เดือน: สิงหาคม 2014

  • ก.อุตฯเดินหน้าอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

    ก.อุตฯเดินหน้าอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

    ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  เปิดเผยว่า  ปัจจุบันการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมเผชิญกับแรงกดดันทั้งการแข่งขันด้านการตลาด ด้านการยอมรับของสังคม และการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการเพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จึงมีความจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และสังคมไปพร้อมกัน โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน พร้อมกับสร้างจิตสำนึกของผู้ประกอบการในการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงนำมาซึ่งแนวคิดการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ( Eco – Industry ) ซึ่งเป็นการผนวกรวมแนวคิดเชิงเศรษฐศาสตร์ ( Economy) ที่มุ่งแสวงหาผลกำไรกับแนวความคิดเชิงนิเวศ ( Ecology ) ที่มุ่งเน้นการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลในระบบนิเวศ ให้ความสำคัญต่อการพึ่งพาอาศัยกันของ สิ่งแวดล้อม ชุมชน และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และพลังงาน อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งต่อให้ลูกหลานต่อไป ด้าน  ดร. พสุ  โลหารชุน  อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม  กล่าวว่า  กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะผู้รับผิดชอบการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ประเทศไทยพัฒนา ส่งเสริมความเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Town) ให้เป็นรูปธรรมภาย  ในปี พ.ศ.2561 ซึ่งในระหว่างปี พ.ศ.2553 จนถึง ปี พ.ศ.2556 กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ดำเนินโครงการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ในเขตประกอบการอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรม และชุมชนอุตสาหกรรม จำนวน 9 พื้นที่ ดังนี้ เขตประกอบการอุตสาหกรรมไออาร์พีซี จังหวัดระยอง เขตประกอบการอุตสาหกรรมเหมราชระยอง จังหวัดระยอง ชุมชนอุตสาหกรรม ไอ.พี.พี. จังหวัดระยอง สวนอุตสาหกรรม 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค จังหวัดปราจีนบุรี สวนอุตสาหกรรม เครือสหพัฒน์  กบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี สวนอุตสาหกรรม เครือสหพัฒน์ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สวนอุตสาหกรรมบางกะดี จังหวัดปทุมธานี  เขตประกอบการอุตสาหกรรมเหมราชสระบุรี จังหวัดสระบุรี สำหรับการดำเนินโครงการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมในปีนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ขยายพื้นที่โครงการออกไปครอบคลุมพื้นที่อุตสาหกรรมในจังหวัดต่าง ๆ ที่มีการประกอบกิจการโรงงานจำนวนมาก ในขณะเดียวกันก็ดำเนินการส่งเสริมการจัดทำกิจการและแผนงานแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมในพื้นที่ประกอบการอุตสาหกรรมทั้ง 9 แห่ง อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วยโครงการย่อย 6 โครงการอันได้แก่โครงการศึกษาเพื่อจัดทำแผนแม่บทเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ โครงการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (จังหวัดระยอง และจังหวัดปราจีนบุรี โครงการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (จังหวัดปทุมธานี, จังหวัดชลบุรี, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดสระบุรี)  โครงการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับแผนแม่บทเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ โครงการเผยแพร่ความรู้การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ กิจกรรมอุตสาหกรรมรวมใจภักดิ์ รักษ์แม่น้ำและโครงการจัดทำศูนย์พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Town Center) “โดยทั้ง 6 โครงการ ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมมีการเปิดตัวตราสัญลักษณ์ “Eco Industrial Town” และมัสคอต “โอซี่ (OCE)” และ”น๊อต (NWOT)” ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากผลงานของภาคประชาชนได้ส่งเข้าประกวดในเดือนกรกฏาคม 2557 ที่ผ่านมา และมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดตั้งเครือข่ายอุตสาหกรรมเชิงนิเวศระหว่างกรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดที่เกี่ยวข้อง 6 จังหวัด และเขตประกอบการอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรม และชุมชนอุตสาหกรรม ทั้ง 9 แห่ง ขึ้น  เครือข่ายอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่ตั้งขึ้น จะเป็นศูนย์แลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน และเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ  ต่อไป” อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวทิ้งท้าย.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ก.อุตฯเดินหน้าอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

  • ราคาข้าวไทยปรับเพิ่มต่อเนื่อง

    ราคาข้าวไทยปรับเพิ่มต่อเนื่อง

    ร.ต.ท.เจริญเหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์การค้าข้าวในช่วงนี้พบว่าประเทศคู่แข่งของไทยไม่มีสินค้าแล้วและหลายประเทศทยอยหาซื้อข้าวเก็บเข้าสต็อกเพราะกังวลสภาพอากาศในปีหน้าส่งผลให้ราคาข้าวขาว 5%ของไทยเพิ่มขึ้นจาก 390  ดอลลาร์สหรัฐต่อตันมาอยู่ที่ 450 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันและมีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นได้ถึง 500 ดอลลาร์ฯ ต่อตัน  ส่วนข้าวหอมมะลิราคาปรับขึ้น จาก 970-980 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน มาอยู่ที่ 1,050 ดอลลาร์ฯ ส่วนราคาข้าวเปลือกในประเทศก็ขยับขึ้นจาก7,000 ต่อตัน เป็น 8,500บาทต่อตัน  แสดงให้เห็นว่าตลาดมีความต้องการข้าวสูงทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ    นายชูเกียรติโอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า  มีความเป็นไปได้สูงที่ไทยจะส่งออกข้าวได้เกินกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้เดิมที่ 9  ล้านตัน แต่อาจจะไม่ถึง 10 ล้านตันส่งผลให้ราคาข้าวใหม่ที่จะออกในช่วงปลายปีขยับได้ถึงราคาตันละ 8,500 บาทตามที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องการได้โดยประเทศผู้ซื้อส่วนใหญ่ต้องการข้าวที่จะออกมาใหม่ และไม่สนใจข้าวเก่าในสต็อกมากนัก 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาข้าวไทยปรับเพิ่มต่อเนื่อง

  • ‘ปิยสวัสดิ์’ เดินหน้าพลังงานหมุนเวียน

    ‘ปิยสวัสดิ์’ เดินหน้าพลังงานหมุนเวียน

    นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์  ประธานมูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม (มพส.) เปิดเผยว่ามพส.ได้จัดทำแนวทางพัฒนาพลังงานหมุนเวียนของประเทศ เพื่อเสนอต่อกระทรวงพลังงานและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เพื่อนำไปประกอบการจัดทำปฏิรูปราคาพลังงานต่อไปโดยเสนอให้ยกเลิกคณะกรรมการบริหารมาตรการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อกำจัดช่องทางเรียกผลประโยชน์ของนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจและสร้างความโปร่งใสการปรับปรุงกฎหมาย และระเบียบกฎเกณฑ์ที่ซ้ำซ้อน เช่นให้ยกเว้นโรงไฟฟ้าขยะที่มูลค่าเงินลงทุนเกิน 1,000 ล้านบาทไม่ต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ  นอกจากนี้การส่งเสริมโครงการพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา(โซลาร์รูฟท็อป) จำนวน 200 เมกะวัตต์ให้เปิดเสรีไม่มีการจำกัดโควต้า ขยายกำลังการผลิตติดตั้งได้เกินกว่า 10 กิโลวัตต์ และไม่จำกัดเพียงหลังคาบ้านเท่านั้น สำหรับประเภทบ้านพักอาศัยและโครงการติดตั้งสำหรับใช้เองให้สามารถใช้วิธีหักลบหน่วยมิเตอร์ได้ ส่วนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ระดับชุมชน 800 เมกะวัตต์มอบหมายให้กระทรวงพลังงานเป็นผู้ดำเนินการแทนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)และพิจารณารับซื้อไฟฟ้าโดยกระจายโครงการให้ชุมชนมีส่วนร่วมครอบคลุมทุกภาคของประเทศและกำหนดอัตราการรับซื้อไฟฟ้าโดยใช้วิธีการประมูลแข่งขัน  ขณะเดียวกันเสนอให้กำหนดมาตรการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนที่ชัดเจนให้ผู้มีส่วนได้เสียได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยไม่ให้มีการอุดหนุนหรืออุดหนุนน้อยที่สุด ใช้ระบบการแข่งขันด้านราคาและหลีกเลี่ยงการให้โควต้าการผลิตควรแยกกิจการระบบผลิตไฟฟ้าออกจากกิจการระบบส่งไฟฟ้า , รวมทั้งเสนอให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)  อนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้าในรูปแบบวันสต๊อปเซอร์วิสออกใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้าให้แก่โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำของ พพ. จำนวน 23โครงการประสานงานร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายอย่างใกล้ชิดในการกำกับดูแลลดขั้นตอนในการติดต่อและใช้ระบบส่งข้อมูลแบบออนไลน์   อย่างไรก็ตาม ควรส่งเสริมโครงการพลังงานหมุนเวียนอื่นๆเช่น ส่งเสริมโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนระดับชุมชนเพื่อกระจายแหล่งผลิตไฟฟ้าไปยังชุมชนที่มีศักยภาพและเพื่อลดกระแสการต่อต้านจากชุมชนอีกทั้งเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาและร่วมเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าและมาตรการที่จะใช้ในการส่งเสริมโครงการพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘ปิยสวัสดิ์’ เดินหน้าพลังงานหมุนเวียน