเด็กบังคับหรือแรงงานเด็กขัดหนี้ ซึ่งมี 5 รายการสินค้าคือ กุ้ง, ปลา, เครื่องนุ่งห่ม, อ้อยฯ และ สื่อลามกเบื้องต้นมั่นใจว่าแนวโน้มอ้อยฯจะถูกถอดถอนจากการขึ้นบัญชีดังกล่าวที่จะมีการประกาศในเดือนก.ย. นี้แน่นอน“ตอนนี้กำลังตรวจสอบถึงผู้นำเข้าอาหารรายใหญ่ของสหรัฐและยุโรปที่จะมีการเดินทางมาประชุมในไทยในปลายเดือนก.ค. นี้ ว่าเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานใดซึ่งไทยควรจะใช้โอกาสนี้ในการเป็นเจ้าภาพเพื่อชี้แจงและมีการจัดทัวร์บริษัทนำเข้ารายใหญ่เข้ามาดูแหล่งผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่ถูกจับตาเพื่อให้เห็นว่าไทยไม่ได้มีการใช้แรงงานบังคับ”นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ในวันที่ 7 ก.ค. นี้หอฯจะนำข้อเสนอในการแก้ปัญหาแรงงานทั้งระบบต่อที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ก่อนที่จะนำผลความเห็นชอบของ กกร. เข้าที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่จะประชุมครั้งแรกในวันที่ 16 ก.ค. 57 พิจารณาเห็นชอบ เพื่อนำไปใช้ในการแก้ปัญหาแรงงานทั้งระบบของบไทยต่อไปทั้งในส่วนของแรงงานไทย แรงงานต่างด้าวและแรงงานประมง “ มั่นใจในความร่วมมือภาครัฐและเอกชนทั้งระบบจะทำให้ไทยหลุดจากบัญชีการค้ามนุษย์ของสหรัฐจากเทียร์ 3 ไปอยู่ในระดับที่ดีขึ้นในเทียร์ 2 และหากมีการดำเนินการอย่างยั่งยืนเชื่อว่าไทยก็จะปรับขึ้นไปอยู่ใน เทียร์ 1 ต่อไปในอนาคต”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หอการค้าแนะรัฐจัดระเบียบนายหน้าหาแรงงาน