เดือน: กรกฎาคม 2014

  • แอลจีวางจำหน่ายสมาร์ทโฟน จี 3

    แอลจีวางจำหน่ายสมาร์ทโฟน จี 3

    บริษัทแอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศวางจำหน่ายสมาร์ทโฟน แอลจี จี 3  ราคา 20,990 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)  มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำเมทัลลิก  สีขาวและสีทอง  สมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวเป็นการออกแบบที่รวมเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ฟีเจอร์ใหม่ที่มีใน จี 3 คือ   SmartKeyboard   ที่เรียนรู้จากผู้ใช้ช่วยให้พิมพ์ได้เร็วขึ้นและลดการพิมพ์ผิดได้มากถึง 75 เปอร์เซ็นต์  และ Smart Security เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวเช่น Knock CodeTM ฟีเจอร์พิเศษให้ผู้ใช้สร้างรหัสส่วนตัวเพื่อปลดล็อคหน้าจอ หน้าจอควอด เอชดี   ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดถึง 538ppiมากกว่าหน้าจอ HD ถึง 4 เท่า กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพSelfie โดยไม่ต้องพึ่งแอพพลิเคชั่น  แบตเตอรี่ 3,000 มิลลิแอมป์รายละเอียด www.lg.com/th และ www.facebook.com/thailandlifesgood  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แอลจีวางจำหน่ายสมาร์ทโฟน จี 3

  • เล็งห้าม “วินเนอร์-การศึกษาก้าวไกล” เข้าโครงการคูปองกล่องดิจิตอล

    เล็งห้าม “วินเนอร์-การศึกษาก้าวไกล” เข้าโครงการคูปองกล่องดิจิตอล

    วันนี้ (1 ก.ค.) ที่ อาคารเอ็กซิม พหลโยธิน นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) กล่าวว่า เตรียมเสนอให้บอร์ดกสท. พิจารณา แบล็กลิสต์ บริษัท วินเนอร์ ดิจิตอล จำกัด และ บริษัทการศึกษาก้าวไกล จำกัด ผู้จำหน่ายกล่องทีวีดิจิตอลไม่ให้เข้าร่วมโครงการใช้สิทธิ์คูปองทีวีและกล่อง ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนารมแห่งชาติ (กสทช.)ทั้งนี้ เนื่องจากทั้ง 2บริษัท ได้แจกใบปลิวให้กับประชาชนกว่า 3 แสนรายในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนนำสำเนาบัตรประชาชน หรือ ทะเบียนบ้านมาจองสิทธิ์ใช้คูปองนำมาแลกรับกล่องรับสัญญาณของ บริษัท แฟมิรี่ คอร์ปอเรชั่นจำกัด ผู้ผลิตกล่องรับสัญญาณได้ ทั้งๆ ที่ กสท. ยังไม่ได้อนุมัติให้ผู้ประกอบการรายใดเข้าร่วมโครงการคูปองทีวีดิจิตอลเลยนอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการดูแลของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ด้วย การกระทำดังกล่าวจึงถือว่าผิดเงื่อนไข“วินเนอร์ ดิจิตอล เป็นผู้ทำการตลาดกล่องรับสัญญาณ โดยมี บริษัทแฟมิลี่ คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้ผลิตกล่องดังกล่าว โดย แฟมิลี่ คอร์ปอเรชั่นเป็นบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสท. ซึ่งทางแฟมิลี่ฯ ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของวินเนอร์แต่อย่างใด และทุกรายยืนยันว่าไม่ได้นำชื่อของ กสทช.ไปแอบอ้างในการทำการตลาดแต่อย่างใดทั้งนี้ ตนได้ให้ทั้ง 2 บริษัทกลับไปทำแผนเยียวยาเพื่อให้ประชาชนที่ได้รับใบปลิวรับทราบถึงข้อเท็จจริงทั้งหมดส่งกลับมาภายในสัปดาห์นี้เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันให้กับประชาชน” น.ส.สุภิญญา กล่าว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งห้าม “วินเนอร์-การศึกษาก้าวไกล” เข้าโครงการคูปองกล่องดิจิตอล

  • เอกชนลุยตั้งสภาเอสเอ็มอี

    เอกชนลุยตั้งสภาเอสเอ็มอี

    นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (เอทีเอสเอ็มอี) เปิดเผยว่า วันที่ 2 ก.ค. จะนำตัวแทนเอสเอ็มอีทั้ง 5 ภาคได้แก่ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ใต้ กลาง และตะวันออก เข้าประชุมร่วมกับนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงผู้บริหารกระทรวงฯ เพื่อเดินหน้าจัดตั้งสภาเอสเอ็มอี หลังจากที่ได้ประชุมร่วมกัน ร่วมกับหน่วยงานมาแล้ว 3 ครั้งสำหรับความคืบหน้าการตั้งสภาเอสเอ็มอี ขณะนี้ ได้ร่างโครงสร้างกรอบการทำงานรวมถึงกฎหมายรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเบื้องต้น โครงสร้างจะไม่ต่างจากสภาอื่น ๆ เช่นสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หรือ สภาหอการค้าไทย ที่จะมีประธาน มีรองประธานดูแลด้านต่าง ๆ รวมถึงมีสภาเอสเอ็มอี กระจายตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ จะนำเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อไป และถ้ามีความเป็นไปได้ ต้องการตั้งกระทรวงเอสเอ็มอี ขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะส่วนกรณีสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่า เป็นการตั้งหน่วยงานซ้ำซ้อนนั้น ประเด็นนี้ ตนไม่ต้องการตอบโต้ เพราะคิดว่า ส.อ.ท. ยังไม่เข้าใจในรายละเอียด เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีกว่า 2.7 ล้านราย แต่เป็นสมาชิกของ ส.อ.ท. หรือสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ไม่ถึงแสนราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในระดับกลาง เพราะมีข้อจำกัดในเรื่องต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) ที่เหลืออีกกว่า 2 ล้านราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก จึงไม่เวทีในการแสดงความคิดเห็น หรือสะท้อนปัญหาที่แท้จริง“การที่มีคสช. ถือเป็นโอกาสดี ที่จะผลักดันให้มีการปฏิรูปดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างแท้จริง โดยการตั้งสภาเอสเอ็มอี จากที่เราเคยผลักดันมาตั้งแต่ 2 ปีก่อนหน้านี้ แต่ก็มีปัญหามาตลอด โดยเฉพาะในช่วงที่มีรัฐบาลปกติที่การตั้งสภาต่างๆ ต้องมีกฎหมายรองรับต้องผ่านขั้นตอนทางสภาฯ รวมถึงมีปัญหาการเมือง แต่ตอนนี้คาดว่า คสช. ซึ่งให้ความสำคัญกับเอสเอ็มอีและการสร้างงานของประเทศจะผลักดันเรื่องนี้ให้ออกมาได้เร็ว”อย่างไรก็ตามอยากให้ดูตัวอย่างของมาเลเซีย ที่เดิมก็ไม่มีสภาเอสเอ็มอี ไม่มีหน่วยงานที่เหมือนสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) แต่เมื่อได้มาดูงาน สสว. ที่ประเทศไทย ต่อมาก็มีการตั้ง สภาเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับอีกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ทำให้เอสเอ็มอีของมาเลเซียเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา โดยหากไทยไม่แก้ปัญหาตรงนี้ จะทำให้เอสเอ็มอีอ่อนแอ และไม่สามารถแข่งขันกับเพื่อนบ้านได้ในช่วงที่กำลังจะเปิดเออีซี โดยเฉพาะกับประเทศอาเซียนที่มีระดับการพัฒนาใกล้เคียงกัน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนลุยตั้งสภาเอสเอ็มอี