นาทีนี้อย่าได้มองข้าม หรือร้องยี้ใส่สมาร์ทโฟนแบรนด์จีน เป็นอันขาด วันก่อนไปเจอเพื่อนสาว ซึ่งเป็นอดีตนางแบบและแอร์โฮสเตส โทรศัพท์ที่เธอใช้คู่กายคือ ออปโป้ ไฟน์ 5 เธอบอกว่า มันดีมาก ทั้งเรื่องความไว จอและกล้องถ่ายรูป ผู้เขียนเลยหยิบรุ่นใหม่ล่าสุด ไฟน์ 7 ให้เธอดู ถึงกับร้องว้าว ขอยืมมาเทียบกันทันที ออปโป้ ไฟน์ 7 (OPPO Fine 7) จอ 5.5 นิ้ว ไอพีเอส พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น ไฟน์ 5 โดยในไฟน์ 7 ออปโป้ได้ร่วมมือกับเจดีไอ ผู้ผลิตจอภาพระดับโลก เพิ่มความชัดของจอ ผ่านเทคโนโลยีเคลือบเม็ดสี และปรับสมดุลของจอและสีให้เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น พูดง่ายก็คือ ความละเอียด 350 -sqm ของไอแม็กซ์ ถูกย่อมาอยู่ในจอขนาด 5.5 นิ้วของออปโป้ พิสูจน์แล้ว ภาพคมชัดและดูสบายตามากขึ้นกว่าเดิม เหมือนดูบนจอทีวีรุ่นใหม่ราคาแพง หน่วยประมวลผล ควอดคอร์ สแนปดรากอน ของควอลคอมม์ 2.5 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งเด่นที่การประมวลผลกราฟิกและประหยัดพลังงาน แรม 3 กิกะไบต์ รอม 32 กิกะไบต์ เพิ่มได้อีกผ่านไมโครเอสดีการ์ดได้ถึง 128 กิกะไบต์ ใช้งานจริง ๆ ใส่การ์ดแค่ 64 กิกะไบต์ ก็เหลือเฟือแล้ว รองรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.3 และคัลเลอร์โอเอส ออปโป้ ไฟน์ 7 บรรจุมาในกล่องสีดำ เรียบหรู สวยงาม ตัวเครื่องสีดำสนิท แถบเส้นสีเงินรอบตัวเครื่อง ทำให้โทรศัพท์ดูดี ขอบด้านล่างมีไฟเตือนสถานะ สีฟ้า ซ่อนอยู่ จากคู่มือระบุว่า สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ตัวเฟรมใช้วัสดุเกรดเดียวกับเครื่องบินอวกาศ เป็นไทเทเนียม อะลูมิเนียมอัลลอย ทำให้เบาและระบายความร้อนได้ดีกว่าแมกนีเซียมอัลลอย กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล เทคโนโลยีเพียว อิมเมจ ซึ่งจะเลือกส่วนที่ดีที่สุดของภาพถ่ายแล้วมารวมกัน จะได้ภาพที่มีความละเอียดถึง 50 ล้านพิกเซล เหมาะสำหรับเอาไปพรินต์หรือพิมพ์ภาพขนาดใหญ่ เท่าที่สัมผัสกล้องหน้าของสมาร์ทโฟนมาแทบจะทุกแบรนด์ ทุกรุ่น ก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่า กล้องหน้าของออปโป้ ถ่ายตัวเองหรือเซลฟี่ได้สวย ไม่หลอกตา หน้าเนียนใสแบ๊วได้ดั่งใจ ถ้าไม่ชอบเซตหรือตั้งค่าให้ยุ่งยาก แนะนำว่า เลือกโหมดออโต้ไว้เลย ยกเว้นอยากถ่ายรูปแนวสปอร์ตหรือเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ก็เลือกฟังก์ชันกีฬาหรือสปอร์ต โฟกัสเร็วทันใจ ที่สำคัญ บันทึกภาพวิดีโอ รองรับความละเอียดระดับ 4เค จุดเด่นถัดมาคือ อุปกรณ์ชาร์จที่มีมาในกล่อง อะแดปเตอร์จะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ เพราะเป็นเทคโนโลยีชาร์จแบบ VOCC ซึ่งใช้ควบคู่กับแบตไฟน์ 7 ขนาด 3000 มิลลิแอมป์ ชาร์จเร็วกว่าการชาร์จแบตทั่วไปถึง 4 เท่า เท่าที่ลองก็เร็วจริง ๆ ชาร์จเต็ม ภายในเวลาประมาณ 30-40 นาที ถ้าเวลาน้อย ชาร์จ 5 นาที คุยได้อีก 2 ชั่วโมง ถ้าเอาสายชาร์จไฟน์ 7 ไปใช้กับรุ่นอื่นก็จะใช้เวลาชาร์จปกติ สุดท้าย ถ้าซื้อมาใช้ ห้ามไปงัดฝาหลัง โดยที่ไม่อ่านคู่มือให้ละเอียด ไม่งั้นอาจเสียใจเพราะโทรศัพท์อาจมีรอยมลทิน ให้สังเกตจุดเล็ก ๆ ขนาดเท่ารูเข็มที่ขอบขวาด้านล่าง เอาเข็มอะไรก็ได้จิ้มลงไป ฝาหลังจะเผยอออกมานิดนึง แล้วค่อย ๆ ง้างออก ช่องใส่ซิมการ์ดและไมโครเอสดีการ์ด อยู่ด้านใน ไฟน์ 7 เป็นอีกความพยายามของออปโป้ มือถือจากจีนที่เน้นเอาคุณภาพและนวัต กรรมเข้ามาสู้กับคู่แข่ง และทำได้ดีวันดีคืน แต่นอกจากความเก่งกาจของตัวเครื่องแล้ว สิ่งที่ออปโป้ ต้องทำควบคู่กันไป คือบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ ช่วงกลางปี ของใหม่ทยอยเข้าตลาดเพียบ ถ้าใจอ่อน ตัวเบาแน่. ปรารถนา ฉายประเสริฐ prathana.chai@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ออปโป้ ไฟน์ 7 ชาร์จเร็วทันใจ กล้อง 50 ล้าน – ฉลาดใช้
เดือน: กรกฎาคม 2014
-

ออปโป้ ไฟน์ 7 ชาร์จเร็วทันใจ กล้อง 50 ล้าน – ฉลาดใช้
-

ประกาศแนะนำราคาปุ๋ย-ยาฆ่าหญ้าใหม่
นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯได้ออกประกาศราคาแนะนำปุ๋ยแล้วโดยมีราคาลดลงเฉลี่ย40-50บาทต่อถุง เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรตามมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าว (นบข.)ที่ให้มีมาตรการลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร ซึ่งการลดราคาปุ๋ยและสารเคมีปราบศัตรูพืช เป็นหนึ่งในมาตรการลดต้นทุนดังกล่าว โดยในวันที่ 5 ก.ค.นี้จะลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์การขายและการผลิตว่าผู้ประกอบการจะให้ความร่วมมืออย่างไรส่วนการออกประกาศราคาแนะนำขายสำหรับสารเคมีปราบศัตรูพืชนั้นคาดว่าจะออกได้ภายในสัปดาห์นี้“กรมฯได้มีการประกาศราคาแนะนำปุ๋ย และยาปราบศัตรูพืชตามแนวทางการช่วยลดต้นทุนการผลิต เบื้องต้นได้ขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการในการลดราคาปุ๋ยนาลงกระสอบละ 40-50 บาท และให้ผู้ประกอบการมีการติดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจนหากพบว่าผู้ค้าปุ๋ยไม่ให้ความร่วมมือก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปฐานทำให้เกิดราคาปั่นป่วน มีโทษจำคุก 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท” นายเปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย กล่าวว่า สมาคมฯมีสมาชิกเป็นผู้ผลิตและผู้ค้าปุ๋ยทั่งประเทศคิดเป็นสัดส่วน 70% พร้อมให้ความร่วมมือจำหน่ายปุ๋ยในราคาแนะนำที่กรมการค้าภายในแม้จะได้รับผลกระทบทางธุรกิจบ้างก็ตามและเห็นว่าควรออกประกาศล่วงหน้าสักระยะก่อนเพื่อให้ผู้ค้ามีเวลาปรับตัวอย่างไรก็ตามการลดราคาที่เกิดขึ้นเป็นไปตามต้นทุนเดิมที่ผู้ประกอบการได้นำเข้าวัตถุดิบซึ่งมีสัดส่วนในการผลิตถึง96% มาก่อนหน้านี้ แต่หากต้องนำเข้าวัตถุดิบเพิ่มอาจต้องเผชิญปัญหาต้นทุนเพิ่มขึ้นเพราะแนวโน้มวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้นตามทิศทางราคาพลังงานของโลกโดยราคาน้ำมันขณะนี้มีปัจจัยเสี่ยงจากเหตุการณ์ในอิรักส่วนราคาก๊าซธรรมชาติมีความเสี่ยงจากเหตุการณ์ในประเทศยูเครนนอกจากนี้ยังมีปัจจัยความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีเพิ่มโดยเฉพาะอินเดียที่มีแนวโน้มสภาพอากาศดีทำให้ต้องเร่งเพาะปลูกเพื่อผลิตสินค้าเกษตรต่อไปผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุม นบข. ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมานั้นที่ประชุมได้ออกมาตรการลดต้นทุนการผลิตให้ชายนาด้วยการลดปัจจัยการผลิตและบริการไร่ละ432บาท แบ่งเป็นลดราคาปุ๋ยเคมีกระสอบละ40บาทลดราคาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชไร่ละ20บาท ลดราคาเมล็ดพันธุ์ไร่ละ122บาทลดราคาค่าบริการรถเกี่ยวข้าวไร่ละ50บาท และค่าเช่านาไร่ละ200บาทซึ่งจะทำให้ต้นทุนการผลิตของชาวนาอยู่ที่ไร่ละ 4,358 บาท จากเดิม 4,787 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ประกาศแนะนำราคาปุ๋ย-ยาฆ่าหญ้าใหม่ -

ต่างชาติแห่ซื้อที่ดินนิคมฯลงทุน
นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่และกรรมการบริหาร บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน เปิดเผยว่า การลงทุนจากต่างประเทศ เริ่มมีสัญญาณกลับเข้ามาประเทศไทยชัดเจนมากขึ้น ทั้งจากกลุ่มทุนยุโรป อเมริกา จีน และญี่ปุ่น เนื่องจากสถานการณ์การเมืองคลี่คลาย ประกอบกับมีการจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ชุดใหม่ที่ได้มีการอนุมัติโครงการการลงทุนไปบ้างแล้ว และเชื่อว่า หลังจากนี้นักลงทุนจะเริ่มทยอยกลับเข้ามาติดต่อและเจรจา เพื่อซื้อที่ดินในนิคมฯอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ในส่วนของบริษัทอมตะ มีการเจรจา เพื่อซื้อที่ดินทั้งนิคมฯอมตะนคร และซิตี้ รวม 700-800 ไร่ โดยแบ่งเป็นกลุ่มทุนจากจีน ประมาณ 500 ไร่ โดยส่วนนี้ จะมีนักลงทุนรายใหญ่ของจีนที่ต้องการซื้อพื้นที่ จำนวน 120 ไร่ ส่วนที่เหลือประมาณ 100-200 ไร่ จะเป็นของกลุ่มทุนจากยุโรป อเมริกา และ ญี่ปุ่น โดยอุตสาหกรรมที่เข้ามา จะอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ 60-70 % เพราะมองว่าไทยมีข้อได้เปรียบในเรื่องฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญติดอันดับ1ใน10 ของโลก รวมทั้งยังมีความน่าสนใจในเรื่องของตลาดการลงทุนที่จะมีอัตราการเติบโตในอนาคต “เป็นที่น่าสังเกตว่า การที่ยุโรปตัดสินใจมาลงทุนในไทยครั้งนี้ เนื่องจากไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ ประกอบกับตลาดมีโอกาสเติบโตอีกมาก จากการที่ไทยจะก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)ในปี 58 ทำให้ไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์การลงทุนที่น่าสนใจในสายตาของนักลงทุนทั่วโลก แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์ในประเทศยังมีปัญหาทางการเมืองที่ยังขาดเสถียรภาพ แต่ด้วยเหตุที่นักลงทุนในยุโรป และอเมริกามีความเข้าใจในสถานการณ์ของแต่ละประเทศดี สามารถแยกออกระหว่างปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจได้” สำหรับเป้าหมายยอดขายพื้นที่ดินในปีนี้ ยังไม่สามารถกำหนดได้ขณะนี้ เนื่องจากต้องรอข้อสรุปในทิศทางต่างๆ โดยเฉพาะการกำหนดแผนของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่และโรดแม็ปที่จะออกมาเพื่อเดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจะเป็นตัวแปรที่สำคัญในการประเมินทิศทางการลงทุน และการตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาในระยะต่อไปอีกด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ต่างชาติแห่ซื้อที่ดินนิคมฯลงทุน