เดือน: กรกฎาคม 2014

  • ไมโครซอฟท์ฯ เปิดตัว“โนเกีย ลูเมีย 930” ในไทย

    ไมโครซอฟท์ฯ เปิดตัว“โนเกีย ลูเมีย 930” ในไทย

    วันนี้(1ก.ค.) ที่อาคารสาทร สแควร์ ไมโครซอฟท์ ดีไวซ์ ประเทศไทย จัดงานเปิดตัว โนเกียลูเมีย 930 สมาร์ทโฟน ระบบปฎิบัติการวินโดวส์ โฟน 8.1 โดย นายญาณธน สิมะวานิชกุล กรรมการผู้จัดการ ไมโครซอฟท์ ดีไวซ์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า โนเกียลูเมีย 930 ถือเป็นไมโครซอฟท์ ดีไวซ์ ตัวแรกที่เปิดตัวในประเทศไทยและถือเป็นรุ่นเรือธงที่จะใช้ทำตลาดในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยมีจุดเด่นที่กล้องหลังความละเอียด 20 ล้านพิกเซล พร้อมระบบลดการสั่นไหวของภาพ OIS และเลนส์ ZEISS บันทึกภาพวิดีโอได้คมชัดระดับเอชดี พร้อมไมโครโฟนคุณภาพสูง 4 ตัว ช่วยในการบันทึกเสียง หน้าจอ ฟูลเอชดี 5 นิ้ว มีสีขาว ดำ เขียวสดและสีส้มสด ให้เลือก ราคา 19,890 บาท จะเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 9 ก.ค.นี้ “ปัจจุบันโนเกียลูเมีย มีส่วนแบ่งทางการตลาดสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ได้นำผลิตภัณฑ์รุ่นต่างๆออกสู่ตลาด โดยครึ่งหลังของปีนี้มีแผนจะออกสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ทั้งในระบบปฎิบัติการวินโดวส์ โฟนและแพล็ตฟอร์มเอ็กซ์ โดยเน้นในเรื่องนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อแข่งขันกับคู่แข่งที่คาดว่าจะออกสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่สู่ตลาดจำนวนมากเช่นกันในครึ่งปีหลังโดยมั่นใจว่าเมื่อถึงสิ้นปีนี้จะมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า10%สำหรับตลาดโทรศัพท์มือถือในครึ่งปีหลังคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น หลังจากครึ่งปีแรกได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่สงบโ ดยสัดส่วนของตลาดสมาร์ทโฟนในปัจจุบันแบ่งเป็นระบบปฎิบัติการณ์แอนดรอยด์ 65% ไอโอเอส 25% และวินโดวส์ โฟน 10%” สำหรับในในส่วนของวินโดวส์สโตร์ในปัจจุบันมีแอพพลิเคชั่นสำหรับวินโดวส์ โฟน และวินโดวส์ 8 ให้ดาวน์โหลดมากกว่า 4 แสนแอพพลิเคชั่น ถือว่าเป็นแพล็ตฟอร์มที่เติบโตเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามการที่โนเกียเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของไมโครซอฟท์นั้น ในประเทศไทยการบริหารงานยังไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนขณะที่ในต่างประเทศเข้าใจว่าทางผู้บริหารคงอยู่ในช่วงวางแผนนโยบายในเรื่องต่างๆ ก็เชื่อว่าไมโครซอฟต์จะให้ความสำคัญในเรื่องงบลงทุนและการวิจัยมากขึ้นซึ่งจะส่งผลดีให้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกสู่ตลาดมากยิ่งขึ้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไมโครซอฟท์ฯ เปิดตัว“โนเกีย ลูเมีย 930” ในไทย

  • นักช้อปหน้าซีด!! หิ้วของจากต่างประเทศมาต้องเสียภาษี

    นักช้อปหน้าซีด!! หิ้วของจากต่างประเทศมาต้องเสียภาษี

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ก..ค. กรมศุลกากรได้ทำป้ายประกาศ เกี่ยวกับผู้โดยสารและลูกเรือที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ระบุว่า ของใช้ส่วนตัว หมายถึง ของที่นำมาใช้กับร่างกาย เช่น เสื้อผ้า, รองเท้า, ถุงเท้า, กระเป๋า โดยมีลักษณะไม่เกินกว่าการใช้เอง มีราคารวมกันไม่เกินกว่า 10,000 บาท ซึ่งต้องไม่มีลักษณะทางการค้า หากของใช้ส่วนตัวนำเข้ามาเกินกว่าการใช้เอง ต้องชำระภาษี และแจ้งเจ้าหน้าที่ศุลกากรก่อนการตรวจด้วยเครื่องเอ็กซ์เรย์ มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายศุลกากร โดยเสบียง อาหาร อาหารเสริม และเครื่องสำอาง ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี และต้องมีใบอนุญาตนำเข้า ส่วนบุหรี่ ยาสูบ ได้รับการยกเว้นเพียง 200 มวน, สุรา ไวน์ ได้รับการยกเว้นเพียง 1 ลิตรนอกจากนี้ ยังมีข้อควรทราบ ประกอบด้วย ของฝากญาติ ของได้รับบริจาคมา ของสะสม ของมือสอง ของฝากเจ้านาย ของเอามาใช้เอง กล่องเปล่านาฬิกา หรือกระเป๋าแบรนด์เนม ไม่ถือว่าเป็นของใช้ส่วนตัว ผู้โดยสารและลูกเรือต้องชำระภาษี โดยต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ศุลกากรก่อนการตรวจด้วยเครื่องเอ็กซ์เรย์ มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายศุลกากร ของมีราคา เช่น กระเป๋า นาฬิกา แบรนด์เนม หากมีราคาเกิน 10,000 บาท ต้องชำระภาษีนายยุทธนา หยิมการุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร กล่าวถึงกรณีของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ได้เรียกให้ผู้โดยสารและลูกเรือที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย สำแดงสินค้าและมีการจ่ายภาษีนั้น ยืนยันว่า กรมศุลกากรได้ขึ้นป้ายรายละเอียดชัดเจนที่สนามบินทุกแห่ง โดยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งส่วนใหญ่จะดูจากกระเป๋าเดินทางของนักท่องเที่ยวว่านำเข้ามาในประเทศ เช่น บางรายนำกระเป๋าเดินทางเข้ามาหลายใบ เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบว่าสิ่งของที่นำเข้ามานั้นเกินความจำเป็นหรือไม่ หากเป็นสิ่งของที่ใช้เป็นการส่วนตัว ก็สามารถนำเข้าได้ตามปกติ แต่หากนำเข้ามาขาย หรือทำการค้า โดยใช้วิธีการซุกซ่อน ก็ต้องเสียภาษีตามระเบียบที่กำหนดไว้ทั้งนี้ กรมได้เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี โดยเข้มงวดการนำสินค้าที่ไม่ได้นำมาใช้ส่วนตัวของผู้โดยสารและลูกเรือที่เดินทางเข้ามาในประเทศ เพราะหากไม่ใช่สินค้าส่วนตัว แต่นำมาเพื่อการค้ามีภาระภาษีต้องเสีย หากผู้นำเข้าไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรทราบก็จะมีความผิด“การตรวจของเจ้าหน้าที่ศุลกากรจะใช้ดุลพินิจ เพื่อไม่ให้ผู้เดินทางเข้าประเทศได้รับความเดือดร้อน หรือไม่สะดวก เช่น กระเป้าแบรนด์เนม หากมีราคาเป็นแสน หรือ เป็นล้านบาท แต่เป็นการซื้อมาใช้ส่วนตัว ก็ถือว่าไม่ต้องเสียภาษี แต่ไม่ใช่นำเข้ามาหลายใบ เช่น นำเข้ามาทีเดียว 3-4 ใบ ซึ่งมีเจตนาว่าจะเข้ามาเพื่อการพาณิชย์มากกว่าใช้ส่วนตัว กรณีอย่างนี้ก็ต้องเสียภาษีให้ถูกต้อง”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นักช้อปหน้าซีด!! หิ้วของจากต่างประเทศมาต้องเสียภาษี

  • เตรียมเปิดราคาปุ๋ยแนะนำ

    เตรียมเปิดราคาปุ๋ยแนะนำ

    นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว(นบข.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา หัวหน้าคสช.เป็นประธาน ว่า ได้เสนอมาตรการลดต้นทุนการปลูกข้าวฤดูกาลใหม่ ปี 57/58 ให้หัวหน้า คสช. เห็นชอบ หลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปมาตรการลดต้นทุนการผลิต โดยลดปัจจัยการผลิตและบริการไร่ละ 432 บาทในจำนวนนี้แบ่งเป็นปุ๋ยเคมีกระสอบละ 40 บาทต่อกระสอบ ,สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช20 บาทต่อไร่ ,เมล็ดพันธุ์ 122 บาทต่อไร่ ,ค่าบริการรถเกี่ยวข้าว 50 บาทต่อไร่ และค่าเช่านา200 บาทต่อไร่  โดยกรมการค้าภายในจะประกาศราคาแนะนำปุ๋ยในสัปดาห์นี้เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการค้าปุ๋ยและยายินดีให้ความร่วมมือในการลดราคาปัจจัยการผลิตทำให้ต้นทุนของชาวนาลดลงจากเดิมที่ไร่ละ 4,787 บาทต่อไร่มาอยู่ที่ 4,358 ต่อไร่  ขณะที่การระบายข้าวได้เสนอให้กำหนดยุทธศาสตร์การระบายข้าว โดยการระบายข้าวทุกครั้งจะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการระบายข้าวก่อนนอกจากนี้ยังตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง และคณะอนุกรรมการระบายข้าวผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าหรือเอเฟท  ด้วยเพื่อกลั่นกรองอีกชั้น โดยเร็ว ๆ นี้จะเริ่มระบายข้าวในทุกช่องทาง ยกเว้นการระบายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)ที่ชะลอออกไปก่อนยกเว้นสัญญาเก่าที่ทำกับคอฟโก้ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของประเทศจีน กระทรวงพาณิชย์เตรียมประกาศราคาแนะนำปุ๋ยลดราคาสัปดาห์นี้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เตรียมเปิดราคาปุ๋ยแนะนำ