วันนี้(14ส.ค.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์เลขาธิการกสทช. เปิดเผยว่า บริษัท แอปเปิ้ล เซาท์ เอเชีย ประเทศไทยขอเข้าเจรจา กรณีที่ได้เปิดเผยข้อมูลว่า สำนักงานกสทช.ได้ผ่านรับรองมาตรฐานไอโฟน 6 จำนวน 2รุ่นคือ รุ่น A1586 และ A1524 เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยในรายงานจะมีการจำหน่ายทั่วโลกปลายเดือนก.ย.นี้ นั้น โดยขอยืนยันว่าเป็นการให้ข้อมูลในการคุ้มครองผู้บริโภคและเป็นการทำงานปกติของสำนักงานกสทช.ตามพ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคมพ.ศ.2554 และพ.ร.บ.องค์การจัดสวรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 สำหรับบริษัทแอปเปิ้ล มีหนังสือส่งมาว่าขอให้ปิดเรื่องการผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานไอโฟน6 ไว้เป็นความลับรวมถึงการออกมาให้ข่าวว่าสำนักงานกสทช.เปิดเผยข้อมูลทางการค้านั้นถือว่าการกระทำดังกล่าวก้าวก่ายการดำเนินงานและอำนาจหน้าที่ของกสทช.เนื่องจากหากไอโฟน 6 ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานหากมีผู้ที่นำเข้าเครื่องเข้ามาในประเทศ หรือมาจำหน่ายถือว่ามีความปิดตามกฎหมายวิทยุคมนาคม มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากมีการนำไปโฆษณาถือว่ามีความปิดตามม. 6ของพ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 เช่นเดียวกัน “กระบวนการรับรองมาตรฐานเป็นสิทธิ์กสทช.ที่จะต้องเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ประชาชนทราบว่า เครื่องรุ่นไหน สามารถนำเข้ามาในไทยหรือ ใช้ได้โดยไม่เป็นอันตราย ยืนยันว่าเป็นสิทธิ์กสทช. ที่จะเผยข้อมูลดังกล่าว แต่ไม่สามารถบอกรายละเอียดของสเปคเครื่องไอโฟน 6 ได้ ถ้าไม่ให้พูดก็ต้องออกจากการเป็นเลขาธิการกสทช. และมองว่าหากแอปเปิ้ลจะทำการตลาดในประเทศไทยเมื่อใดก็ต้องกำหนดระยะเวลาที่จะนำมาขอตรวจที่กสทช.เอาเองส่วนจะแบนไม่นำสินค้าเข้าไทยหรือไม่นั้นเป็นสิทธิ์ของแอปเปิ้ล”นายฐากร กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โต้แอปเปิ้ลก้าวก่ายทำงานกสทช.ยันทำกฎหมายไทย
เดือน: สิงหาคม 2014
-

โต้แอปเปิ้ลก้าวก่ายทำงานกสทช.ยันทำกฎหมายไทย
-

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 14 สิงหาคม 2557 ปิดลบ 2.58 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (14 ส.ค.) ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นทันทีที่เปิดตลาดจากนั้นเคลื่อนไหวผันผวนสลับบวกลบตลอดวันเนื่องจากตลาดขาดปัจจัยบวกโดดเด่นผลักดันดัชนี จึงเผชิญแรงขายทำกำไรหลังจากตลาดปรับตัวสูงขึ้นวานนี้ซึ่งนักลงทุนรอให้น้ำหนักกับปัจจัยภายในประเทศด้านการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในสัปดาห์หน้า ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,538.67จุด และทะยานขึ้นสูงสุด 1,552.66จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,541.97จุด ลดลง 2.58 จุด หรือ 0.17% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 56,334.39 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1.จัสมิน ปิดที่ 6.50 เพิ่มขึ้น 0.25 บาท2.ช.การช่าง ปิดที่ 27.25 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง3.ธ.กรุงไทย ปิดที่ 23.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท4.ทรู ปิดที่ 10.10 บาท ลดลง 0.30 บาท5.ธ.ทหารไทย ปิดที่ 2.92 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 14 สิงหาคม 2557 ปิดลบ 2.58 จุด -

สั่งรวมแผนงานคสช.รอชงรัฐบาลใหม่
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งให้ สศช.รวบรวมแผนงานและนโยบายที่คสช.ได้ดำเนินการไปตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา รวมถึงโครงการเร่งด่วนของทุกส่วนราชการ เพื่อจัดทำเป็นร่างนโยบายเสนอรัฐบาลใหม่พิจารณาเป็นแนวทางขับเคลื่อนประเทศ โดยเน้นเรื่องการเพิ่มศักยภาพของประเทศในด้านที่มีความสำคัญมากกว่ามุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศเพียงอย่างเดียว “ขณะนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านระยะที่1 ไปสู่ระยะที่ 2 ตามที่คสช.ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะมีการจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้นในด้านนโยบาย หัวหน้าคสช.ก็ให้ไปรวบรวมโยบายที่คสช.ขับเคลื่อนไปตั้งแต่ 22 พ.ค. และแผนงานในช่วง 1ปีข้างหน้าของทุกส่วนราชการ ว่ามีโครงการอะไรบ้างที่มีความจำเป็นเร่งด่วนจะต้องเดินหน้าต่อ รวมถึงรวบรวมแผนงานใช่วง 3-4 เดือนก่อนหน้านี้ว่าได้ทำอะไรมาบ้าง จากนั้นจึงนำมาจัดทำเป็นร่างนโยบายเสนอให้รัฐบาลใหม่” ทั้งนี้ในแนวนโยบายที่เสนอรัฐบาลใหม่ สิ่งสำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติเห็นศักยภาพของประเทศไทย โดยต้องมีสิ่งที่ต้องดำเนินการ 5 เรื่อง คือ โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม และระบบโลจิสติกส์ต้องมีศักยภาพกว่าปัจจุบัน ,ภาคอุตสาหกรรมต้องเข้มแข็ง ผลิตสินค้าใหม่ๆ ไม่ผลิตสินค้าแข่งกับประเทศที่ผลิตสินค้าราคาถูก ,แก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน ,พัฒนาคุณภาพของคนให้มีศักยภาพ เน้นเรื่องการศึกษาให้มีเด็กที่เก่งอย่างทั่วถึง ผลิตบุคลากรให้ตรงกับความต้องการตลาด และสุดท้ายต้องเร่งส่งเสริมการใช้ประโยชน์ของนวัตกรรมเข้ามาผลิตสินค้าด้วย นายอาคมกล่าวว่า หัวหน้าคสช.ได้แสดงความเห็นหลายครั้ง เมื่อพูดถึงแผนพัฒนาฯของประเทศ ว่า ใช้แผนพัฒนาฯแล้วได้ผลสัมฤทธิ์ในนโยบายของแผนอะไรบ้าง และยังกล่าวถึงการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่12และ13ควบกันไปด้วย เพื่อวางแผนพัฒนาประเทศระยะต่อไป โดยการดำเนินการในส่วนนี้ต้องมีโรดแมปทั้งระยะปานกลางและระยะยาว ซึ่งสศช.เคยทำวิสัยทัศน์ประเทศไทยปี 2027 ไว้ ดังนั้นจึ้งต้องนำมามาทบทวนอีกครั้ง โดยจะหารือกันในสศช.ต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สั่งรวมแผนงานคสช.รอชงรัฐบาลใหม่