เดือน: กรกฎาคม 2014

  • ล็อกซ์เล่ย์ยกเครื่องไอทีกรมธนารักษ์ต่อยอดจีไอเอสบริการประชาชน

    ล็อกซ์เล่ย์ยกเครื่องไอทีกรมธนารักษ์ต่อยอดจีไอเอสบริการประชาชน

    วันนี้ (24กรกฎาคม 2557) กรมธนารักษ์   ร่วมกับ บริษัทอีคาร์ทสตูดิโอ  ในเครือล๊อกซ์เล่ย์  เปิดตัว ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อการให้บริการกรมธนารักษ์หรือ SMART GIS TD : SMART APP FOR SMART SERVICE  เพื่อใช้ในการสำรวจวางแผนบริหารจัดการที่ราชพัสดุและการประเมินราคาทรัพย์สินแบบบูรณาการครบวงจร  โดยมีนายนริศ ชัยสูตร  อธิบดีกรมธนารักษ์  เป็นประธานในพิธีเปิดงาน นายวุฒิกร  มโนมัยวิบูลย์ กรรมการผู้จัดการบริษัทอีคาร์ทสตูดิโอ จำกัด ในเครือล๊อกซ์เล่ย์ เปิดเผยว่า บริษัทได้เข้าพัฒนาระบบให้กับกรมธนารักษ์ เมื่อประมาณ 2ปีที่ผ่านมา โดยโครงการแรกเป็นการพัฒนาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ หรือจีไอเอส เพื่อใช้ในการสำรวจวางแผนบริหารจัดการที่ราชพัสดุ และต่อยอดเป็นโครงการที่ 2 ในส่วนของการนำมาใช้งานด้านการประเมินราคาทรัพย์สิน  ซึ่งทั้งสองส่วนนี้เป็นการยกระดับงานด้านการสำรวจของกรมธนารักษ์ให้ก้าวมาสู่ระบบดิจิตอลแบบ100%    นายวุฒิกร   กล่าวว่าที่ผ่านมาแม้กรมธนารักษ์จะมีการใช้ระบบจีไอเอส ตั้งแต่ปี 2547แต่ยังไม่ได้มีการบูรณาการข้อมูลมาใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะในส่วนของสำรวจหน้างานยังคงใช้กระดาษในการบันทึก ซึ่งเสียเวลาในการนำข้อมูลมาลงคอมพิวเตอร์อีกครั้งและมีโอกาสผิดพลาดได้ง่าย ดังนั้นระบบที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้จะเปลี่ยนมาใช้การบันทึกผ่านแอพพลิเคชั่นบนไอแพดแทน ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลในสำนักงานได้ รวมถึงสามารถส่งข้อมูลได้ใหม่ได้แบบเรียลไทม์   มีความถูกต้องแม่นยำ  เพราะระบุด้วยพิกัดจีพีเอสบนแผนที่สามารถถ่ายภาพเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความถูกต้อง  ปัจจุบันมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจของกรมธนารักษ์และบริษัทเอกชนที่รับงานจากกรมธนารักษ์ทดสอบใช้งานระบบดังกล่าวแล้วกว่า1,000 ราย  ขณะเดียวกันระบบนี้ยังทำให้กรมธนารักษ์สามารถเปิดให้บริการแก่ส่วนราชการต่างๆและประชาชนทั่วไป ในการสืบค้นข้อมูลแผนที่และรายละเอียดที่ราชพัสดุผ่านเว็บไซด์  ตลอดจนสามารถสืบค้นข้อมูลราคาประเมินที่ดิน  แผนที่ภาพรวมราคาประเมิน ฯลฯ ผ่านเว็บไซต์ และแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนทั้งระบบไอโอเอสและแอนดรอยด์ได้อีกด้วย     

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ล็อกซ์เล่ย์ยกเครื่องไอทีกรมธนารักษ์ต่อยอดจีไอเอสบริการประชาชน

  • ศูนย์ราชการแจ้งฯยอมลดราคาอาหารจานด่วน

    ศูนย์ราชการแจ้งฯยอมลดราคาอาหารจานด่วน

    นางจินตนา ชัยยวรรณาการ อธิบดีกรมการค้าภายในเปิดเผยว่าตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้ความสำคัญในการดูแลค่าครองชีพประชาชน เพื่อคืนความสุขให้ประชาชนกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในจึงได้กำกับดูแลราคาจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จตามราคาแนะนำ จาน/ชามละ 25 – 35 บาทโดยขอความร่วมมือจากห้างค้าปลีกสมัยใหม่ที่มีศูนย์อาหารและมีสาขาจำนวนมากทั่วประเทศรายใหญ่ 3 รายได้แก่ห้างเทสโก้โลตัสห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นต์เตอร์ และท็อปซูเปอร์มาร์เก็ตในการลดราคาอาหารเมนูพิเศษในศูนย์อาหารจำนวน 10 รายการ โดยได้รับความร่วมมือด้วยดีมาแล้วนั้น นอกจากนี้กรมการค้าภายในยังได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการซึ่งเป็นผู้ดูแลศูนย์อาหารในส่วนราชการที่มีข้าราชการเจ้าหน้าที่ และประชาชนใช้บริการเป็นจำนวนมาก ได้แก่ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะและศูนย์อาหารกรมการกงสุล เพื่อขอความร่วมมือให้จำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จพื้นฐาน 10รายการทั้งนี้ผลจากการหารือศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และศูนย์อาหารกรมการกงสุล ยินดีให้ความร่วมมือดังกล่าวและเริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. 57โดยศูนย์อาหารในกรมการกงสุลและบริษัทธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดูแลศูนย์อาหารในศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะได้ปรับลดราคาจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จ 10 รายการ ได้แก่ ข้าวไข่เจียว ข้าวราดแกงข่าวไข่พะโล้ ข้าวขาหมู ข้าวกะเพราะ (หมู/ไก่)ข้าวผัด(หมู/ไก่) ก๋วยเตี๋ยว (หมู/ไก่) ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ้ว ขนมจีน(น้ำยา/แกงไก่)ในราคาแนะนำจาน/ชามละ 25 – 35 บาทและมีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจน“กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์ราคาอาหารปรุงสำเร็จอย่างใกล้ชิดและจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบอย่างต่อเนื่องหากประชาชนพบเห็นหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการสามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ตลอด 24 ขั่วโมงหรือที่สำนักงานการค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศ”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์ราชการแจ้งฯยอมลดราคาอาหารจานด่วน

  • หนุนค้าปลีกไทยเชื่อมโยงธุรกิจค้าชายแดน

    หนุนค้าปลีกไทยเชื่อมโยงธุรกิจค้าชายแดน

    นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดเผยภายหลังเป็นประธานมอบรางวัล“ร้านค้าปลีกพัฒนาดีเด่น และการออกแบบสัญลักษณ์โชวห่วย”ว่าปัจจุบันกรมฯได้ร่วมมือกับสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทยในการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจ ค้าส่งค้าปลีกไทยให้ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศรวมทั้งเขตการค้าชายแดน โดยเน้นเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจค้าส่งค้าปลีก และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในพื้นที่ให้เกิดการเกื้อกูลทางการค้าซึ่งกันและกันพร้อมเสริมสร้างองค์ความรู้เฉพาะทางที่จำเป็นในการประกอบธุรกิจรวมถึงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการร้านค้าอย่างเป็นระบบสามารถลดต้นทุน เพิ่มรายได้สร้างความเข้มแข็ง แข่งขันได้ และเติบโตอย่างยั่งยืน“การประกวดร้านค้าปลีกพัฒนาดีเด่น และการประกวดออกแบบสัญลักษณ์โชวห่วยเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการสร้างความเข้มแข็งธุรกิจค้าส่งค้าปลีกไทย ซึ่งกรมฯ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องมุ่งพัฒนาธุรกิจให้มีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสามารถปรับภาพลักษณ์ร้านค้าให้สวยงาม ทันสมัยเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างสูงสุดตลอดจนให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ โดยพัฒนาร้านค้าส่งให้เป็น“พี่เลี้ยง”คอยให้คำปรึกษาแนะนำ และ ช่วยพัฒนาร้านค้าปลีกเครือข่ายด้วยดังนั้นการมอบรางวัลร้านค้าปลีกพัฒนาดีเด่น จะเป็นการสร้างกำลังใจและแรงจูงใจให้ร้านค้าปลีกที่เข้าร่วมโครงการฯมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องสำหรับกิจกรรมครั้งนี้มีพิธีมอบรางวัลและเกียรติบัตรแก่ร้านค้าปลีกพัฒนาดีเด่นจำนวน20รายร้านค้าส่งพัฒนาเครือข่ายดีเด่น จำนวน 8 รายและมอบทุนการศึกษาพร้อมโล่รางวัลแก่ผู้ชนะการออกแบบสัญลักษณ์โชวห่วยระดับประเทศ1รายระดับภูมิภาค2ราย และระดับจังหวัด 9 รายรวมมูลค่าทุนการศึกษาและของรางวัลกว่า200,000บาท ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทยร้านค้าส่งค้าปลีกในพื้นที่ ผู้ผลิต ผู้แทนจำหน่ายได้แก่ บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด บริษัทสหพัฒนพิบูลจำกัด (มหาชน) และบริษัทโอสถสภาจำกัด ให้การสนับสนุนทุนการศึกษาและของรางวัลสำหรับทั้ง2กิจกรรมด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หนุนค้าปลีกไทยเชื่อมโยงธุรกิจค้าชายแดน