นายสุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยันฮี ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจต่อจากนี้ว่าบริษัทจะให้ความสำคัญกับการจำหน่ายสินค้าผ่านร้านสะดวกซื้อมากยิ่งขึ้นเพื่อขยายช่องทางการจัดจำหน่าย ให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ใส่ใจความงามให้สามารถหาซื้อสินค้าได้ง่ายและสร้างยอดขายได้ดี ล่าสุดบริษัทได้นำสินค้าใหม่ 2 ชิ้นได้แก่ยันฮีเบบี้เฟสครีม และยันฮีคอลลาเจน เปปไทต์ 600 เข้าจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นหลังจากปีก่อนที่เริ่มต้นนำเข้าสินค้าไปจำหน่าย 2 ชิ้นและมีผลตอบรับดีเกินคาด โดยสามารถขายได้มากกว่า10 ล้านบาทต่อเดือน ทั้งนี้บริษัทจึงตั้งเป้าหมายยอดขายปีนี้ที่ 20ล้านบาทต่อเดือน หรือ 200 ล้านบาททั้งปี ซึ่งเติบโตจากปีก่อนเป็นเท่าตัว ”ในอดีตลูกค้าที่จะซื้อสินค้าต้องเข้ามาซื้อที่โรงพยาบาลบริษัทจึงหาทางให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้ามากขึ้น ซึ่งพอขยายช่องทางจำหน่ายยอดขายตามร้านต่างๆทั้งร้านขายยาทั่วไป ,วัตสัน, เทสโก้โลตัส และร้านอื่นๆก็ทำยอดขายได้ดีมาก เพราะหาซื้อง่าย เป็นสินค้าที่ใช้แล้วเห็นผลจริงและราคาถูกจึงเข้าถึงลูกค้าทุกระดับรายได้” อย่างไรก็ดีบริษัทตั้งเป้าหมายภายใน 3 ปีจะนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายมากกว่า 10 ชิ้น ซึ่งถือว่ามีความหลากหมายมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่นๆ ที่มีจำหน่ายเพียงไม่กี่ชนิด นอกจากนี้ยังเตรียมนำสินค้าที่มีคุณสมบัติในการควบคุมรูปร่างเข้ามาจำหน่ายต่อจากกลุ่มความงามที่ทำอยู่ปัจจุบันอีกด้วย ทั้งนี้บริษัทได้ทุ่มงบประมาณกว่า 400ล้านบาทในช่วงต้นปี เพื่อพัฒนาโรงงานและเครื่องจักร ขยายกำลังการเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอีก3 เท่า ให้สามารถรองรับการผลิตสินค้าได้นานถึง 5 ปี ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปีนี้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ยันฮี”ขยายช่องทางจำหน่ายสินค้า
เดือน: กรกฎาคม 2014
-

“ยันฮี”ขยายช่องทางจำหน่ายสินค้า
-

โลตัสรุกอาหารพร้อมทาน
นายกฤษฎา เตชะมนตรีกุล ผู้จัดการฝ่ายการพาณิชย์ ส่วนอาหารพร้อมทาน บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทมจำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อเทสโก้ โลตัสเอ็กซ์เพรส เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจต่อจากนี้ว่าบริษัทจะให้ความสำคัญในการจำหน่ายอาหารพร้อมทานมากขึ้น เพื่อสอดรับกับไลฟ์ไสตล์คนยุคใหม่ที่มีความเร่งรีบจึงนิยมซื้ออาหารในร้านสะดวกซื้อและกระตุ้นการจับจ่ายให้เพิ่มมากขึ้น ด้วยการนำสินค้าพร้อมทานเข้ามาจำหน่ายในร้านกว่า 1,400 แห่งทั่วประเทศ ล่าสุดบริษัทได้ร่วมมือกับพันทมิตรกว่า 10บริษัท เช่น พรานทะเล, โออิชิเริ่มต้นนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายมากกว่า 40 ชนิด นอกจากนี้ยังผลิตสินค้าเองภายใต้แบรนด์เทสโก้อิ่มๆกว่า 12 ชนิด และคาดว่าจะภายในสิ้นปีจะมีสินค้าจำหน่ายครบ 100 ชนิด อย่างแน่นอน ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าหมายภายใน 3-5 ปี มีส่วนแบ่ง20% ในตลาดอาหารพร้อมทานในร้านค้าปลีกสมัยใหม่และมีสัดส่วนอาหารพร้อมทานเป็น 50%ของสินค้าที่จำหน่ายในร้านเทสโก้ โลตัสเอ็กซ์เพรสทั้งหมด ”ตลาดอาหารพร้อมทานมูลค่ากว่า 10,000 ล้าน และเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% มา3-5 ปีติดต่อกัน และมีแนวโน้มจะเติบโตดีต่อเนื่องไปอีก บริษัทจึงหันมารุกทำตลาดมากขึ้นพร้อมชูจุดเด่นในการเป็นอาหารดีต่อสุขภาพในราคาที่ถูก นอกจากนี้ยังเตรียมเพิ่มหลากหลายของอาหารมากขึ้นเรื่อยๆเพื่อสร้างความต่างดึงดูดลูกค้าด้วย” ด้านแหล่งข่าวจากบริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น กล่าวว่า กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของร้านจะผลักดันให้อาหารพร้อมทานเป็นสินค้าเรือธงในการทำรายได้เนื่องจากสามารถทำกำไรได้ดีกว่าสินค้าอื่นๆ โดยปัจจุบันอาหารพร้อมทานมีสัดส่วน 73% ของอาหารทั้งหมด และบริษัทเป็นผู้นำในตลาดซึ่งอ้างอิงจากจำนวนสาขาที่มีอยู่มากกว่า 7,000แห่งทั่วประเทศ อย่างไรก็ดีบริษัทไม่กังวลในการที่เทสโก้ฯเข้ามาทำตลาด แต่มองว่าจะช่วยส่งเสริมให้ตลาดมีการเติบโตดีขึ้น สร้างโอกาสทางการค้าแก่ผู้ประกอบทุกรายมากกว่า
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โลตัสรุกอาหารพร้อมทาน -

คาดแผนพลังงานเสร็จใน 2 สัปดาห์
พล.อ.อ.ประจินจั่นตองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) เปิดเผยภายหลังการประชุมกบง.ว่า ได้ส่งรายละเอียดแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานให้พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.เรียบร้อยแล้วคาดว่า จะพิจารณาแล้วเสร็จภายใน2 สัปดาห์จากนี้ ซึ่งจะทำให้ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดีขึ้นจากปัจจุบันฐานะติดลบประมาณ 8,800 ล้านบาท สำหรับการประชุมกบง.มีมติเห็นชอบให้จัดเก็บเงินดีเซลเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในอัตราลิตรละ1 บาทจากเดิมที่ไม่ได้จัดเก็บเนื่องจากขณะนี้ค่าการตลาดดีเซลเฉลี่ยอยู่สูงถึงระดับ2.52 บาทต่อลิตร และเมื่อจัดเก็บเข้ากองทุนฯ1 บาทต่อลิตรแล้วจะทำให้ค่าการตลาดน้ำมันดีเซลอยู่ในระดับที่เหมาะสม คือประมาณ 1.50บาทต่อลิตรจะส่งผลให้มีรายได้จากการจัดเก็บเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ติดลบวันละ 27ล้านบาทเป็นรายได้เพิ่มวันละ 33ล้านบาท นายอารีพงศ์ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงานกล่าวว่า ภาพรวมการปรับโครงสร้างราคาพลังงานมีรายละเอียดอยู่ค่อนข้างมากจึงต้องใช้เวลารวบรวม คาดว่าคสช.จะพิจารณาได้ภายใน2 สัปดาห์นี้หลังจากที่มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วจะนำเข้าสู่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)เพื่อเห็นชอบต่อไปคาดว่า กพช.จะประชุมภายเดือนนี้ นายชวลิตพิชาลัย ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)กล่าวว่าค่าการตลาดเบนซินเฉลี่ยปัจจุบันอยู่ที่ระดับลิตรละ1.50-1.60 บาทถือว่า เริ่มดีขึ้นจากช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากราคาน้ำมันตลาดโลกเริ่มปรับลดลงโดยระยะสั้นน้ำมันยังมีทิศทางลดลงอีกดังนั้นผู้ค้าน้ำมันไม่ได้แบกภาระแต่อย่างใดซึ่งหากน้ำมันโลกลดลง จะทำให้ค่าการตลาดของผู้ค้าสูงขึ้นได้อีก นายดุสิตเครืองาม นายกสมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย กล่าวว่า สมาคมฯเตรียมทำหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และในฐานะประธานกพช.เพื่อให้พิจารณาเปิดเสนอรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านที่อยู่อาศัย(โซลาร์รูฟท็อป)เพิ่มเติมให้เป็นไปตามเป้าหมาย100 เมกะวัตต์เนื่องจากการเปิดให้ยื่นครั้งที่ผ่านมามีผู้มายื่นผลิตไฟ52 เมกะวัตต์แต่ลงนามสัญญาจริงเพียง 20เมกะวัตต์เท่านั้น “โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีไม่ได้เป็นปัญหาอะไรแต่ที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามเป้าหมายสว่นหนึ่งมาจากเหตุผลของการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานหรือรง.4ที่เป็นอุปสรรคแต่ล่าสุดทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานหรือเรกูเลเตอร์ได้ประกาศยกเว้นให้โซล่าร์รูฟไม่ต้องขอรง.4แล้ว”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คาดแผนพลังงานเสร็จใน 2 สัปดาห์