เดือน: สิงหาคม 2014

  • “ดีแทค”ออกมาตรการช่วยลูกค้า 3 จว.อีสานโดนน้ำท่วม

    “ดีแทค”ออกมาตรการช่วยลูกค้า 3 จว.อีสานโดนน้ำท่วม

    นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่นจำกัด(มหาชน)หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์อุทกภัยจากฝนตกต่อเนื่องใน 3 จังหวัดภาคอีสานคือ จ.อุบลราชธานี จ.ยโสธร และ จ.อำนาจเจริญ พบว่า ประชาชนและลูกค้าดีแทคที่อาศัยใน 3จังหวัดดังกล่าวรวม 14 อำเภอประสบความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมสูงทั้งที่อยู่อาศัยและเส้นทางติดต่อสัญจร ซึ่งคาดว่ามีฐานลูกค้าดีแทคทั้งแบบรายเดือนและเติมเงินอยู่มากกว่า 1 แสนคน ดีแทคจึงได้เร่งออกมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นโดยมีการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางข้อความสั้น(SMS)ให้กับลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์โดยตรงเพื่อให้สามารถใช้งานโทรศัพท์ติดต่อสื่อสารได้อย่างต่อเนื่องสำหรับลูกค้าดีแทคหรือแบบรายเดือนในพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับ SMS แจ้งสิทธิประโยชน์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและส่งกำลังใจโดยมีการปรับเพิ่มวงเงินพิเศษชั่วคราวจำนวน 500 บาท(สำหรับลูกค้าที่มีวงเงินคงเหลือน้อยกว่า 500 บาท)และเลื่อนวันชำระเงินแบบอัตโนมัติตั้งแต่วันนี้ถึง 23 ส.ค.57 (รวม 15 วัน) โดยอัตโนมัติสำหรับลูกค้าแฮปปี้หรือแบบเติมเงินจะได้รับ SMS แจ้งสิทธิประโยชน์โทรเบอร์ดีแทคฟรี 80 นาทีใช้ได้ 7 วันโดย กด*222*123# โทรออกลูกค้าที่ได้รับ SMSสามารถกดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 ก.ย.57 เพื่อใช้งานติดต่อสื่อสารได้อย่างต่อเนื่องในช่วงได้รับภัยน้ำท่วมด้าน นายปัญญา เวชบรรยงรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานปฏิบัติการโครงข่าย ดีแทค กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคอีสานจะไม่ส่งผลกระทบต่อสถานีฐานดีแทคขณะนี้มีการเตรียมพร้อมรับมือเป็นอย่างดี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าดีแทคในการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสถานการณ์และกรณีฉุกเฉิน โดยดีแทคยังได้จัดทีมงานพิเศษดูแลโครงข่ายเพื่อประเมินเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง และได้จัดเตรียมรถโมบายล์เคลื่อนที่พร้อมเครื่องปั่นไฟฟ้าแบบเคลื่อนที่ (mobilegenerator) ในกรณีฉุกเฉินพร้อมทั้งได้มีการเตรียมน้ำมันสำรองไว้ในกรณีสถานีฐานถูกตัดกระแสไฟฟ้าเพราะน้ำท่วมสูงเพื่อให้สามารถสื่อสารได้ถ้ามีการตัดกระแสไฟฟ้าพร้อมจัดเตรียมยานพาหนะเช่น รถขับเคลื่อน 4 ล้อและเรือสำหรับการเดินทางเข้า-ออกในพื้นที่สถานีชุมสายหลักได้ทุกพื้นที่อีกด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ดีแทค”ออกมาตรการช่วยลูกค้า 3 จว.อีสานโดนน้ำท่วม

  • ธ.ก.ส.ปลื้มอันดับเครดิตทริปเปิ้ลเอ

    ธ.ก.ส.ปลื้มอันดับเครดิตทริปเปิ้ลเอ

    นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่างประเทศ (เครดิต) บริษัท ฟิทช์ เรทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้แจ้งผลการจัดอันดับเครดิตเปรียบเทียบกับองค์กรต่างๆ ในประเทศ โดยเครดิตระยะยาวของ ธ.ก.ส.อยู่ที่ระดับ เอเอเอ ซึ่งมีความน่าเชื่อถือสูงที่สุดและมีความเสี่ยงต่ำที่สุด ส่วนเครดิตระยะสั้นไม่เกิน 13 เดือน อยู่ที่ระดับ เอฟ 1 บวก แสดงถึงระดับความสามารถชั้นสูงสุดในการชำระหนี้ตามเงื่อนไขของตราสารหนี้ตามกำหนด และมีความเสี่ยงน้อยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ออกตราสารหนี้รายอื่นในประเทศทั้งนี้ การจัดอันดับเครดิตดังกล่าวประเมินจากปัจจัยทางด้านความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยพิจารณาจากสภาวะแวดล้อมในการดำเนินงาน จุดแข็ง จุดอ่อนและอุปสรรคในการดำเนินงาน แนวทางการบริหารจัดการ การบริหารความเสี่ยงของธนาคาร และข้อมูลทางการเงินและผลประกอบการ โดยมีความน่าเชื่อถือสนับสนุน จากแนวโน้มที่ธนาคารจะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพราะมีความเกี่ยวโยงที่สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือของประเทศด้วย“อันดับเครดิตของ ธ.ก.ส.สะท้อนถึงมุมมองของฟิทช์ที่เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนเป็นพิเศษนอกเหนือจากการสนับสนุนในการดำเนินงานปกติภายในระยะเวลาที่เหมาะสม และสะท้อนถึงบทบาทพิเศษเฉพาะตัวของ ธ.ก.ส.ซึ่งมีความสำคัญต่อการสนับสนุนนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรและการพัฒนาชนบท”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธ.ก.ส.ปลื้มอันดับเครดิตทริปเปิ้ลเอ

  • ปั้นเอสเอ็มอีระดมทุนในตลาดเอ็มเอไอ

    ปั้นเอสเอ็มอีระดมทุนในตลาดเอ็มเอไอ

    นายเกรียงไกรเธียรนุกูลรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)เปิดเผยว่าในระยะ 3– 5 ปีนี้ควรผลักดันสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอ ไอ ได้ เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมักประสบปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนช่องทางนี้จะสร้างความพร้อมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแข่งขันให้ได้ในระดับสากลโดยเฉพาะการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)ในปี58 และเป็นแนวทางการส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาติตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) “ปัจจุบันเอสเอ็มอีไทยมีปัญหาเรื่องแหล่งที่มาของเงินทุนเนื่องจากสถาบันการเงินมีเงื่อนไขการกู้ที่เข้มงวดตามสภาพธุรกิจซึ่งตามแผนที่จะผลักดันให้เอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาติจะมีขั้นตอนในการสร้างศักยภาพให้เอสเอ็มอีมีความเข้มแข็งในทุกๆ ด้านรวมถึงหน่วยงานต่างๆก็จะมีศักยภาพขึ้นซึ่งล่าสุดทางคสช.เองก็ได้มีการแยกสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม(สสว.)สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีก็จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้นและระหว่างนี้ทุกฝ่ายควรช่วยกันส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีความพร้อมในการสร้างความแข็งแกร่งก่อนที่จะระดมทุนในตลาดเอ็มเอไอ” สำหรับข้อเสนอของส.อ.ท.ในการพัฒนาเอสเอ็มอีตามแผนดังกล่าว แบ่งเป็นระยะสั้น6เดือน-1ปีได้เสนอให้กำหนดกรอบงบประมาณในการพัฒนาออกจากกระทรวงอุตสาหกรรมกระทรวงพาณิชย์ และอื่นให้ชัดเจนเนื่องจากที่ผ่านมางบประมาณดังกล่าวมีการแอบแฝงอยู่แต่ละที่ทำให้การใช้เงินไม่เกิดประสิทธิภาพต่อการพัฒนาผู้ประกอบการอย่างแท้จริง เร่งรัดให้ทุกหน่วยงานทำงานแบบบูรณาการไปในทางเดียวโดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้รายได้ของเอสเอ็มอีมีสัดส่วน42%ของผลิตภัณฑ์มวลรวม(จีดีพี)จากปัจจุบันอยู่ที่37% “ยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองไทยได้ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเอสเอ็มอีให้ล้มหายตายจากไปมากพอสมควรแต่ขณะนี้ที่เหลือถือว่ามีความเข้มแข็งไปอีกระดับหนึ่งแล้วระยะสั้นเราก็จะต้องเร่งให้เขาเหล่านี้ที่ฟื้นตัวไม่กลับไปย่ำแย่อีกและก็มั่นใจว่าช่วงครึ่งปีจากนี้ทุกอย่างจะดีขึ้น” ส่วนระยะที่2 ภายใน2-3 ปีให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเอสเอ็มอี จัดทำดัชนีชี้วัดผลสำเร็จ(เคพีไอ)ให้ชัดเจนโดยให้รายงานผลการดำเนินงานเป็นไตรมาสต่อคณะกรรมการบริหารสสว.หรือบอร์ดสสว.ที่มีพล.อ.ประยุทธ์จัทร์โอชา หัวหน้าคสช.เป็นประธานเป็นต้น ขณะที่ระยะที่3 ภายใน3-5ปี ให้จัดทำเรทติ้งรวมถึงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยเอสเอ็มอีนิคมอุตสาหกรรมเอสเอ็มอี กองทุนส่งเสริมการไปลงทุนยังต่างประเทศเป็นต้นซึ่งเป้าหมายสูงสุดในระยะยาวนี้จะผลักดันให้เอสเอ็มอีมีสัดส่วนเป็น50%ของจีดีพีประเทศ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปั้นเอสเอ็มอีระดมทุนในตลาดเอ็มเอไอ