เดือน: สิงหาคม 2014

  • ชงใช้มาตรการภาษีกระตุ้นเที่ยวไทย

    ชงใช้มาตรการภาษีกระตุ้นเที่ยวไทย

    นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน สทท.จะเสนอประเด็นสำคัญ คือ การพิจารณาให้คนไทยที่ท่องเที่ยวในประเทศ สามารถนำค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว มาหักเป็นค่าลดหย่อน ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้ในวงเงินไม่เกิน 20,000 บาท เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ  และสร้างรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมายของปี 58 คือ มีรายได้ 800,000 ล้านบาท และ มีจำนวนการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทย 148 ล้านคนต่อครั้ง  ทั้งนี้การลดหย่อนภาษีสำหรับการท่องเที่ยวนั้น จะต้องเป็นการใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างๆ ได้แก่ การเข้าพักในโรงแรมที่ถูกกฎหมาย การใช้บริการบริษัทนำเที่ยวที่จดทะเบียนถูกต้องจากกระทรวงพาณิชย์ โดย สทท.ได้ประเมินว่า หากมาตรการที่เสนอนี้ผ่าน และสามารถอนุมัติใช้ได้ทันที จะช่วยกระตุ้นการเดินทางในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น)  ที่กำลังจะมาถึงได้ และ ควรจะต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มนักท่องเที่ยวเพื่อให้สามารถมีเวลาวางแผนท่องเที่ยวได้ด้วย  “มาตรการการลดหย่อนภาษีเป็นมาตรการ ที่เคยได้รับการอนุมัติสมัยรัฐบาล นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วแต่ ได้รับการอนุมัติแค่เพียง 3 เดือน และลดได้สูงสุด 15,000 บาท ซึ่งก็ยังไม่เห็นผลตอบรับจากประชาชนอย่างชัดเจนมากนัก เนื่องจากระยะเวลาน้อยไป แต่ครั้งนี้หากได้รับการอนุมัติจาก คสช. แล้วก็ไม่ใช่ว่าจะรายได้จากการท่องเที่ยวจะเพิ่มมากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ก็จะถือเป็นการ ทำให้โรงแรมผิดกฎหมายที่เป็นปัญหาใหญ่กับการท่องเที่ยวไทยในปัจจุบัน หันมาจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และ เข้าสู่ระบบได้” ด้านนายธเนศ วรศรัณย์ รองประธานสทท. กล่าวว่า  มาตรการลดหย่อนภาษีจะทำให้ภาครัฐอาจเสียรายได้จากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงถึง 4,000 ล้านบาทต่อปี  แม้จะได้ชดเชยจาก ภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) และภาษีนิติบุคคลในส่วนที่เคยอยู่นอกระบบในบางส่วน แต่ทั้งนี้ แม้จะต้องเสียภาษีจากนิติบุคคลธรรมดา แต่รัฐจะได้รับภาษีเงินได้นิติบุคคลจากผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว คือ โรงแรม และ บริษัททัวร์ ที่คนไทยไปใช้บริการ จึงทำให้เมื่อคิดคำนวนแล้ว  รายได้ใกล้เคียงกับภาษีที่เสียไป  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชงใช้มาตรการภาษีกระตุ้นเที่ยวไทย

  • ลุ้นคสช.อนุมัติตรึงค่าเอฟที

    ลุ้นคสช.อนุมัติตรึงค่าเอฟที

    นายสุนชัย คำนูนเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ.) เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) งวดเดือนก.ย. – ธ.ค.  ยังไม่สามารถระบุได้ว่า ค่าเอฟทีจะปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลง เนื่องจากต้องรอติดตามราคาเชื้อเพลิงย้อนหลังในช่วง 6 เดือนก่อนที่จะมีการพิจารณาปรับเอฟที โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก ที่ไทยนำเข้ามาผลิตไฟฟ้า  รวมทั้งการเคลื่อนไหวค่าเงินบาท และราคาน้ำมันที่มีความผันผวนสูง แม้ราคาในปัจจุบันจะปรับลดลง แต่ยังไม่สามารถวางใจได้ รวมทั้งจะต้องรอนโยบายจากภาครัฐ  คือ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า จะมีแนวทางอย่างไร   “การตรึงค่าไฟฟ้าอยู่ที่นโยบายจากภาครัฐโดยเฉพาะเรกูเลเตอร์ และคสช.ว่า เห็นควรอย่างไร หากตรึงค่าเอฟที ก็จะต้องขึ้นอยู่กับนโยบายการตรึงราคาเชื้อเพลิง ทั้งก๊าซและน้ำมันเป็นหลักด้วย โดยปัจจุบันกฟผ.รับภาระตรึงค่าไฟฟ้าในหลายงวดที่ผ่านมา 2,000-3,000 ล้านบาทที่ค้างอยู่ ถ้าตรึงต่อก็ต้องดูถึงสภาพคล่อง เพราะกฟผ.ควรมีกระแสเงินสดไว้บริหารอย่างน้อย 5,000  ล้านบาท และค่าไฟฟ้างวดใหม่มีปัจจัยลบ จากการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำจาก 2 เขื่อนหลักที่มีต้นทุนต่ำ คือ เขื่อนสิริกิตติ์ และภูมิพล ซึ่งมีสัดส่วนปริมาณน้ำเฉลี่ย 30% ถือว่า น้อยกว่าเกณฑ์ปกติ ทำให้การปล่อยน้ำลดต่ำการผลิตไฟฟ้าจากส่วนนี้จึงได้ลดลงไปด้วย” สำหรับภาพรวมการใช้ไฟฟ้าช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับปี 56 พบว่า ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหากเทียบกับช่วงต้นปี ที่ติดลบและเคยติดลบสูงสุดถึง 5% โดยการใช้ไฟฟ้าในเดือนเดือนมิ.ย. และก.ค.เริ่มขยายตัวขึ้น  ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นว่าสัญญาณเศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัว ดังนั้นคาดว่า ทั้งปีการใช้ไฟคาดว่า จะเติบโตในระดับ 2% ขณะที่ปี 58  ต้นทุนค่าไฟจะเฉลี่ยต่ำลง เนื่องจากจะมีการรับซื้อไฟเข้าระบบจากโครงการหงสาลิกไนต์ ประมาณ 1,600 เมกะวัตต์ซึ่งผลิตจากถ่านหินทำให้มีต้นทุนต่ำ  ส่วนการจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (พีดีดี) ฉบับใหม่ว่า วันที่ 15 ส.ค. กระทรวงพลังงาน จะเสนอกรอบเข้าสู่การพิจารณาจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) โดยหลักการแล้วกฟผ. จะมีส่วนเสนอแนะความเห็น โดยยังต้องการให้กฟผ.คงสัดส่วนการผลิตไฟทั้งหมด 50%  ของแผนเพื่อความมั่นคงของประเทศ รวมทั้งกระจายเชื้อเพลิง  โดยการคำนึงถึงพลังงานทดแทนที่เป็นไปได้ เพื่อบริหารต้นทุนค่าไฟเฉลี่ยไมให้สูง ส่วนกรณีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้นคงจะต้องอยู่ที่นโยบายว่าจะคงอยู่ในปลายแผนเหมือนเดิมหรือไม่  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลุ้นคสช.อนุมัติตรึงค่าเอฟที

  • กสท.ยังไม่ฟันฮอร์โมนซีซั่น1

    กสท.ยังไม่ฟันฮอร์โมนซีซั่น1

    วันนี้ (13 ส.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวภายหลังการประชุมบอร์ดว่า คณะอนุกรรมการกำกับผังและเนื้อหารายการ ที่มีพล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ เป็นประธาน ได้ขอถอนวาระการพิจารณาบทลงโทษซีรีส์ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น1 เนื่องจากทางแกรมมี่ผู้ผลิตซีรีส์ดังกล่าวได้ยื่นเอกสารเพิ่มเติม เช่น จดหมายชื่นชมจากสำนักงานสนับสนุนกองทุนส่งเสริมสุขภาพ(สสส.) ว่าซีรีส์เรื่องดังกล่าวถือว่ามีเนื้อหาที่ดี ทั้งนี้ บอร์ด กสท.จะต้องรอจนกว่าทางคณะอนุกรรมการฯจะส่งรายละเอียดดังกล่าวกลับมาให้บอร์ดกสท. พิจารณาอีกครั้งโดยเนื้อหาต้องไม่ขัดต่อมาตรา 37พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์พ.ศ.2551แต่ไม่เกี่ยวข้องกับซีซั่น 2 ที่กำลังออกอากาศอยู่แต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้พล.ท.พีระพงษ์ ได้เรียกทางแกรมมี่ พร้อมทีมผู้ผลิตซีรีส์เข้าหารือช่วงการเขียนบทซีซั่น2 และกำชับขอให้เนื้อหาซีซั่น2ซึ่งจะมีเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติดต้องไม่ขัดต่อมาตรา 37 รวมทั้งไม่ทำให้ก่อให้เกิดจิตนาการในทางที่ไม่ดีเหมือนซีซั่นแรกที่เคยมีปัญหาก่อนหน้า

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท.ยังไม่ฟันฮอร์โมนซีซั่น1