วันนี้(23 ก.ค.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (24 ก.ค.) ที่ประชุม กสทช.จะพิจารณาวาระโครงการสนุนสนุนการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอลโดยการแจกคูปองเงินสดส่วนลดสำหรับแลกซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอลโดยจะมีความชัดเจนเรื่องมูลค่าคูปอง 690 บาท หรือ 1, 000 บาท การนำคูปองไปแลกอุปกรณ์อะไรได้บ้างและบริษัทที่จะเข้ามารับแลกคูปองต้องผ่านคุณสมบัติ ต้องเป็นบริษัทที่มีทุนจดทะเบียน วางเงินค้ำปะกัน รวมถึงบริษัทผู้ผลิตกล่องเซต ทอปบ็อกซ์ที่จะเข้าร่วมโครงการฯต้องปฎิบัติตามเงื่อนไข คือ มีเงินค้ำประกัน 2 ล้านบาท รับประกันกล่อง 3 ปี สามารถเปลี่ยนได้ทันทีหากกล่องมีปัญหาและมีจุดแลกซื้อคูปองในวันที่เริ่มต้นแจก ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจน เพื่อนำเสนอคณะรักษาความสงบ(คสช.) เพื่อพิจาณาต่อไปทั้งนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าเสียงส่วนใหญ่จะเห็นชอบให้แลกได้เฉพาะกล่องรับสัญญาณดิจิทัลภาคพื้นดิน(ดีวีบี ที2) เพียงอย่างเดียว ไม่รวมกล่องดาวเทียม – เคเบิลทีวี อื่นๆจากเดิมที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.)กำหนดเงื่อนไขให้แลกรับได้ 4 ประเภท คือ กล่องเซต ทอป บ็อกซ์ ระบบดิจิตอล กล่องเซตทอป บ็อกซ์สำหรับระบบเคเบิลทีวี ดิจิตอลกล่องเซตทอป บ็อกซ์สำหรับระบบทีวีดาวเทียม และ ทีวีที่สามารถรับชมทีวีดิจิตอลได้ภายในเครื่องนอกจากนี้คณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส.ยังได้คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 2 ท่าน ได้แก่ นายรอม หิรัญพฤษ์ อดีตผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟตแวร์ (ซอฟต์แวร์พาร์ค) และ นางนิลวรรณเ พชระบูรณะ อดีตรองประธานก มธ.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร วุฒิสภา เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเมื่อครบองค์ประชุม แล้วก็พร้อมที่จะเดินหน้าประชุมต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.เตรียมเคาะราคาคูปองส่วนลดทีวีดิจิตอลพรุ่งนิ้
เดือน: กรกฎาคม 2014
-

กสทช.เตรียมเคาะราคาคูปองส่วนลดทีวีดิจิตอลพรุ่งนิ้
-

แอพฯ บัซซี่บีส์ เปิดรูปแบบธุรกิจชูจุดเด่นไลฟ์สไตล์การตลาดแบบใหม่
วันนี้( 23 ก.ค.) ที่โรงแรมดุสิตธานี บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด ได้จัดงานแถลงข่าวโมเดลธุรกิจของแอพพลิเคชั่น บัซซี่บีส์(Buzzebees) โดย มร. ไมเคิล เชน กรรมการบริหาร บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด กล่าวว่า พฤติกรรรมของคนไทยมีการใช้งานโซเซียล มีเดีย เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดย 64% .ใช้งาน ผ่านสมาร์ทโฟนและ อีก 36% ใช้งานผ่านพีซี ซึ่งแนวโน้มการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากยิ่งขึ้น ซึ่งหลังจากบริษัทได้เปิดตัว แอพพลิเคชั่น บัซซี่บีส์ ประมาณ 1 ปีครึ่ง มียิดดาวน์โหลดแล้วถึง 3 ล้านคน มีสมาชิกเข้าชมสิทธิพิเศษต่างๆสูงถึง 4 หมื่นคนต่อวินาที หรือคิดเป็น 18 ล้านครั้งต่อเดือน ทั้งนี้รูปแบบธุรกิจของแอพพลิเคชั่น บัซซี่บีส์ แบ่งออกเป็น 5 ส่วน คือ1. ซีอาร์เอ็ท แพล็ตฟอร์ม ( CRM Platform) ที่ให้สิทธิพิเศษแก่ลูกค้า อาทิ ส่วนลดในการซื้อสินค้าต่างๆ 2. อีคอมเมิร์ซ์แพล็ตฟอร์ม ที่ให้บริการมาร์เก็ตเพรส ซื้อขายสินค้า 3. ออนไลน์ มีเดีย(online Media)เปิดให้ลูกค้าดุโฆษณาออนไลน์ แล้วได้แต้มไว้แรกของรางวัล 4.ออนไลน์ เซอร์เวย์ (Online Survey) เป็นการทำวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคแบบออนไลน์ และ 5 . คอร์ปอเรท ฟูลฟีลเม็นท์ (Corporate Fulfillment) สามารถรองรับธุรกิจตั้งแต่ผู้ประกอบการร้านค้าย่อย ธุรกิจเอสเอ็มอี ไปจนถึงลูกค้ารายใหญ่ๆ โดยที่ผ่านมามีลูกค้า อาทิ ปตท ซัมซุง สิงเทล และ เอไอเอส ฯลฯ มร.ไมเคิล เชน กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้ขยายธุรกิจไปยัง 5 ประเทศ คือ ไทย สิงคโปร์ กานา ไอเวอรี่โคส และแคเมอรูน สำหรับในปี 2014-2015 ตั้งเป้าหมายเพิ่มบริการอีเพลย์เม้นท์ หรือบริการชำระเงิน และ อี คูปอง เพื่อใช้เป็นส่วนลดต่างๆ และจพขยาธุรกิจให้ครอบคลุม 15 ประเทศ อาทิ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมียอดจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเป็น 30 ล้านคน ในจำนวนนี้จะเป็นผู้ใช้งานคนไทยประมาร 10 ล้านคน และจะทำให้มีลูกค้ารายใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีก 3 เท่า ด้านนายปวิช วาสนสมบูรณ์ ผู้จัดการอาวุโส ด้านบริการและคอนเทนต์ กรุ๊ป บริษัท ไทยซัมซุงอิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้พัฒนา Samsung Galaxy Gift ขึ้น เพื่อบริหารจัดการรวมถึงสร้างสายสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มลูกค้าเป็นพิเศษ ซึ่งได้รับการตอบรับดีมีลุกค้าใช้บริการหลักหมื่น ซึ่งระบบหลังบ้านและเซิร์ฟเวอร์ ไม่สามรถรองรับได้เพราะมีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จึงได้ร่วมกับบัซซี่บีส์ เข้ามาดูแลระบบให้ บริษัทเพียงคิดแคมเปญเพื่อใช้งานอย่างเดียว ทำให้สามารถนำเสนอสิทธิพิเศษได้เร็วยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานแล้วมากกว่า 1 ล้านราย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แอพฯ บัซซี่บีส์ เปิดรูปแบบธุรกิจชูจุดเด่นไลฟ์สไตล์การตลาดแบบใหม่ -

ดัชนีอุตฯฟื้นต่อเนื่องเดือนที่2
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทยในเดือนมิ.ย. อยู่ที่ระดับ 88.4 เพิ่มขึ้นจากระดับ 85.1 ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 เนื่องจากผู้ประกอบการเห็นว่า สถานการณ์การเมืองเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่งผลดีต่อการขับเคลื่อนและฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ประกอบกับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้คำสั่งซื้อในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น เช่น อุตฯ เครื่องนุ่งห่ม ประเภทเสื้อผ้ากีฬา รองเท้ากีฬา อุตฯ อาหาร อุตฯ เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทเครื่องรับโทรทัศน์ ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 101.9 เพิ่มขึ้นจากเดือนพ.ค. อยู่ที่ 101 ชี้ให้เห็นว่า ผู้ประอบการมีความมั่นใจในสถานการณ์ในอนาคตจะส่งผลให้การประกอบการธุรกิจปรับตัวดีขึ้น ทั้งยอดขาย ละกำไรอย่างไรก็ตามผู้ประกอบการยังกังวลกรณีที่ไทยถูกปรับลดระดับการค้ามนุษย์ลงไปอยู่ที่ระดับต่ำสุด (เทียร์ 3) ซึ่งทำให้การส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาดสหรัฐ และสหภาพยุโรป โดยเฉพาะสินค้าประมงลดลง จึงต้องการเสนอแนะให้หน่วยงานภาครัฐเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการในการขยายตลาดส่งออกใหม่ๆ เร่งพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางภาคอุตสาหกรรมของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) รวมถึงปรับปรุงระเบียบและขั้นตอนการขอใบอนุญาต เพื่อสนับสนุนให้เกิดการลงทุนมากขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีอุตฯฟื้นต่อเนื่องเดือนที่2