เซอร์เฟซ โปร 3 (Surface Pro 3 ) เป็นทั้งแท็บเล็ตและแล็ปท็อปในเครื่องเดียวตัวเครื่องบางกว่าแมคบุ๊ก แอร์ 11 นิ้วถึง 30 เปอร์เซ็นต์ หน้าจอคมชัดระดับ Full HD ขนาด12 นิ้ว ขาตั้งใหม่ที่ปรับระดับได้ทุกองศา ก็พร้อมรองรับทุกสถานการณ์การใช้งาน โปรเซสเซอร์อินเทล คอร์ เจนเนอเรชั่นที่ 4 และระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8.1 โปร จึงสามารถใช้งานโปรแกรมต่างๆ ที่คุ้นเคยได้เช่นเดียวกับบนแล็ปท็อปไม่ว่าจะเป็น ชุดโปรแกรมออฟฟิศ การเปิดใช้งานหน้าจอแบบมัลติทาสก์และอื่นๆ ปากกาเซอร์เฟซ เพน รุ่นใหม่สามารถวาดภาพหรือจดบันทึกได้อย่างแม่นยำและเที่ยงตรงเพียงคลิกเดียวที่ปุ่มด้านบนปากกา หน้าต่างโปรแกรม OneNote จะเปิดขึ้นทันทีให้จดบันทึก ไม่ต่างจากการใช้งานกระดาษและปากกาจริง ลำโพงระบบ ดอลบี้ และแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานนานขึ้นสามารถเปิดใช้งานเว็บเบราเซอร์ต่อเนื่องได้นานถึง 9 ชั่วโมง ปัจจุบันบริษัทระดับโลกหลายแห่งเลือกใช้เซอร์เฟซ โปร 3 แทนแล็ปท็อปภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นบีเอ็มดับเบิ้ลยูกรุ๊ป, โคคา โคล่า หรือ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ หลุยส์วิตตอง ในประเทศไทย สามารถสั่งจอง เซอร์เฟซ โปร 3 ล่วงหน้าได้แล้ววันนี้พร้อมรับข้อเสนอพิเศษเมื่อสั่งจองพร้อม Surface Pro Type Cover ภายในวันที่15 สิงหาคม โดยจะได้รับ Office 365 Personal ไปใช้งานฟรีเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มพร้อมด้วยสิทธิพิเศษ ผ่อน 0% นาน 10 เดือน ก่อนที่จะวางจำหน่ายทั่วประเทศในวันที่28 สิงหาคม เซอร์เฟซ โปร 3 วางจำหน่ายทั้งหมด 5 รุ่น ตั้งแต่64-512 กิกะไบต์ ราคา 29,500- 69,900 บาท โดยทุกรุ่นมาพร้อมปากกา เซอร์เฟซ เพน ส่วนคีย์บอร์ด ที่มาพร้อมกับห่วงคล้องปากการาคา 4,490 บาท นอกจากการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในวันที่28 สิงหาคมนี้ เซอร์เฟซ 3ยังมีกำหนดวางจำหน่ายในประเทศออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยียม จีน เดนมาร์ก ฟินแลนด์ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮ่องกง ไอร์แลนด์ อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ลักเซมเบิร์กมาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ โปรตุเกส สิงคโปร์ สเปน สวีเดน ไต้หวันและสหราชอาณาจักร ซึ่งทำให้มีการวางจำหน่าย Surface Pro 3เพิ่มขึ้นเป็น 28 ประเทศทั่วโลก องค์กรที่สนใจสั่งซื้อ SurfacePro 3 เพื่อการใช้งานในภาคธุรกิจ สามารถรับข้อเสนอพิเศษในช่วงพรีออเดอร์ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่15 สิงหาคม โดยติดต่อตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้แก่ บริษัท แอดอิน บิซิเนส จำกัด บริษัท ภัทร โปรเกรสจำกัด บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด(มหาชน) บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไมโครซอฟท์เปิดจองเซอร์เฟซ โปร 3
เดือน: สิงหาคม 2014
-

ไมโครซอฟท์เปิดจองเซอร์เฟซ โปร 3
-

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค. สูงสุดรอบ 11 เดือน
นายธนวรรธน์ พลวิชัยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเป็นก.ค. 57 อยู่ที่ 78.2 เป็นอัตราที่สูงสุดในรอบ 11 เดือน และเป็นการเพิ่มติดต่อกัน3 เดือนนับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ โดยปัจจัยที่มีผลต่อความเชื่อมั่นในเดือน ก.ค.คือ คสช. เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาทจะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในอนาคต, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สคศ.)คาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 58 ขยายตัว 5%, การส่งออกของไทยในเดือน มิ.ย. 57 เพิ่มขึ้น 3.9% และระดับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับลดลงเป็นต้น“แม้จะมีปัจจัยบวกแต่ก็ยังมีปัจจัยลบที่ผู้บริโภคกังวลในเดือนก.ค. คือ การปรับลดประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 57 ลงเหลือ 2%,ราคาพืชผลทางการเกษตรที่ทรงตัวในระดับต่ำโดยเฉพาะข้าว ยางพาราข้าวโพดเลี้ยงสัตว์,ผู้บริโภคกังวลเรื่องของค่าครองชีพและความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่อาจมีผลต่อการส่งออกและเศรษฐกิจในอนาคต”นายธนวรรธน์กล่าวว่า ในเดือน ก.ค. นี้มีดัชนี 2 ตัวที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ในระดับ 100 คือดัชนีความเหมาะสมในการซื้อรถยนต์คันใหม่อยู่ระดับ 102.7 สูงสุดในรอบ 10 เดือนและปรับตัวสูงกว่าระดับ 100 ครั้งแรกในรอบ 8 เดือน และดัชนีวัดความสุขในการดำรงชีวิตในอนาคตข้างหน้า3 เดือน อยู่ระดับ 100.5 ซึ่งอยู่ในระดับเกิน 100 ครั้งแรกในรอบ 16 เดือนเนื่องจากปัญหาทางการเมืองคลี่คลาย,เศรษฐกิจ,การแก้ปัญหายาเสพติด และสภาพแวดล้อมต่างๆในประเทศดีขึ้นโดยเฉพาะดัชนีความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองที่อยู่ในระดับ 80.8สูงสุดในรอบ 34 เดือนนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 54
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค. สูงสุดรอบ 11 เดือน -

เทศกาลวันแม่เงินสะพัด 1.9 หมื่นล้านบาท
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจทัศนคติและพฤติกรรมของประชาชนเกี่ยวกับวันแม่ว่าในช่วงเทศกาลวันแม่ระหว่างวันที่ 9-12 ส.ค. 57 จะมีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ 19,411ล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.8% เนื่องจากเศรษฐกิจเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นจนทำให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้นประกอบกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงและราคาสินค้าที่แพงทำให้เกิดการใช้จ่ายในรูปแบบของปริมาณเงินเพิ่มขึ้นโดยของขวัญยอดนิยมที่ลูกจะมอบเป็นของขวัญให้แม่มากที่สุดคือ เงินสดและทองคำรองลงมาเป็น พวงมาลัยและดอกไม้, เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ, กระเช้าผลไม้,เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า,ประกันชีวิตหรือสุขภาพ เป็นต้นสำหรับการใช้จ่ายเกี่ยวกับกิจกรรมในช่วงวันแม่เช่น พาแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด (ค้างคืน) เฉลี่ย 8,098 บาท,พาลูกและครอบครัวไปทานข้าว 2,149 บาท, พาแม่ไปทำบุญ 1,868 บาท, พาแม่ไปสปาหรือนวด1,858 บาท พาแม่ไปทานข้าว 1,588 บาท เป็นต้นส่วนการวางแผนเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงวันแม่พบว่า จังหวัดที่นิยมไปเที่ยว เช่นจังหวัดอยุธยา, ชลบุรี, ระยอง, ภูเก็ต, ราชบุรี, อุดรธานีส่วนใหญ่จะออกเดินทางวันที่ 10 ส.ค. กลับ วันที่ 12 ส.ค.ขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่ต้องการไปต่างประเทศ พบว่าประเทศที่นิยมมากสุด คือ จีนรองลงมาเป็น เกาหลี, มาเลเซีย, ลาว, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ จะออกเดินทางวันที่9 ส.ค. กลับวันที่ 12 ส.ค.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เทศกาลวันแม่เงินสะพัด 1.9 หมื่นล้านบาท