วันนี้ (11สค.57) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือสดร.เผยแพร่ภาพถ่ายซุปเปอร์ฟูลมูน หรือพระจันทร์เต็มดวงใกล้โลกมากสุดในรอบปี ที่สดร.ถ่ายไว้ที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อ01.04 น.ของคืนวันที่ 10ต่อเช้าวันที่ 11 สิงหาคม 2557 ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดารองผู้อำนวยการ สดร.เปิดเผยว่า แม้ในช่วงหัวค่ำ พื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่จะมีฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย ฝนหยุดตกแล้วก็ยังมีกลุ่มเมฆหนาทึบมาบดบังดวงจันทร์ จนแทบหมดหวัง กระทั่งเวลาประมาณ 01.04 น. สดร.จึงสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ ในขณะที่หลายพื้นที่ในประเทศไทย อาทิ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ราชบุรี มหาสารคาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพชรบุรี สุราษฎ์ธานี เป็นต้น สภาพท้องฟ้าเปิดให้ได้ยลโฉมดวงจันทร์เต็มดวงสุกสว่างได้ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ สวยงามไม่แพ้กัน ทั้งนี้เมื่อเวลา 00.46 น.ของคืนวันที่ 10 สิงหาคมต่อเช้าวันที่ 11สิงหาคม 2557 เป็นเวลาที่คนไทยได้ชมดวงจันทร์เต็มดวงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในรอบปีหรือที่เรียกว่าซุปเปอร์ฟูลมูน เนื่องจากดวงจันทร์โคจรมาเข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบปีที่ระยะห่าง356,896 กิโลเมตร ประกอบกับเป็นวันที่ดวงจันทร์เต็มดวงพอดี คนบนโลกจึงสามารถมองเห็นดวงจันทร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติประมาณ 10% ส่วนในปี2558 ดวงจันทร์จะโคจรมาเข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบปีอีกครั้งในวันที่ 28 กันยายน 2558 ที่ระยะห่าง 356,876 กิโลเมตร อย่างไรก็ดีในช่วงวันแม่ยังมีปรากฎการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าสนใจอีกหนึ่งปรากฏการณ์คือฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ซึ่งจะเกิดขึ้นช่วงหลังเที่ยงคืนของวันที่ 12 จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 13 สิงหาคม2557 หรือในเวลาประมาณ 01:00-04:00 น. โดยฝนดาวตกดังกล่าวจะสังเกตได้บนท้องฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจุดศูนย์กลางการกระจายอยู่บริเวณระหว่างกลุ่มดาวค้างคาว (Cassiopeia) และกลุ่มดาวเพอร์เซอุส(Perseus) โดยในช่วงเวลาดังกล่าวอาจมีจำนวนดาวตกที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าถึง75-100 ดวงต่อชั่วโมง แต่เนื่องจากเป็นช่วงกลางฤดูฝน และในคืนวันที่ 12 สิงหาคม2557 มีแสงจันทร์รบกวน ทำให้สภาพท้องฟ้าอาจไม่เอื้ออำนวยต่อการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ทำให้ในปีนี้อาจไม่สามารถมองเห็นฝนดาวตกมากเท่าที่ควร
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คนไทยเฮชมจันทร์เต็มดวงใหญ่สุดในรอบปี
เดือน: สิงหาคม 2014
-

คนไทยเฮชมจันทร์เต็มดวงใหญ่สุดในรอบปี
-

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซโตไปรษณีย์ไทยกำไรเพิ่ม
ส้มหล่นจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโต ไปรษณีย์ไทยครึ่งปีแรกโกยกำไรเพิ่ม คาดสิ้นปีนี้มีกำไร 2 พันล้านบาท จับมือแอร์เอเชีย บริการส่งของแบบด่วนพิเศษถึงผู้รับภายใน 1 วัน น.ส.อานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) กล่าวว่า ครึ่งปีแรก ปณท. มีรายได้ 10,642.50 ล้านบาท กำไรเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 852 ล้านบาท ซึ่งรายได้หลักก็ยังคงเป็นในส่วนของอีเอ็มเอส ซึ่งในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีปริมาณเพิ่มขึ้นถึง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปี 57 คาดว่าจะมีกำไรที่ 2,000 ล้านบาท จากธุรกิจสื่อสาร อาทิ จดหมาย ไปรษณียบัตร ของตีพิมพ์ ธุรกิจบริการด้านการขนส่งสิ่งของ อาทิ บริการอีเอ็มเอส โลจิสโพสต์ ธุรกิจค้าปลีก อาทิ ตราไปรษณียากร บริการเพย์ แอด โพสต์ บริการอร่อยทั่วไทยและธุรกิจการเงิน อาทิ บริการธนาณัติออนไลน์ บริการรับชำระ บริการสำรองตั๋วไทยทิคเก็ตเมเจอร์ บริการเวสเทิร์นยูเนี่ยน และค่าบริการสินค้าฝากขาย จากการที่อีคอมเมิร์ซมีการเติบโต 20% ของตลาด ทำให้บริการไปรษณีย์แบบอีเอ็มเอสมีมากขึ้นด้วย เพราะต้องการการจัดส่งที่รวดเร็ว โดยวางฐานการขนส่งทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ดังนี้ 1. โลจิสโพสต์ ซึ่งมีน้ำหนักสูงสุด 200 กก. ส่งถึงที่ทำการไปรษณีย์ปลายทางภายใน 5-7 วันทำการ 2.โลจิสโพสต์ พลัส ซึ่งเป็นการนำจ่ายภายใน 3 วัน และโลจิสโพสต์ระหว่างประเทศ เปิดให้บริการ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ 89 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ประเทศปลายทางที่เปิดบริการ 32 ประเทศ อาทิ อเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น อิตาลี จีน ลาว พม่า เวียดนาม เป็นต้น ล่าสุด ไปรษณีย์ไทยได้ร่วมมือกับแอร์เอเชีย เปิดบริการ อีเอ็มเอส ซูปเปอร์สปีด ส่งสิ่งของในประเทศด้วยความเร็วด่วนพิเศษ มาตรฐานการนำจ่ายในวันเดียวกันกับวันรับฝาก สามารถตรวจสอบสถานะของสิ่งของได้ตลอดเส้นทางผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนด้วยแอพ Track&Trace และเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th ได้ตลอด 24 ชม. ซึ่งเจ้าหน้าที่จะโทรฯ นัดหมายผู้รับ พร้อมโทรฯ แจ้งผู้ส่งเมื่อผู้รับได้รับของแล้ว.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธุรกิจอีคอมเมิร์ซโตไปรษณีย์ไทยกำไรเพิ่ม -

พฤติกรรมใช้เน็ตของคนไทย ก้มหน้าบนมือถือวันละ7ชม.
ไม่แปลกหากจะเรียกว่า “ยุคสังคม ก้มหน้า” เนื่องจากตัวเลขพฤติกรรมผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยปี 2557 เฉลี่ยสูงถึงวันละ 7.2 ชั่วโมง หรือคนใช้เวลาเกือบ 1 ใน 3 ของวันเพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ต ส่วนใหญ่ใช้งานบนสมาร์ทโฟน ที่แลกมาพร้อมกับภัยสุ่มเสี่ยงความไม่ปลอดภัย นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA (สพธอ) ระบุว่า พฤติกรรมคนใช้งานสังคมออนไลน์สูงขึ้น โดยจากผลสำรวจพบว่า เฟซบุ๊ก ครองอันดับ 1 ส่วนรองลงมาคือ ไลน์ กูเกิลพลัส อินสตาแกรม และทวิตเตอร์ การเติบโตของพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ มาพร้อมกับสุ่มเสี่ยงการเกิดมิจฉาชีพ เมื่อการพูดคุยถูกเปลี่ยนมาสู่กิจกรรมด้านข้อมูล เช่น เช็กอินผ่านเฟซบุ๊กเพื่อบอกว่าทำอะไร ที่ไหน การแชร์ คือ โพสต์ภาพ แชร์ภาพที่เป็นส่วนตัวในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะการเซลฟี่ หรือการถ่ายรูปตัวเอง เปิดเผยพิกัดหรือสถานที่ให้เป็นสาธารณะที่คนอื่นสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้ นอกจากนี้พฤติกรรม ไม่เคยเปลี่ยนรหัสผ่านทุก ๆ 3 เดือนสูงถึง 75% การให้ข้อมูลส่วนตัวต่อเว็บไซต์ที่ใช้บริการ ไม่กำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูล ไม่อ่านเงื่อนไขการให้บริการ ไม่ตรวจสอบสอบการแชร์ ส่งต่อภาพ ข้อความ ว่ามาจากแหล่งใดก่อน และสุดท้ายที่ไม่ควรไว้วางใจคือ การบอกรหัสผ่านให้กับผู้อื่นทราบ ที่ล้วนแต่สุ่มเสี่ยงต่อการจับตามองของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่แฝงตัวอยู่บนโลกออนไลน์ เพื่อหวังทรัพย์สิน เงินทอง หรือแม้กระทั่งชีวิตในขณะที่การใช้งานอินเทอร์เน็ต อย่างการช้อปสินค้าออนไลน์สั่งซื้อผ่านสมาร์ทโฟน มี 38% แต่กลับมีการทำธุรกรรมโอนเงินเพื่อชำระสินค้ามีเพียง 29% ซึ่งอาจเป็นตัวการันตีได้ว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจในระบบความปลอดภัยด้านชำระค่าบริการ ส่วนพฤติกรรมช้อปออนไลน์ที่ไม่เปลี่ยนแปลง คือ ซื้อสินค้าและบริการที่แพง จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต ส่วนคนที่ซื้อสินค้าและบริการราคาถูกจะโอนเงินผ่านธนาคาร ส่วนคนที่ชอบโอนเงินมากกว่า 50,000 บาท ได้ทำธุรกรรมผ่านมือถือ โดยเข้าผ่านหน้าเว็บไซต์ของธนาคารมากกว่าการเข้าจากแอพพลิเคชั่น ซึ่งอาจจะเป็นส่วนหนึ่งการถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้บอกเลขที่บัตรเครดิต หรือเลขที่บัญชีธนาคารผ่านเว็บไซต์ที่ทำเลียนแบบ อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้ใช้งานตรวจสอบอย่างละเอียด ขอให้สังเกตตัวอักษร สี ต่าง ๆ เนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพพวกนี้ที่ทำเลียนแบบได้เหมือนมาก และให้ตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัยในการทำธุรกรรมต่าง ๆ เนื่องจากแนวโน้มการซื้อออนไลน์มีอัตราสูงขึ้น แม้จะถูกเรียกว่า “สังคมก้มหน้า” แต่สิ่งที่ยุคนี้ต้องพึ่งระวังถึงความปลอดภัยการใช้งาน เนื่องจากเมื่อเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต โซเชียล มีเดีย เติบโตมากเท่าไหร่ อาจจะเป็นช่องว่างให้กลุ่มมิจฉาชีพหากินได้ง่าย. สุรัสวดี สิทธิยศ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พฤติกรรมใช้เน็ตของคนไทย ก้มหน้าบนมือถือวันละ7ชม.