นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ยอดปล่อยสินเชื่อของเอสเอ็มอีในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมามีมูลค่า 35,590 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 2 ปี แสดงให้เห็นว่าเอสเอ็มอีเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยว่าจะปรับตัวดีขึ้นทำให้ความต้องการสินเชื่อมากขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง อุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ หรือคิดเป็นสัดส่วน 24 % ของสินเชื่อปล่อยใหม่ นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อจากการรีไฟแนนซ์รายใหญ่ 3 ราย วงเงินสินเชื่อประมาณ 5,000 ล้านบาทเป็นธุรกิจเกี่ยวกับผลิตรถยนต์และห้างสรรพสินค้า สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก(ม.ค.-มิ.ย.)วงเงินสินเชื่อปล่อยใหม่อยู่ที่ 143,403 ล้านบาท เติบโต 13.9 % หากเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และมียอดสินเชื่อคงค้างรวม 538,401 ล้านบาท เติบโต 11.3% รายได้รวมอยู่ที่ 19,498 ล้านบาท เติบโต 14.3% ขณะที่หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาลดลงมาอยู่ที่ 2.66% จากปี 56 อยู่ที่ 2.82% อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อเอสเอ็มอีไว้ที่ 6.8 % และยอดสินเชื่อคงค้าง 553,448 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 39,040 ล้านบาท เติบโต 10.7% และเอ็นพีแอลอยู่ที่ 2.62% “ ก่อนหน้านี้ธนาคารพาณิชย์อื่นแข่งกันปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีกันมาก แต่เรามองว่าเสี่ยงก็ได้เบรกการปล่อยสินเชื่อไว้ก่อน ซึ่งขณะนี้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวและการเมืองนิ่งทำให้ผู้ประกอบการเข้ามาขอสินเชื่อมาก โดยเฉพาะลูกค้ารายเก่า และวงเงินที่ขอใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนประกอบธุรกิจมากกว่าการขยายการลงทุน เพราะกำลังการผลิตในโรงงานส่วนใหญ่ยังเหลืออีกจำนวนมาก” ทั้งนี้มาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง จำนำข้าว และหนี้ครัวเรือน ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาธนาคารฯ ได้ออกมาตรการช่วยเหลือพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือนให้กับลูกค้าจำนวน 534 ราย ยอดสินเชื่อรวม 10,981 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันลูกค้ากลุ่มนี้สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติแล้วจำนวน 449 ราย เป็นยอดสินเชื่อรวม 8,989 ล้านบาท คิดเป็น 82% ของยอดสินเชื่อที่ขอรับความช่วยเหลือทั้งหมด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โกยสินเชื่อเอเอ็มอีทะลุ35,000ล้าน
เดือน: กรกฎาคม 2014
-

โกยสินเชื่อเอเอ็มอีทะลุ35,000ล้าน
-

ทุ่ม20ล้านเปิดฮาโก้โชว์รูม
นายฐิติพงศ์ ดาวพิเศษประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดบริษัท ฮาโก้ กรุ๊ป (1991) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำและกระเบื้องเซรามิคจากต่างประเทศ เปิดเผยว่า บริษัทได้ทุ่มงบประมาณ 20 ล้านบาท เปิดตัว ฮาโก้โชว์รูป ซึ่งเป็นโชว์รูมแห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุด ที่เดอะไนน์ พระราม 9 บนพื้นที่3200 ตารางเมตร จากพื้นที่รวมทั้งหมด 1,270 ตร.ม. โดยคัดผลิตภัณฑ์4 กลุ่ม จาก 30 แบรนด์ระดับบน (พรีเมี่ยม) ทั่วโลกมาให้ลูกค้า พร้อมทั้งจัดบริการพิเศษ คือมีทีมที่ปรึกษาเรื่องแต่งบ้านมืออาชีพมาไว้คอยให้คำปรึกษา บริการจัดห้องประชุมสำหรับสถาปนิกเสนองานให้ลูกค้า และจัดสินค้าใหม่หมุนเวียนมาให้ลูกค้าชมอย่างต่อเนื่องแม้ว่าช่วงที่ผ่านมา ภาวะเศรษฐกิจไม่ค่อยดีนัก แต่บริษัทไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากเป็นสินค้าระดับพรีเมี่ยม ที่ลูกค้ามีกำลังซื้อสูง โดยยอดขายครึ่งปีแรกต่ำกว่าเป้าหมายไป 3% เท่านั้น และการเปิดโชว์รูปดังกล่าวนี้ เชื่อว่าจะยิ่งจะทำให้ช่วงครึ่งปีหลัง จะดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมาย 500ล้านบาทได้แน่นอน หรือโตขึ้น20% ตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มดีขึ้นด้วยเช่นกัน อีกทั้งบริษัทจะเน้นจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายตั้งแต่ไตรมาส 3 นี้เป็นต้นไป ทำให้มั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะมีส่วนแบ่งทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ก๊อกน้ำผลิตภัณฑ์ตกแต่งห้องน้ำระดับพรีเมี่ยม ไม่รวมโถสุขภัณฑ์ ถึง 13% จากมูลค่าตลาดรวม 2,000 ล้านบาท“ทั้งนี้ บริษัทได้ตั้งเป้าหมายว่าสิ้นปี 58 จะยังคงเป็นผู้นำตลาดเรื่องผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำระดับพรีเมี่ยม ด้วยการเจาะเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น ซึ่งนอกจากลูกค้าทั่วไปแล้ว จะเน้นลูกค้าที่ทำงานด้านการออกแบบ ทั้งสถาปนิกมัณฑนากร ดีไซเนอร์ เป็นต้น อีกทั้งใช้ศักยภาพผ่านโชว์รูมของเราเอง และช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์ สื่อโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ จะมีกิจกรรมต่าง ๆให้ลูกค้าได้เข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมียอดขาย 550ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20%ภายในปี 58”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทุ่ม20ล้านเปิดฮาโก้โชว์รูม -

“เอสซีซี”ปรับเพิ่มส่งออกปูน
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับแผนการดำเนินงานใหม่โดยเน้นการส่งออกปูนให้มากขึ้นจากเดิมที่วางไว้ 4 ล้านตัน เป็น 5 ล้านตัน เพื่อระบายสต๊อก เพราะคาดว่ายอดขายในประเทศคงไม่โตไปกว่านี้แล้วหลังจากที่ในประเทศมีปัญหาการเมือง ซึ่งส่งผลกระทบทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชะลอโครงการชะลอการลงทุน เช่นเดียวกับงานภาครัฐที่ชะงักการลงทุน มีเพียงเฉพาะงานโครงการรถไฟฟ้าเท่านั้นที่ยังเดินหน้าต่อปีนี้บริษัทคาดว่าจะเติบโตได้เพียง10% แม้ว่าปัจจัยต่อการเมืองยังไม่ยุติ โดยคณะกรรมการบริษัทขอ เวลาอีก 2-3สัปดาห์เพื่อทบทวนแผนการดำเนิน ตัวเลขประมาณการใหม่ จากที่ประเมินไว้เมื่อปลายปี 56 ที่คาดว่ายอดขายธุรกิจปูนซีเมนต์ปีนี้จะเติบโต9% แต่จากปัญหาทางการเมือง ทำให้คาดว่ายอดขายปูนอาจโตต่ำกว่า 5% แน่นอน แต่ในส่วนของธุรกิจอื่นๆ นั้นยังไปได้ดี โดยเฉพาะธุรกิจเคมีภัณฑ์ ที่ป็นตัวหลักในการสร้างได้ เพราะมีราคาและได้ส่วนเหลื่อมกำไร (มาร์จิ้น) สูงมาก หรือมีรายได้จากการขายกลุ่มเคมีภัณฑ์ 209,997 ล้านบาท เพิ่มขึ้น3% จากปีก่อน มีกำไรสุทธิ 11,292 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 320% จากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องนอกจากนี้ จะเร่งรัดลงทุนโครงการปิโตรคอมเพล็กซ์ ที่เวียดนาม ให้เร็วขึ้นกว่าแผนการลงทุนในธุรกิจอาเซียน5 ปีระหว่าง 57-60 วงเงิน 250,000 ล้านบาท เพราะเริ่มเห็นสัญญาราคาเครื่องจักรเพิ่มสูงขึ้นกว่าที่คาดไว้ จึงอาจจะเพิ่มงบลงทุนดังกล่าวอีก เพื่อเข้าลงทุนหรือซื้อกิจการในอาเซียน ซึ่งขณะนี้กำลังศึกษา แต่ในส่วนของโครงการที่เวียดนามนั้น คาดว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องเงินลงทุนภายในสิ้นปีนี้หรือสูงกว่า 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากราคาเครื่องจักรในตลาดโลกสูงขึ้น หลังจากนั้นก็จะเริ่มให้ผู้รับเหมาเข้ามาประกวดราคาต่อไป แต่ทั้งนี้ในส่วนของการเจรจาเงินกู้โครงการนี้ อาจต้องเลื่อนไปเป็นต้นปีหน้าแทน เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ ต้องให้เวลาสถาบันการเงินพิจารณา แต่ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดรัฐประหารในไทยนอกจากนี้ ยังเดินหน้าโครงการก่อสร้างโรงปูนซีเมนต์แห่งแรกของบริษัทในอินโดนีเซีย และเมียนมาร์ รวมทั้งขยายกำลังการผลิตในกัมพูชาด้วย เพราะประเทศเพื่อนบ้าน มีความต้องการสินค้าสูงมาก เนื่องจากอยู่ในช่วงของการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะเมียนมาร์ มียอดขายปูนโตถึง 20% โดยในเมียนมาร์นั้น เป็นโรงปูนซิเมนต์ 1.8 ล้านตัน มูลค่า 12,400 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ส่วนใหญ่มีความคืบหน้าไปมากแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปี59 ส่วนโครงการที่มาบตาพุดในธุรกิจปิโตรเคมีมูล ค่าลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาทนั้น ได้ยื่นขอสิทธิ์ประโยชน์ไปที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) แล้ว อยู่ระหว่างรอผล
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “เอสซีซี”ปรับเพิ่มส่งออกปูน