เดือน: สิงหาคม 2014

  • ออมสินรับติดตามทวงหนี้ กยศ.

    ออมสินรับติดตามทวงหนี้ กยศ.

    นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ กยศ. ประสานธนาคารกรุงไทยในฐานะเป็นผู้ติดตามทวงหนี้ ให้รายงานข้อมูลลูกหนี้ที่เป็นปัจจุบันมาขึ้น รวมถึงวิเคราะห์สถานะลูกหนี้มาด้วยว่าจัดอยู่ในกลุ่มไหน โดยให้ปรับนโยบายการติดตามทวงหนี้ ปี 58 ใหม่แบบใกล้ชิด และเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น เพราะที่ผ่านมา แต่ละปีเสียค่าจ้างกว่า 1,000 ล้านบาท ในการติดตามทวงหนี้ แต่ไม่สามารถรายงานข้อมูลที่เป็นปัจจุบันได้ นายธัชพล กาญจนกูล รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ออมสินและ กยศ. ได้หารือเพื่อเตรียมทำข้อตกลงให้ธนาคารเข้ามารับติดตามทวงหนี้นักเรียน นักศึกษาที่ขอใช้เงินยืมเรียนจาก กยศ. โดยจะเน้นนักเรียน นักศึกษากลุ่มใหม่ที่เพิ่งเข้าระบบ กยศ. ในปีการศึกษาหน้าเป็นต้นไป ซึ่งธนาคารได้เสนอเรื่องพัฒนาระบบติดตามทวงหนี้ โดยจะใช้ทั้งเจ้าหน้าที่สาขาที่มีทั่วประเทศและว่าจ้างบริษัทติดตามทวงหนี้มาช่วยด้วยอีกทางหนึ่ง เพื่อให้การตามทวงหนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับการโอนเงิน กยศ. จะใช้วิธีโอนผ่านบัตร เดบิต ของธนาคาร และเปิดรับชำระหนี้ได้ทุกสาขาของธนาคาร หากลูกหนี้ กยศ. รายใดที่มีประวัติชำระหนี้ดี จะมีผลต่อการพิจารณาปล่อยสินเชื่อเพื่อประกอบธุรกิจหลังเรียนจบการศึกษาได้ง่ายมากขึ้นด้วย โดยโครงการนี้จะช่วยปิดช่องว่างการให้บริการของธนาคารที่หายไป เนื่องจากที่ผ่านมาธนาคารจะมีกลุ่มลูกค้าคือวัยเด็กแล้วกระโดดไปวัยทำงานเลย แต่กลุ่มนักเรียนนักศึกษา ไม่สนใจเข้าใช้บริการมากนัก ดังนั้นโครงการนี้จะช่วยให้ธนาคารสามารถขยายฐานเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนี้มากขึ้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ออมสินรับติดตามทวงหนี้ กยศ.

  • ธ.ก.ส.เผยชาวนาวินัยดีแห่ใช้หนี้

    ธ.ก.ส.เผยชาวนาวินัยดีแห่ใช้หนี้

    นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัย ธ.ก.ส.ได้ศึกษาการบริหารจัดการเงินของชาวนาหลังได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 56/57 ที่จ่ายไประหว่างวันที่ 26 พ.ค. – 18 มิ.ย.57 โดยเก็บข้อมูลตัวอย่างในพื้นที่จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก อุบลราชธานี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา นครนายก และสุพรรณบุรี พบว่า ชาวนานำเงินที่ได้รับจากโครงการรับจำนำข้าว นำไปชำระหนี้มากที่สุด 69.1% โดยเป็นหนี้ในระบบ 65.2% เช่น หนี้ ธ.ก.ส. กองทุนหมู่บ้านและสหกรณ์ และหนี้นอกระบบ 3.9% สะท้อนถึงความมีวินัยและความซื่อสัตย์ของเกษตรกร ทั้งนี้ จากการสำรวจยังพบว่าชาวนานำเงินที่ได้จากการกู้ยืม ธ.ก.ส.และเงินที่เหลือจากโครงการรับจำนำมาลงทุนทำการผลิตรอบใหม่ โดยจ่ายเป็นค่าจ้างแรงงานมากที่สุด 39.7% รองลงมาคือค่าปุ๋ยหรือสารเคมี 32.9% ค่าเมล็ดพันธุ์ 15.2% ค่าใช้จ่ายอื่นๆ อาทิค่าเช่าที่นา ค่าน้ำมันรถไถนา ค่าซ่อมบำรุงอุปกรณ์เครื่องจักรกลการเกษตร 9.1% ค่าใช้จ่ายในการผ่อนงวดเครื่องจักรกลการเกษตร 2.8% และค่าใช้จ่ายซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรใหม่เนื่องจากถูกขโมยและชำรุด 0.3% อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัย ธ.ก.ส. เชื่อว่าการจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าวที่ค้างชำระให้แก่ชาวนาและการให้สินเชื่อ รอบใหม่จาก ธ.ก.ส.นั้น จะส่งผลกระตุ้นเศรษฐกิจได้ชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 57 และขยายตัวได้ดีจริงในปีหน้า เนื่องจากสินค้าเกษตรสามารถเชื่อมโยงไปสู่ผลผลิตทางอุตสาหกรรมได้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลต่อการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและการผลิตสินค้าในภาคอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธ.ก.ส.เผยชาวนาวินัยดีแห่ใช้หนี้

  • ชงรัฐบาลใหม่กำหนดแผนเศรษฐกิจ 20 ปี

    ชงรัฐบาลใหม่กำหนดแผนเศรษฐกิจ 20 ปี

    นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตะนุกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) หลักสูตรความรู้เศรษฐกิจสู่ประชาคมอาเซียน เรื่องเจาะลึกได้เปรึยบ เสียเปรียบในข้อตกลงการค้าในอาเซียน จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ว่า ขณะนี้ มีความต้องการให้รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ กำหนดและวางแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีข้างหน้า ให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนา ซึ่งต้องตั้งเป้าหมายและทิศทางเพื่อให้เป็นเศรษฐกิจใหม่ ที่รวมเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าไปด้วย เพื่อให้เศรษฐกิจใหม่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน เบื้องต้นอาจดำเนินการในการวางแผน 2 ปี และสร้างรูปธรรมที่สามารถปฏิบัติได้ภายใน 5 ปี โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองจะต้องแก้ไขและทบทวนกฎหมายที่มีปัญหาในการค้าหรือการประกอบธุรกิจในระยะยาว ไม่ใช่แก้ไขปัญหาเดิมๆ เหมือนที่ผ่านมา “หากมีเศรษฐกิจใหม่เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ และทุกฝ่ายเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ก็จะคล้ายกับการลงประชามติ ที่เปรียบเสมือนตอกเสาเข้มเศรษฐกิจให้มีความสอดคล้องในการพัฒนาประเทศ ส่งผลให้การเติบโตของประเทศดีขึ้น และเชื่อว่าปัญหาที่ผ่านมาจะไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิม ๆ ได้อีก ที่สำคัญ 4 ส่วนที่จะสนับสนุนแผนดังกล่าว ทั้งนักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจ และกลุ่มเอ็นจีโอ จะต้องมีการหารือให้เกิดความเข้าใจตรงก้น” ขณะเดียวกัน ยุทธศาสตร์สินค้าเกษตรเป็นรายได้พืชเศรษฐกิจ 4 สินค้า คือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์น้ำมัน และอ้อย ถือเป็นแนวทางที่ดี แต่ภาครัฐต้องส่งเสริมในการพัฒนาลดต้นทุนการผลิต และใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยต้องนำกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะอนาคตวิทยาศาสตร์จะมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของไทยในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทต่อการผลิตมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมีความเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตรใหม่ทั้งหมด เพราะในอนาคตไทยยังต้องพึงพิงรายได้จากสินค้าเกษตร แต่ขณะนี้ไทยมีอุปสรรค์ต่างๆ เช่น การทำข้อตกลงทางการค้าที่ไม่สอดคล้องกับแนวทางการปฏิบัติ  มีความเห็นว่า ภาครัฐควรสนับสนุนให้เกษตรกรเปลี่ยนการเพาะปลูกพืชที่ล้นความต้องการของตลาด มาเป็นพืชที่ตลาดยังต้องการ ด้วยวิธีสนับสนุนปัจจัยการผลิต และช่วยเหลือราคาให้เกษตรกรอยู่ได้ แต่ไม่ควรอุดหนุนมากจนบิดเบือนกลไกตลาด

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชงรัฐบาลใหม่กำหนดแผนเศรษฐกิจ 20 ปี