วันนี้ (17 ก.ค.) นางเมธินี เทพมณี ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า กระทรวงไอซีที เห็นชอบการดำเนินงานโครงการ “การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ โดยใช้มิติทางศาสนาผ่านโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ในดำริสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช” ซึ่งจัดทำโดยมหาเถรสมาคม และคณะสงฆ์ไทย ร่วมกันรณรงค์ให้คนไทยรักษาศีล 5 เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการสร้างความสุขแก่ประชาชนและประเทศชาติ ตามนโยบายสร้างความปรองดองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้งนี้ คสช. ได้ให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าวเนื่องจากเป็นโครงการที่สอดคล้องกับแนวทางที่ต้องการจะให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ขึ้นแก่คนในชาติอย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อคนมีศีลแล้วก็จะนำมาซึ่งสิ่งดี 6 ประการ ได้แก่ ศีล สุข ปรองดอง สมานฉันท์ สามัคคี และสันติสุขสำหรับโครงการดังกล่าว จะทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ มีความเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการรักษาศีล และจะทำให้สามารถรักษาศีลได้อย่างถูกต้องเกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นไปเพื่อประโยชน์ที่แท้จริงของศีล ซึ่งการรักษาศีล มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ 5 ประการ ได้แก่ 1. เพื่อเป็นการป้องกันชีวิตของเราในภพชาติปัจจุบัน ไม่ให้ต้องพบกับความทุกข์ ความเดือดร้อน และความเสื่อมเสียอันเนื่องมาจากการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น 2. เพื่อให้เกิดความสุข ความดีงามในการดำเนินชีวิต 3. เพื่อให้เกิดความสงบร่มเย็น และความดีงามแก่ครอบครัวและสังคม 4. เพื่อเป็นการป้องกันชีวิตของเราในภพชาติต่อไป ไม่ให้ต้องพบกับความทุกข์ ความเดือดร้อน และความเสื่อมเสียอันเนื่องมาจากการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น และ 5. เพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนาคุณธรรมที่สูงขึ้นไป ได้แก่ สมาธิ และปัญญา อันจะทำให้บรรลุ มรรคผลนิพพานได้ทั้งนี้ กระทรวงไอซีที ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ในดำริสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อให้เกิดความสงบร่มเย็นและความดีงามแก่ครอบครัว ตลอดจนสังคม ดังคำกล่าว ที่ว่าการรักษาศีล 5 เป็นพื้นฐานสำคัญ เป็นบ่อเกิดแห่งคุณความดีทั้งหลาย ซึ่งผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถแจ้งความประสงค์และส่งแบบฟอร์มการเข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่หน่วยงานของท่าน หรือกระทรวงวัฒนธรรม สายด่วน 1765 หรือกลุ่มงานช่วยอำนวยการนักบริหาร สำนักบริหารกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงไอซีที โทร. 02-141-6707 ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ก.ไอซีที ชวนร่วมโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5
เดือน: กรกฎาคม 2014
-

ก.ไอซีที ชวนร่วมโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5
-

ปณท รับไอโฟน 4เอส หายจริง เร่งหาตัวคนทำผิด
วันนี้ (17 ก.ค.) นางสาวอานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย (ปณท.) เปิดเผยว่า กรณีไปรษณีย์ไทยนำจ่ายอีเอ็มเอสภายในบรรจุโทรศัพท์ไอโฟน 4 เอส กลายเป็นหินนั้น ปณท ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าไปรษณียภัณฑ์ชิ้นดังกล่าวสูญหายในระบบขนส่งของไปรษณีย์จริง และต้องขออภัยผู้ใช้บริการต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ปณทไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมดำเนินการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนและได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเร่งหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายแล้ว รวมทั้งได้ปรับปรุงและพัฒนาระบบปฏิบัติการและบุคลากรให้พร้อมบริการประชาชนด้วยมาตรฐานคุณภาพที่เป็นเลิศและสร้างความพึงพอใจสูงสุดกับผู้ใช้บริการ สำหรับขั้นตอนในการสอบสวน เบื้องต้น ปณท มีมาตรการชดใช้ค่าเสียหายในอัตราที่กำหนด และหากสอบสวนพบเป็นความผิดของเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์จริง มีบทลงโทษของพนักงานตั้งแต่การว่ากล่าว ตักเตือน ทัณฑ์บน ตัดเงินเดือนถึงขั้นไล่ออก อย่างไรก็ตาม ได้มีมาตรการปรับปรุงคุณภาพบริการระยะสั้น คือ การจัดจุดให้บริการหุ้มห่อสิ่งของภายในที่อาจแตกหักง่าย หรือเป็นของเหลว กำชับเจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญกับสิ่งของที่ฝากส่งทุกชิ้นและต้องให้คำแนะนำในการฝากส่ง การจัดเรียงสิ่งของใส่ในถุงไปรษณีย์ตามขนาดของกล่อง เช่น กล่องใหญ่ น้ำหนักมากอยู่ด้านล่าง กล่องเล็กอยู่ด้านบน ปรับปรุงกล่อง ซองวัสดุกันกระแทกของ ปณท ให้มีคุณภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ปณท ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการใช้กล่องหรือซองที่แข็งแรง เลือกใช้บริการที่เหมาะสมกับมูลค่าสิ่งของที่ฝากส่งและทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการรับฝากหน้าเคาน์เตอร์ จะช่วยป้องกันไปรษณียภัณฑ์เสียหายอีกทางหนึ่งด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปณท รับไอโฟน 4เอส หายจริง เร่งหาตัวคนทำผิด -

แนะวิธีใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ไฮเทคสวมได้
ไอเอฟเอส แลบส์ (IFS Labs) ฝ่ายสร้างสรรค์ของไอเอฟเอส บริษัทผู้พัฒนา EnterpriseApplication ระดับโลก ได้พิสูจน์แนวคิดที่แสดงให้เห็นว่า ผู้ใช้โปรแกรมทางธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์เทคโนโลยีเพื่อการสวมใส่ หรือ WearableTechnology โดยยกตัวอย่างจากซัมซุง เกียร์ ฟิต การพัฒนาดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงการแจ้งเตือนจากโปรแกรมทางธุรกิจของไอเอฟเอสที่ถูกส่งไปยังWearable Technology ด้วยการใช้ APIs ของซัมซุงสำหรับการแจ้งเตือน โดยไอเอฟเอสจะเชื่อมต่อกับส่วนต่างๆของระบบการวางแผนทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กร(Enterprise Resource Planning – ERP) ระบบบริหารจัดการสินทรัพย์ขององค์กร (EnterpriseAsset Mangement – EAM) และระบบบริหารจัดการด้านการบริการ (EnterpriseService Management – ESM) เพื่อส่งการแจ้งเตือนให้เกิดการปรับปรุงเพื่อกระบวนการที่แม่นยำเช่น ฝ่ายงานด้านบริหารจะได้รับการแจ้งเตือนเมื่อมีการจัดส่งรายการสำคัญการเริ่มต้นหรือเสร็จสิ้นของโครงการสำคัญหรือแม้กระทั่งได้รับการแจ้งเตือนเมื่อมีการชำระใบแจ้งหนี้ นักวิเคราะห์ในด้านอุตสาหกรรมคาดการณ์การเติบโตในตลาดWearable โดย Gartner ประเมินว่าตลาด Wearable Electronics จะเติบโตสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปีพ.ศ. 2559 และ CCS Insight คาดการณ์ว่าจะมีอุปกรณ์ที่ใช้ควบคู่กับสมาร์ทโฟนสูงถึง 100 ล้านเครื่อง (เช่น นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ – Smart Watch) ภายในปีพ.ศ. 2560
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะวิธีใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ไฮเทคสวมได้