นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่าขณะนี้ภาคเอกชนเป็นห่วงการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินบาทอย่างมาก โดยปัจจุบันแข็งค่ามาแตะระดับ31.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐแล้ว ทำให้ราคาส่งออกข้าวไทยต้องปรับเพิ่มขึ้นโดยล่าสุดราคาส่งออกข้าวไทยมาอยู่ที่ 430 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันขณะที่ราคาส่งออกข้าวเวียดนามอยู่ที่ 420 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งเอกชนไม่ต้องการให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นมากในระยะนี้เพราะทำให้การแข่งขันส่งออกข้าวลำบากมากขึ้น“ราคาข้าวสารในประเทศมองว่าอยู่ระดับตันละ 1.23 หมื่นบาท ยังพอแข่งขันได้ ทำให้ราคาส่งออกข้าวไม่ห่างจากคู่แข่งมากเกินไป”นายชูเกียรติ กล่าวว่า แนวทางการระบายข้าวจำนวน 5 แสนตันต่อเดือน ที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าจะระบายออกจากสต๊อกตั้งแต่เดือนส.ค.เป็นต้นไป ถือว่าเป็นปริมาณไม่มากหากมีการระบายในระยะนี้หรือก่อนที่ผลผลิตข้าวนาปี ฤดูกาล 2557/58 จะออกมาในช่วงเดือนต.ค.นี้ซึ่งจะไม่กระทบกับราคาตลาดข้าวมากนัก แต่หลังจากที่ผลผลิตข้าวนาปีฤดูกาลใหม่ออกมาอาจทำให้รัฐระบายข้าวออกจากสต็อกได้ยาก เพราะเอกชนสามรถหาซื้อข้าวใหม่ได้ในตลาดซึ่งอาจจะต้องทบทวนปริมาณที่จะระบายให้น้อยลง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนห่วงค่าบาทแข็งกระทบขายข้าว
เดือน: กรกฎาคม 2014
-

เอกชนห่วงค่าบาทแข็งกระทบขายข้าว
-

แนะรัฐไม่ควรเร่งระบายข้าว
นายเจริญเหล่าธรรมทัศน์นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลไม่ควรรีบเร่งในการระบายข้าว และ การระบายควรจะควรจะเป็นล็อตเล็กๆ จำนวน100,000 – 200,000 ตัน ทยอยขายไปเรื่อยๆ เน้นความโปร่งใสเพื่อไม่ให้ราคาข้าวในตลาดได้รับผลกระทบเนื่องจากขณะนี้ ถือว่าไทยมีแต้มต่อในการขายข้าวในตลาดโลกเพราะความต้องการซื้อข้าวในตลาดโลกเริ่มมีมากขึ้น จาก ปัญหาภัยแล้งทำให้ส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าวของอินเดีย ที่เริ่มมีข้าวส่งออกได้น้อยลง“ช่วงครึ่งปีแรกอินเดียส่งออกข้าวได้เพียง 4.8 ล้านตัน และได้กลายมาเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 2ของโลก ขณะที่ไทยแซงมาเป็นอันดับ 1 ส่งออกได้ 5.2 ล้านตัน ส่วนเวียดนาม แม้ผลผลิตข้าวจะออกมากมาก ในช่วงที่ผ่านมาแต่ประสบกับปัญหาคุณภาพข้าว ไม่ดีเท่าที่ควรเนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนและปัญหาการบริหารจัดการในประเทศที่ยังไม่ดี” นายเจริญ กล่าวว่า ไทยยังมีโอกาสในการขายข้าวได้ในหลายๆตลาดทั่วโลก ทั้งตลาดของภาคเอกชน และ การขายแบบจีทูจี ซึ่งรัฐบาลควรจะเจรจาขายข้าวจีทูจีล่วงหน้าไปได้เลย หากสามารถตกลงราคากันได้ โดยไม่ต้องรอให้ผลผลิตข้าวนาปีฤดูใหม่มีผลผลิตออกมา ซึ่งขณะนี้แนวโน้มราคาข้าวในตลาดโลกยังมีทิศทางขยับขึ้น แต่ไม่น่าจะมากนัก ส่วนที่ผ่านมาที่ราคาข้าวส่งออกข้าวไทยขยับสูงขึ้นมากส่วนหนึ่งมาจากค่าเงินบาที่แข็งค่าขึ้นมา
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะรัฐไม่ควรเร่งระบายข้าว -

ชงนบข.ระบายข้าวในสต็อก
นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการระบายข้าวมีมติเห็นชอบ แผนยุทธศาสตร์การระบายข้าว เสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.) เป็นประธาน เพื่อขอให้อนุมัติกรอบการขายข้าวในสต็อกรัฐบาลผ่านวิธีการต่างๆ เช่นการประมูลทั่วไป, การขายตรงกรณีที่ ผู้ที่ต้องการซื้อข้าว มีลูกค้าที่มีความต้องการซื้อชัดเจน ,การขายแบบจีทูจี และประมูลผ่านตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (เอเฟต ) โดยจะเริ่มระบายข้าวช่วงต้นเดือนส.ค.นี้ เป็นต้นไป หรือเฉลี่ยเดือนละ 500,000 ตัน“ผลการได้รับรายงานล่าสุดของการตรวจสต็อกข้าวของรัฐบาล ของเจ้าหน้าที่ในการตรวจโกดัง 1,800 แห่งพบว่า ทำการตรวจไปแล้วประมาณ55% โดยการขายในล็อตแรก ขณะนี้กำลังดูรายละเอียดว่าจะมีโกดังที่ใด และ เป็นข้าวชนิดใดบ้าง”ทั้งนี้แนวโน้มราคาข้าวตลาดโลกเริ่มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเพราะผลผลิตข้าวในตลาดโลก เริ่มมีปริมาณลดลง เรื่อยๆจากปัญหาความแห้งแล้งที่เกิดขึ้น เช่น อินเดียเริ่มมีผลผลิตข้าวลดลง รวมทั้งประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยราคาส่งออกข้าวขาว 5 % เอฟ โอบี อยู่ที่ 427 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันเพิ่มขึ้นจาก 410 ดอลาร์สหรัฐต่อตัน จากสัปดาห์ก่อนหน้านี้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชงนบข.ระบายข้าวในสต็อก