เดือน: สิงหาคม 2014

  • พาณิชย์เปลี่ยนเงื่อนไขประมูลข้าว

    พาณิชย์เปลี่ยนเงื่อนไขประมูลข้าว

    นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ คณะทำงานดำเนินการระบายข้าวได้เปลี่ยนหลักเกณฑ์ประมูลข้าวใหม่ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น หลังจากการประมูลรูปแบบเดิมได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบที่เข้าร่วมประมูลกว่า 200 ราย ว่าคุณภาพข้าวไม่เป็นไปตามที่ตกลง และมีปัญหาการส่งมอบข้าวที่ล่าช้า โดยรูปแบบใหม่ จะประกาศราคากลางให้ทราบ ก่อนยื่นซอง พร้อมทั้งรับประกันคุณภาพข้าว, การยื่นและเปิดซองในวันเดียวกัน,ไม่มีการต่อรองราคา,สามารถซื้อแบบแยกกองได้ จากเดิมที่ต้องซื้อแบบเหมาคลัง และแสดงราคาผ่านจอแสดงผลทันที เป็นต้นอย่างไรก็ตาม การระบายข้าวหลังจากนี้ จะใช้ทุกช่องทางตามความเหมาะสม ทั้งการเปิดระมูลทั่วไปการขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) และการเปิดประมูลผ่านการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (เอเฟต) โดยเชื่อมั่นว่าไทย จะส่งออกข้าวได้เป็นอันดับ 1 ของโลกในปีนี้ 9-10 ล้านตัน เนื่องจากช่วงครึ่งปีหลัง ประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนาม มีผลิตลดลง ขณะที่อินเดียส่งออกข้าวน้อยลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภัยแล้งสำหรับข้าวที่จะนำมาประมูลครั้งที่ 1/57 ประกอบด้วยข้าวหอมมะลิข้าวขาว ข้าวเหนียว ข้าวท่อนหอมมะลิ ปลายข้าวหอมมะลิ ปลายข้าวปทุมธานี และปลายข้าวเอวันเลิศโครงการนาปี 54/55 นาปรัง 55/5 รอบ 1 และรอบ 2 และ 56/57 แบบรายคลังหรือรายกอง จากคลัง27แห่งทั่วประเทศโดยกำหนดยื่นซอง วันที่7ส.ค.นี้เวลา 8.00-11.00น.ที่กรมการค้าต่างประเทศพร้อมทั้งประกาศรายชื่อผู้มีคุณสมบัติและเปิดซอง เวลา13.30น.วันเดียวกันส่วนความคืบหน้าการเจรจาขายข้าวให้กับคอฟโก รัฐวิสาหกิจของจีน ซึ่งจีนได้ยืนยันที่จะซื้อข้าวจากไทยปริมาณ 1 ล้านตัน ตามกรอบข้อตกลงเดิม และแจ้งว่าภายในเดือนส.ค.-ก.ย.57 มีความต้องการซื้อข้าวเพิ่มเติมปริมาณ 200,00 0ตัน แบ่งเป็นปลายข้าวปริมาณ 100,00 ตัน และข้าวขาว 5%อีก100,000 ตันซึ่งเป็นข้าวฤดูกาลใหม่ และจะส่งเจ้าหน้าที่เดินทางมาไทย เพื่อเจรจาในรายละเอียดด้วยผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชี้แจงการประมูลข้าวในสต็อกรัฐบาลครั้งนี้ มีเอกชนสนใจเข้ามาร่วมรับฟังเป็นกว่า 30 ราย มีทั้งผู้ส่งออก โรงสีผู้ผลิตอาหารสัตว์ และผู้ประกอบการข้าวถุง โดยเอกชนรายสำคัญ ๆ เช่น ซีพีอินเตอร์เทรด สยามอินดิก้านครหลวงค้าข้าว และบริษัทโอแลม (ประเทศไทย)เป็นต้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์เปลี่ยนเงื่อนไขประมูลข้าว

  • สุวรรณภูมิจัดที่จอดรถผู้หญิง 6 แห่ง

    สุวรรณภูมิจัดที่จอดรถผู้หญิง 6 แห่ง

    นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท เปิดเผยว่ าทอท. ได้จัดโครงการที่จอดรถสำหรับสุภาพสตรีหรือ เลดี ปาร์กิง ที่ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งคือ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้จัดพื้นที่อาคารจอดรถ 2 ชั้น 3 ทั้งชั้นจอดรถได้ 450 คัน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสตรีอำนวยความสะดวก แต่เนื่องจากมีผู้ใช้บริการท่าอากาศยานวันละกว่า 100,000 คน จึงอนุญาตเฉพาะสุภาพสตรีที่เดินทางคนเดียวหรือ มีเด็กอายุไม่เกิน 12 ปีร่วมทางด้วย สามารถจอดรถได้ โดยจะทดลองเปิดให้บริการในวันที่ 7 ส.ค. 57 และเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค.57 นี้เป็นต้นไปสำหรับที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย และท่าอากาศยานภูเก็ตนั้น ขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจัดพื้นที่จอดรถเลดีปาร์กิง บริเวณหน้าอาคารจอดรถผู้โดยสาร ส่วนท่าอากาศยานดอนเมือง มีแผนจะปรับปรุงที่จอดรถชั้น 3 เอ และ 3 บี ของอาคารจอดรถ 7 ชั้น เพื่อเป็นที่จอดรถสำหรับสุภาพสตรีจอดรถได้ 200 คัน ซึ่งจะใช้เวลาปรับปรุง 2เดือนส่วนท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานเชียงใหม่ อยู่ระหว่างการดำเนินการเช่นกัน นอกจากการจัดพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ได้มอบนโยบายให้ท่าอากาศยานทุกแห่ง พิจารณาการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง และการดูแลด้านความปลอดภัย โดยติดตั้งกล้องวงจรปิด และจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยตรวจตราอีกด้วย ซึ่งทอท.คาดว่าลานจอดรถสำหรับสุภาพสตรีนี้ จะได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน ที่เป็นสุภาพสตรีเป็นอย่างดี“ทอท.ให้ความสำคัญในการดูแล และอำนวยความสะดวกผู้พิการ สุภาพสตรี และผู้สูงอายุ ที่ใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิท่า อากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ และที่ผ่านมาได้ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในท่าอากาศยานทุกแห่ง เพื่อให้ผู้พิการ และผู้สูงอายุ ได้ใช้บริการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก และปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สุวรรณภูมิจัดที่จอดรถผู้หญิง 6 แห่ง

  • เอกชนลุยจัดมหกรรมบ้านและคอนโดฯ

    เอกชนลุยจัดมหกรรมบ้านและคอนโดฯ

    นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วงครึ่งปีหลังนี้ คาดว่าจะค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นและเติบโตได้ถึง 10% หลังจากครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เศรษฐกิจซบเซา ผู้บริโภคขาดความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอย แต่เมื่อรวมทั้งปีนี้แล้ว คาดว่าตลาดอสังหาฯ ยังทรงตัวที่ 5-6% ใกล้เคียงกับปีก่อน หรือมียอดปล่อยสินเชื่อใหม่กว่า 500,000 ล้านบาท“ตั้งแต่ปลายปี 56 มาจนถึงต้นปี 57 อสังหาฯ ค่อนข้างแย่ จากสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่น และการจับจ่าย แต่เมื่อการเมื่องเริ่มนิ่ง เศรษฐกิจเริ่มฟื้น ทำให้เชื่อว่าอสังหาฯ จะกลับมาบูมขึ้นแน่นอน เพราะผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ การลงทุนต่าง ๆ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มองว่าสินเชื่อบ้านปีนี้จะขยายตัวได้ 6-8% ดัชนีราคาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งจากธปท.และศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ต่างก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่สมาคมฯ ก็มองว่าจะฟื้นไม่น้อยกว่านั้น และจะเริ่มมั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับภาคเอกชนจัดโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อเร่งระบายสต๊อกเก่า และดอกเบี้ยที่ยังอยู่ระดับต่ำ จะยิ่งเป็นแรงกระตุ้นมากขึ้นด้วย"ทั้งนี้สมาคมฯ ได้ร่วมกับบริษัทโฮมบายเออร์ไกด์ จึงได้ร่วมกันจัดงานอภิมหกรรมบ้าน-คอนโดฯและสินเชื่อแห่งปี รวมทั้งมหกรรมอสังหาริมทรัพย์และบ้านมือสอง มหกรรมสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อส่วนบุคคล และมหกรรมเลือกซื้อบ้าน-คอนโดฯซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่21-24 ส.ค.นี้ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีทั้งผู้ประกอบการ และสถาบันการเงินต่างเข้าร่วมงานทั้งหมด มีโปรโมชั่นกว่า 300 โครงการบ้านมือสอง บ้านเอ็นพีเอจาก 6 สถาบันการเงิน และ 1 บริษัทบริหารทรัพย์สิน คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 80,000 คน มียอดขอสินเชื่อมากกว่าปีก่อนที่ 11,750 ล้านบาท รวมทั้งมียอดซื้อทรัพย์เอ็นพีเอมากกว่าปีก่อนที่ 3,392 ล้านบาทเช่นกัน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนลุยจัดมหกรรมบ้านและคอนโดฯ