เดือน: กรกฎาคม 2014

  • ราคาทอง24ก.ค.57 ปรับครั้งที่2 รูปพรรณขาย20,000บาท

    ราคาทอง24ก.ค.57 ปรับครั้งที่2 รูปพรรณขาย20,000บาท

    วันที่ 24 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:45 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 2 โดยลดลงจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,000 บาท รับซื้อ 19,222.88 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,600 บาท รับซื้อ 19,500 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 2 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,000 บาท รับซื้อ 19,222.88 บาท ทองแท่งขาย 19,600 บาท รับซื้อ 19,500 บาท เวลา 09:45 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,050 บาท รับซื้อ 19,268.36 บาท ทองแท่งขาย 19,650 บาท รับซื้อ 19,550 บาท เวลา 09:31 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง24ก.ค.57 ปรับครั้งที่2 รูปพรรณขาย20,000บาท

  • เจ้าพ่อไอทีเอเชีย (1) – โลกาภิวัตน์

    เจ้าพ่อไอทีเอเชีย (1) – โลกาภิวัตน์

    แจ๊คหม่า ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทอาลีบาบาซึ่งเป็นบริษัทด้านการจำหน่ายสินค้าปลีกออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในจีน ซึ่งกำลังจะเข้าตลาดหุ้นนิวยอร์ก ประมาณกันว่าเป็นไอพีโอทีที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกา เป็นบุคคลที่มีประวัติน่าสนใจทีเดียว แจ๊คหม่า  เริ่มใช้อินเทอร์เน็ตครั้งแรกในปี ค.ศ.1995 หรือ 19 ปีที่แล้ว เขาพยายามค้นหาคำว่า “เบียร์” และ “จีน” ปรากฏว่าไม่มีผลลัพธ์จากการค้นหา จากตรงนี้ทำให้เขาริเริ่มสร้างเว็บไซต์พื้นฐานที่บริการแปลภาษาจีนกับเพื่อน ๆ หลังจากสร้างเสร็จเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงเขาก็ได้รับอีเมลจำนวนมากจากทั่วโลกเพื่อขอข้อมูล และตรงนี้เองก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ให้แจ๊คหม่า  รู้ว่าเว็บนั้นมีอิทธิพลเพียงใด และเขาก็ขับเคลื่อนการจัดตั้งกลุ่มอาลีบาบา ปัจจุบันอาลีบาบาเป็นการค้าปลีกออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน และปริมาณการค้าขายตามหลังแค่วอลมาร์ทแห่งสหรัฐอเมริกาซึ่งถือเป็นบริษัทค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แจ๊คหม่าได้ขึ้นกล่าวบนโพเดี้ยมต่อหน้ากลุ่มผู้ลงทุนนานาชาติ และได้รับเสียงตบมืออย่างสนั่นหวั่นไหว เมื่อเขากล่าวว่า “พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในสหรัฐอเมริกาเหมือนของหวาน แต่สำหรับจีนแล้วพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง อาหารมื้อใหญ่ แจ๊คหม่ากล่าวต่อหน้าในที่ประชุมเป็นภาษาอังกฤษ อย่างมีจังหวะจะโคน สุขุมนุ่มลึกและน่าเชื่อถือ” ขณะนี้แจ๊คหม่าก็ต้องเตรียมตัวโดยมีแผนที่จะทำ อาลีบาบาเข้าสู่ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ด้วยคาดว่าจำนวนหุ้นที่ขายได้จะมีมูลค่ามากกว่า เฟซบุ๊กเมื่อสองปีก่อนน่าจะอยู่ที่ในราคา 480,000 ล้านบาท ถ้าหากแจ๊คหม่าทำได้สำเร็จก็จะเป็นหุ้นเทคโนโลยีอันดับหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์อเมริกาโดยที่เขามีหุ้นในนั้น 8.9 เปอร์เซ็นต์ของบริษัท กรณีความสำเร็จของแจ๊คหม่าก็จะมีความโดดเด่น แตกต่างไปจากเศรษฐีเก่าไอทียักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา เช่น มาร์ค ซัคเคอร์เบอร์ก แห่งเฟซบุ๊ก สตีฟ จ๊อบส์ แห่งแอปเปิ้ล และบิล เกตส์ แห่งไมโครซอฟท์ ปัจจุบันแจ๊คหม่าอายุ 49 ปี ไม่มีความรู้พื้นฐานการคำนวณการเขียนโปรแกรมหรือเรื่องเทคโนโลยีเลย  ซึ่งไม่เหมือนกับผู้ประสบความสำเร็จทั้งหลายในสหรัฐอเมริกา แจ๊คหม่าเติบโตอยู่ในช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรมของจีน และอาชีพเริ่มแรกของเขาคือ ครูสอนภาษาอังกฤษ เนื่องจากแจ๊คหม่าไม่ใช่นักเทคโนโลยี บทบาทของเขาในบริษัทอาลีบาบาจึงเป็นนักกลยุทธ์มากกว่า เขาเป็นคนที่ปลุกเร้ากระตุ้นแรงบันดาลให้แก่ผู้ร่วมงาน เจ้าหน้าที่บริษัทได้อย่างมีความสามารถ และก็เป็นคู่แข่งที่ไม่ยอมลดละต่อคู่แข่งเช่นกัน ปัจจุบันอาลีบาบามีสองเว็บไซต์คือ ตลาดเตาเบา (Taobao) และทีมอลดอทคอม (Tmall.com) ซึ่งคิดเป็นจำนวนสินค้าที่จะต้องส่งของไปยังลูกค้าจำนวนถึง 60% ทั้งหมดในประเทศจีน “เขาจึงคือตัวแทนที่ทรงประสิทธิภาพของคนจำนวนนับล้านที่จะต้องใช้บริการอาลีบาบาสำหรับการดำรงชีพหรือซื้อข้าวของ” ดันแคน คล๊าก ซึ่งเป็นเพื่อนกับแจ๊คหม่าในช่วงปลายศตวรรษ 1990 ได้กล่าวไว้ และดันแคน คล๊ากปัจจุบันก็เป็นประธานผู้ถือหุ้นบริษัทบีดีเอแห่งจีน ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาในกรุงปักกิ่งประเทศจีน “และนั่นก็คือเหมือนเขตเลือกตั้งของเขา เขาเป็นนักการเมืองเล็ก ๆ คนหนึ่ง”  ความจริงหม่าไม่เคยเป็นนักโปรแกรมหรือนักเทคโนโลยีเลย แต่เขาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่เป็นนักยุทธศาสตร์มือฉมังทีเดียวแหละ. รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด boonmark@stammford.edu

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เจ้าพ่อไอทีเอเชีย (1) – โลกาภิวัตน์

  • เครื่องเตือนสิ่งกีดขวาง สำหรับผู้พิการทางสายตา – ฉลาดคิด

    เครื่องเตือนสิ่งกีดขวาง สำหรับผู้พิการทางสายตา – ฉลาดคิด

    เปรียบเสมือนดวงตาสำหรับผู้พิการทางสายตา  กับ “ไอโซนาร์” เครื่องบอกเตือนสิ่งกีดขวางสำหรับผู้พิการทางสายตา      ฝีมือการพัฒนาของ “อาจารย์สุรพล วรภัทราทร” จากสำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ  มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง  อาจารย์สุรพล บอกว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้พิการทางสายตากว่า 123,000 คน ขณะที่ทั่วโลกมีกว่า 37 ล้านคน ผู้พิการทางสายตาเหล่านี้ หากใช้ไม้เท้าช่วยในการเดินทาง มักประสบปัญหาเดินชนสิ่งกีดขวางที่อยู่สูงกว่าระดับเอวขึ้นไป เพราะไม้เท้าจะแกว่งหาสิ่งกีดขวางที่อยู่ข้างหน้า ตรวจสอบสิ่งกีดขวางได้แค่ระดับเท้าขึ้นไปถึงระดับเอวเท่านั้น  ไม่สามารถตรวจสอบสิ่งกีดขวางที่สูงกว่าระดับเอว เช่น ป้ายจราจร ขั้นบันไดใต้สะพานลอย หรือวัตถุต่าง ๆ  ขณะเดียวกันอุปกรณ์ช่วยนำทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ด้วยราคาที่สูง ใช้งานยาก และรูปแบบอุปกรณ์อาจยังไม่น่าใช้มากนัก จึงได้พัฒนา เครื่องบอกเตือนสิ่งกีดขวางสำหรับผู้พิการทางสายตาขึ้น  เรียกว่า “ไอโซนาร์” เป็นอุปกรณ์นำทางขนาดเล็ก ประสิทธิภาพสูง ใช้งานง่ายและราคาต่ำ  ที่สำคัญออกแบบและวิเคราะห์จากความต้องการจากผู้พิการทางสายตาในประเทศไทยโดยตรง  หลักการทำงานจะใช้คลื่นเสียงอัลตราโซนิคในการตรวจจับสิ่งกีดขวาง เมื่อใช้งานโดยการสวมห้อยคอ จะสามารถตรวจจับสิ่งกีดขวางในระดับศีรษะถึงระดับเอวของผู้ใช้งาน รัศมีการตรวจจับทางด้านหน้าอยู่ที่ 130 เซนติเมตร และด้านข้าง 80 เซนติเมตร สามารถแจ้งเตือนก่อนการชนด้วยระบบสั่นหลายระดับ  อนาคตจะพัฒนาเพิ่มการเตือนในรูปแบบอื่น ๆ ให้เลือกเช่น เสียงเตือนต่าง ๆ  สำหรับ ไอโซนาร์  ปัจจุบันได้ยื่นขอสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ประเทศไทยเรียบร้อยแล้วและผ่านการทดสอบการใช้งานจริงจากผู้พิการทางสายตาในสนามทดสอบที่มีสิ่งกีดขวางจำลอง  ซึ่งพบว่าสามารถช่วยลดอัตราการชนสิ่งกีดขวางได้มากขึ้น ส่วนการนำไปใช้งาน อาจารย์สุรพล   บอกว่า  ได้ผลิตเพื่อแจกให้กับผู้พิการทางสายตานำไปใช้งานแล้วกว่า 200 เครื่อง โดยเครื่องดังกล่าวมีต้นทุนผลิตประมาณ 1,350 บาทต่อเครื่อง ขณะนี้ตั้งเป้าหาผู้สนับสนุนงบประมาณในการผลิตเพิ่มอีก 100 เครื่อง เพื่อแจกให้กับผู้พิการทางสายตาที่ยังต้องการใช้งานอีกมาก สนใจสิ่งประดิษฐ์ฝีมือคนไทย… ที่ช่วยสร้างโอกาสให้กับผู้พิการ ชมได้ที่ “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2557” ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-11 สิงหาคมนี้ที่ บางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เครื่องเตือนสิ่งกีดขวาง สำหรับผู้พิการทางสายตา – ฉลาดคิด