น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ จะจัดงาน “4 ทศวรรษ แฟรนไชส์ไทย” ในช่วงวันที่ 28-29 ส.ค. 57 ที่ลานอเนกประสงค์ชั้น 3 กระทรวงพาณิชย์ และที่ศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชั้น 6 เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ สร้างทักษะ ประสบการณ์และการขยายเครือข่ายธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจในการส่งเสริมของกรมฯ และเป็นการสร้างโอกาสทางการตลาดให้ผู้ประกอบธุรกิจได้พบปะกับกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่ผู้ที่ประสงค์จะมีธุรกิจเป็นของตนเอง“กรมฯ ได้คัดธุรกิจแฟรนไชส์ที่ผ่านการฝึกอบรมจากกรมฯ มาแล้ว ประมาณ 100 ราย มาจัดบูธแสดงศักยภาพของธุรกิจ เพื่อให้ผู้ที่สนใจมีธุรกิจเป็นของตนเอง ได้เข้ามาเลือกซื้อเลือกหา เพื่อนำไปประกอบเป็นธุรกิจเลี้ยงชีพให้กับตนเอง”สำหรับแฟรนไชส์ที่กรมฯ ได้นำมาให้ผู้ที่สนใจทำธุรกิจเลือกซื้อ ได้แก่ กลุ่มสินค้าอาหาร เช่น ไก่ทอด ก๋วยเตี๋ยว ขนมหวาน กาแฟ กลุ่มบริการ เช่น รับซักแห้ง ตกแต่งบ้าน ลดความอ้วน รับสร้างบ้าน ดูแลรถ ศูนย์ถ่ายเอกสาร สปาและเสริมความงาม กลุ่มการศึกษา เช่น สอนคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ กวดวิชา และกลุ่มค้าปลีก เช่น ร้านขายยา
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรมพัฒนาธุรกิจฯเสริมทักษะแฟรนไชส์ไทย
เดือน: สิงหาคม 2014
-

กรมพัฒนาธุรกิจฯเสริมทักษะแฟรนไชส์ไทย
-

นักลงทุนแห่ขอบีโอไอก.ค.สูงสุดรอบ 7 เดือน
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า สถิติการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วง 7 เดือน (ตั้งแต่ม.ค.- ก.ค.) มีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 770 โครงการ ลดลง 30.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เงินลงทุนรวม 371,500 ล้านบาท ลดลง 41.4% เทียบกับช่วงเดียวกันปี แม้จะมีอัตราลดลง แต่ก็เป็นการลดที่น้อยลง เมื่อเทียบกับช่วงก่อน ๆ ที่ปรับลดลงอย่างมาก ชี้ให้เห็นว่า นักลงทุนเริ่มมั่นใจต่อสถานการณ์ในประเทศไทยมากขึ้น ตั้งแต่จัดตั้งคณะกรรมการบีโอไอ โดยเฉพาะเดือนก.ค. มีนักลงทุนยื่นขอรับส่งเสริม 147 โครงการ เป็นสถิติสูงสุดในรอบ 7 เดือนนับตั้งแต่เดือนม.ค.ที่ผ่านมาสำหรับกิจการที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มที่ได้รับความสนใจสูงสุดคือ กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง 160 โครงการ เงินลงทุน 174,100 ล้านบาท รองลงมาเป็นกลุ่มบริการและสาธารณูปโภค 239 โครงการ เงินลงทุน 104,300 ล้านบาท ตามด้วยกลุ่มเคมี กระดาษ และพลาสติก 74 โครงการ เงินลงทุน 33,800 ล้านบาท และกลุ่มกิจการเกษตรกรรม และผลิตผลจากการเกษตร 112 โครงการ เงินลงทุน 24,400 ล้านบาท“ภาวะการลงทุนในไทย เริ่มส่งสัญญาณที่ดีให้เห็นตั้งแต่เดือนพ.ค. แล้ว โดยมีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คือ เดือนพ.ค. มียื่นขอรับส่งเสริม 117 โครงการ เดือนมิ.ย.มียื่นขอรับส่งเสริม 130 โครงการ และเดือนก.ค. มียื่นขอรับส่งเสริม 147 โครงการ ถึงแม้มูลค่าเงินลงทุน จะไม่สูงมากนัก แต่จำนวนโครงการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนที่เคยชะลอการยื่นขอรับส่งเสริมไว้ก่อนหน้านี้ กลับมาเชื่อมั่นประเทศไทยอีกครั้ง”ส่วนภาพรวมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ช่วง 7 เดือน มีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนรวมทั้งสิ้น 477 โครงการ ลดลง 32% เงินลงทุนรวม 260,888 ล้านบาท ลดลง 12% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยนักลงทุนจากญี่ปุ่นเป็นกลุ่มที่เข้ามาลงทุนในไทยสูงสุด 220 โครงการ ลดลง 41% เงินลงทุน 89,910 ล้านบาท ลดลง 52% ขณะที่การลงทุนจากสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และเกาหลีใต้ กลับมีทิศทางของการเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ มีโครงการลงทุนจากสหรัฐ ฯ ยื่นขอรับส่งเสริม 16 โครงการ เงินลงทุน 36,705 ล้านบาท มูลค่าสูงกว่า 4 เท่าเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนขณะที่การลงทุนจากสหภาพยุโรปมียื่นขอรับส่งเสริมทั้งสิ้น 70 โครงการ เงินลงทุนรวม 67,000 ล้านบาท มูลค่าเงินลงทุนปรับเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า 3 เท่าตัว ส่วนการลงทุนจากเกาหลีใต้มียื่นขอรับส่งเสริมทั้งสิ้น 27 โครงการ เงินลงทุนรวม 13,716 ล้านบาท สูงขึ้นกว่า 9 เท่าตัวแหล่งข่าวจากบีโอไอ กล่าวว่า สถิติการยื่นขอลงทุนของประเทศสหรัฐ ฯ และสหภาพยุโรป สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชี้ให้เห็นว่า นักลงทุนทั้งในประเทศสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป มีความมั่นใจในสถานการณ์ประเทศไทยมากขึ้น แม้ก่อนหน้านี้จะมีสถานการณ์สหรัฐฯ ประกาศปรับลดระดับประเทศไทยไปอยู่ในกลุ่ม ประเทศที่ล้มเหลวในการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ (เทียร์ 3) และสหภาพยุโรปปรับลดความสัมพันธ์กับไทยก็ตาม
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นักลงทุนแห่ขอบีโอไอก.ค.สูงสุดรอบ 7 เดือน -

นักท่องเน็ตไทยชอบดูวิดีโอออนไลน์
การเปิดตัว Youtube ประเทศไทยในเดือนเมษายนที่ผ่านมานั้นบ่งชี้ถึงสถิติการใช้งานเว็บไซต์ยูทูปเมื่อปีที่ผ่านมาอันสวยงามของประเทศไทยเมื่อพฤติกรรมการรับชมวีดีโอออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ตในไทยขยายตัวอย่างมากคนไทยมีแนวโน้มใช้งานยูทูปเพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆทั้งในแง่การเข้าชมวีดีโอแสดงความคิดเห็นตลอดจนการสร้างเนื้อหาโดยเหล่าผู้ผลิตคอนเทนต์ในไทยเองที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลสำรวจพฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกConnected Life 2014 ในกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 55,000คนใน 50 ประเทศทั่วโลก โดยบริษัทวิจัยตลาด ทีเอ็นเอส โกลบอล ระบุว่าวิดีโอออนไลน์ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลก โดยกว่า 60%เข้าชมทุกสัปดาห์ 25% เข้าชมเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ใช้เน็ตที่มีอายุระหว่าง25-34 ปี หรือ Active User โปรดปรานหรือเสพติดการเข้าชมวีดีโอออนไลน์โดยผลสำรวจครั้งล่าสุดระบุว่าราว 30% ของกลุ่มผู้ใช้เน็ตทั่วโลกมีอายุระหว่าง25-34 ปี มีพฤติกรรมเปิดชมวีดีโอออนไลน์เป็นประจำทุกวัน และ 66%รับชมไม่ต่ำกว่าสัปดาห์ละครั้ง รองลงมา ได้แก่กลุ่มผู้ใช้เน็ตทั่วโลกที่มีอายุระหว่าง 16-24 ปี (ซึ่งกว่า 29%ยอมรับว่าพฤติกรรมเปิดชมวีดีโอออนไลน์เป็นประจำทุกวัน และ 65%เข้าชมไม่ต่ำกว่าสัปดาห์ละครั้ง) ผู้ใช้เน็ตทั่วโลกที่มีอายุระหว่าง 35-44 ปี ( 25%มีพฤติกรรมเปิดชมวีดีโอออนไลน์เป็นประจำทุกวัน และ 60%เข้าชมไม่ต่ำกว่าสัปดาห์ละครั้ง) และ ผู้ใช้เน็ตทั่วโลกที่มีอายุระหว่าง 45-54 ปี(18% ติดเปิดชมวีดีโอออนไลน์เป็นประจำทุกวัน และ 51% เข้าชมเป็นไม่ต่ำกว่าสัปดาห์ละครั้ง)ตามลำดับ รั้งท้ายด้วยกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่สูงวัยขึ้น คือผู้ใช้เน็ตทั่วโลกที่มีอายุระหว่าง 55-65ปี ที่ผลสำรวจชี้ว่า 15% มีพฤติกรรมเปิดชมวีดีโอออนไลน์เป็นประจำทุกวัน และ 43%เข้าชมไม่ต่ำกว่าสัปดาห์ละครั้ง นายราล์ฟ แมตเทียส กรรมการผู้จัดการบริษัทวิจัยทีเอ็นเอส ประเทศไทยสะท้อนเทรนด์ของพฤติกรรมดังกล่าวในเมืองไทยว่า ผลสำรวจพบว่า 11%ของใช้เน็ตชาวไทยเข้าชมวีดีโอออนไลน์ทุกวัน ขณะที่ 38%เข้าชมวีดีโอออนไลน์ไม่ต่ำกว่าสัปดาห์ละครั้งและมีแนวโน้มจะขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยในอนาคตตามแนวโน้มที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจะมีจำนวนมากขึ้นและต่างโหยหาคอนเทนต์ออนไลน์ในรูปแบบวีดีโอที่ไม่เพียงบริโภคง่ายแต่ยังมีความคล่องตัวในการรับชมข้อมูลข่าวสารโปรดย้อนหลังได้อย่างสะดวกสบายตามต้องการซึ่งวีดีโอออนไลน์สามารถตอบสนองความต้องการข้อมูลข่าวสารทางเลือกของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างตรงใจเห็นได้จากความนิยมในการรับชมช่องรายการยอดนิยมต่างๆบน Youtube ของผู้บริโภคในเมืองไทย Viki เว็บสตรีมมิ่งชื่อดังของสิงคโปร์ตลอดจน บริการรายการทีวีและภาพยนตร์ผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต BBC iPlayer ในอังกฤษรวมถึง Hulu และHBO GO ในสหรัฐอเมริกาที่เปิดให้ผู้คนสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้อย่างสะดวกง่ายดายผ่านโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นักท่องเน็ตไทยชอบดูวิดีโอออนไลน์