เดือน: สิงหาคม 2014

  • แอปเปิ้ลบินด่วนถก กสทช.ข้อมูลไอโฟนใหม่

    แอปเปิ้ลบินด่วนถก กสทช.ข้อมูลไอโฟนใหม่

    วันนี้(14ส.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยภายหลังหารือกับ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท แอปเปิ้ลเซาท์ เอเชีย ซึ่งได้เดินทางด่วนจากประเทศสิงคโปร์ โดยเบื้องต้นไม่ได้ติดใจที่ กสทช.เปิดเผยข้อมูลว่ าผ่านการรับรองมาตรฐานแต่ขอให้แก้ไขว่า ห้ามระบุว่าเป็นไอโฟน 6 เนื่องจากทางบริษัท แอปเปิ้ล อิงก์ บริษัทแม่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกายังไม่ได้ระบุชื่อว่าจะวางจำหน่ายรุ่นใหม่ภายใต้ชื่อว่า ไอโฟน 6 จึงมีความกังวลในเรื่องนี้ค่อนข้างสูง แต่ไม่ได้มีปัญหาในประเด็นที่ กสทช.เปิดเผยขั้นตอนการรับรองมาตรฐาน 2 รุ่น คือ A1586 และ A1524 ตามที่ได้ยื่นขอมา ทั้งนี้ กสทช .ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อการวางจำหน่ายในประเทศไทยสำหรับกรณีดังกล่าวเนื่องจากเลขาธิการกสทช.ได้ให้ข้อมูลว่าได้ผ่านการรับรองมาตรฐานอุปกรณ์โทรคมนาคม 2 รุ่นพร้อมระบุว่าเป็นไอโฟน 6 ที่กำลังจะเปิดตัวเดือน ก.ย.และยืนยันว่าเป็นกระบวนการที่เปิดเผยข้อมูลได้ภายใต้กฎหมายของไทยแต่สิ่งที่ทางแอปเปิ้ลขอให้เป็นความลับ คือ สเปกของไอโฟนรุ่นใหม่นั้น กสทช.ไม่ได้เปิดเผยแต่อย่างใด

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แอปเปิ้ลบินด่วนถก กสทช.ข้อมูลไอโฟนใหม่

  • สรรพสามิตเผยแนวโน้มติดตามเงินคืนพุ่ง

    สรรพสามิตเผยแนวโน้มติดตามเงินคืนพุ่ง

    นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้ ตัวเลขผู้ใช้สิทธิ์ในโครงการรถคันแรกที่ได้รับเงินคืนไปแล้ว แต่กรมสรรพสามิตต้องติดตามเงินคืนพบว่ามีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเทียบกับปี 56 ที่ผ่านมา จากหลัก 10-20 ราย เป็น 511 ราย หรือเพิ่มขึ้นกว่า 50 เท่า ในปี 57 แบ่งเป็น การปฏิบัติผิดเงื่อนไข 485 ราย มีขอผ่อนชำระคืน 5 ราย และส่งเอกสารให้กรมบัญชีกลางฟ้องร้อง 21 ราย เนื่องจากประชาชนที่เข้าร่วมในโครงการดังกล่าวไม่สามารถผ่อนชำระค่างวดกับบริษัทสินเชื่อเช่าซื้อ (ลีสซิ่ง) ได้ และไม่ได้ถือครองรถยนต์ครบ 5 ปีตามที่โครงการกำหนดไว้ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามความเคลื่อนไหวในโครงการรถคันแรก เพราะหลังจากโครงการสิ้นสุดลงเมื่อปลายปี 55 พบว่า มีประชาชนที่เข้าร่วมโครงการมีแนวโน้มนำเงินมาคืนให้กรมฯ ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ที่เข้าโครงการ เพราะไม่สามารถครอบครองรถยนต์ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ 5 ปีได้ รวมทั้ง ได้ประสานกับบริษัทลีสซิ่งเพื่อตรวจสอบข้อมูลในอนาคตว่า จะมีการยึดรถคืนหรือไม่ แต่เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา เพราะการปล่อยกู้นั้นจะต้องดูรายละเอียด และความสามารถในการผ่อนรถของผู้ที่ใช้สิทธิโครงการรถคันแรกอยู่แล้ว“มองว่าตัวเลขการนำเงินมาคืนให้กรมฯ ประมาณ 511 รายนั้น ยังไม่น่าเป็นห่วงเมื่อเทียบกับผู้ที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 1.25 ล้านราย ถือเป็นสัดส่วนที่น้อย เพราะผู้ที่ได้รับสิทธิ์แต่นำเงินมาคืนอาจมีเหตุผลทางการเงินที่ไม่สามารถผ่อนชำระต่อและครอบครองรถยนต์ครบตามเวลากำหนดไว้ รวมทั้ง บางรายต้องการที่จะเปลี่ยนรถยนต์รุ่นใหม่ ทำให้ต้องนำเงินมาคืนให้กับกรมฯ เพื่อไม่ให้ถูกการฟ้องร้อง ซึ่งเรื่องดังกล่าวผู้ที่เข้าร่วมโครงการรับทราบดีอยู่แล้ว”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สรรพสามิตเผยแนวโน้มติดตามเงินคืนพุ่ง

  • ประจิน ลาออกปธ.บอร์ดการบินไทย

    ประจิน ลาออกปธ.บอร์ดการบินไทย

    พล.อ.อ.ประจิน  จั่นตอง  ผบ.ทอ.  รองหัวหน้า คสช.และ หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ตนได้แจ้งขอลาออกจากประธานบอร์ดและกรรมการบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค. นี้ พร้อมกับบอร์ดได้แต่งตั้งนายอารีพงษ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน รักษาการประธานบอร์ดการบินไทยแทนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งประธานบอร์ดคนใหม่ และแต่งตั้ง พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง เป็นรองประธาน  ให้มีผลวันที่ 14 ส.ค.นี้  พล.อ.อ.ประจิน ระบุถึงเหตุผลที่ยื่นลาออกเนื่องจากต้องเป็นผู้รับผิดชอบและกำกับดูแลงานด้านรัฐวิสาหกิจและเสนอแนวทางในการปรับแก้ไขปัญหา และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการการปรับปรุงโครงสร้างตลอดจนกำหนดกฎกติกาให้กับรัฐวิสาหกิจ จึงจำเป็นต้องออกมาอยู่ข้างนอก และเนื่องจากตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ(ซุปเปอร์บอร์ด) ทำให้ต้องมีหน้าที่กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ 56 แห่ง  ทำให้มีเวลาในการเข้ามาดูแลการบินไทยได้น้อยลง  เพราะต้องมีเวลาส่วนหนึ่งไปดูแลรัฐวิสาหกิจอื่นๆด้วย      “ส่วนหนึ่งที่ผมเข้ามาเป็นประธานบอร์ดการบินไทยเพราะต้องการเข้ามาขับเคลื่อนแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทยให้กลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง และขณะนี้แผนเริ่มชัดเจนแล้วและสามารถดำเนินการงานได้  เมื่อถามว่าลาออกเพื่อเตรียมไปรับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประจิน กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องตำแหน่ง ครม. ส่วนที่มีข่าวจะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนั้นได้รับคำตอบกลับว่า เท่าที่ทราบน่าจะเป็นกระทรวงพลังงาน เพราะมีงานสำคัญและประเด็นน่าสนใจกว่า  แต่ก็ไม่แน่เพราะบางทีปากกับใจอาจไม่ตรงกัน      พล.อ.อ.ประจิน กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการเร่งด่วนปี 2558 จำนวน 67,110.11 หมื่นล้านบาท โดยครอบคลุมทุกโครงการทั้งทางถนน ทางบก รางน้ำ และอากาศ  ส่วนการพิจารณารายละเอียดยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย ระยะ 8 ปี ให้ไปทบทวนแผนแม่บท(มาสเตอร์แพลน)ใหม่ เพราะต้องมีการปรับโครงข่ายคมนาคมใหม่เพื่อให้เชื่อต่อกันได้ครอบคลุมมากขึ้น โครงการและงบประมาณที่ใช้ดำเนินการทั้งหมดจะเป็นเท่าไรจะมีการประชุมร่วมกันอีกประมาณ 2 ครั้ง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ประจิน ลาออกปธ.บอร์ดการบินไทย