เดือน: สิงหาคม 2014

  • กรมทรัพย์สินฯ ผลักดันขึ้นทะเบียนสินค้า

    กรมทรัพย์สินฯ ผลักดันขึ้นทะเบียนสินค้า

    นางกุลณี อิศดิศัย รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ มีแผนที่จะผลักดันให้มีการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) อย่างน้อย 1 จังหวัด 1 สินค้าจีไอ เพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนาคุณภาพสินค้าที่ผลิตในท้องถิ่น และสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยผลจากการลงพื้นที่ไปติดตามและตรวจสอบยังจังหวัดต่างๆ พบว่า มีสินค้าที่มีศักยภาพพัฒนาให้เป็นสินค้าจีไอ 8 สินค้าจาก 7 จังหวัด ได้แก่ ทุเรียนปราจีนบุรี, มะยงชิดนครนายกและมะปรางหวานนครนายก, มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว สมุทรสาคร, กลองนานาชาติบ้านเอกราช อ่างทอง, กล้วยตากบางกระทุ่ม พิษณุโลก, ผ้าไหมบ้านเขว้า ชัยภูมิ และผ้ากาบบัว อุบลราชธานี ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสินค้าจีไอที่ยื่นคำขอมาแล้ว 107 คำขอ เป็นสินค้าจีไอไทย 93 คำขอ และจีไอต่างประเทศ 14 คำขอ ซึ่งกรม ฯ ได้รับขึ้นทะเบียนแล้ว 64 คำขอ โดยเป็นสินค้าจีไอไทย 54 คำขอ และจีไอต่างประเทศ 10 คำขอ โดยเป็นการยื่นขอขึ้นทะเบียนในปีนี้ ได้แก่ น้ำหมากเม่าสกลนคร ผ้าเก็บบ้านเมืองหลวง ศรีสะเกษ มะยงชิดนครนายกและมะปรางหวานนครนายก “แนวทางในการให้ความช่วยเหลือเพื่อพัฒนาให้แต่ละจังหวัดมีสินค้าจีไอประจำจังหวัดนั้น กรมฯ จะเข้าไปช่วยเหลือและพัฒนาเพื่อให้กระบวนการผลิตมีมาตรฐาน สินค้ามีคุณภาพสม่ำเสมอ และที่สำคัญต้องรักษาไว้ซึ่งภูมิปัญญาที่สั่งสมสืบต่อกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรมทรัพย์สินฯ ผลักดันขึ้นทะเบียนสินค้า

  • ‘ไฟร์อาย’ชี้ภาคอุตสาหกรรมไทย ถูกภัยคุกคามมากที่สุดในอาเซียน

    ‘ไฟร์อาย’ชี้ภาคอุตสาหกรรมไทย ถูกภัยคุกคามมากที่สุดในอาเซียน

    ไฟร์อาย เผย 6 เดือนแรกปีนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมไทยติดอันดับถูกโจมตีจากภัยคุกคามมากที่สุดในอาเซียน  ส่วนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ก็เป็นเป้าหมายของกลุ่มแฮกเกอร์ ชี้ภัยคุกคามมีความยืดหยุ่นสูงและล้ำสมัยมากขึ้น นายสตีฟ เลดเซียน  ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมระบบ เอเชียใต้ ฮ่องกง และไต้หวัน บริษัทไฟร์อาย อิงค์ เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดเผยรายงานภัยคุกคามขั้นสูงฉบับล่าสุดสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งตรวจจับได้โดยระบบรักษาความปลอดภัยของไฟร์อายในช่วงหกเดือนแรกของปี  2557 พบว่ามีความพยายามโจมตีค่อนข้างถี่มากขึ้นจากอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์  ในหลายรูปแบบในภูมิภาคนี้ โดยตลาดเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น  พบการโจมตีโดยอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ มีสถิติเฉลี่ยอยู่ที่ 49%  เป็นอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งโลกอยู่ที่  39% โดยไต้หวัน เกาหลีใต้ และฮ่องกง เป็นเป้าหมายที่ถูกโจมตีอย่างหนักหน่วง ซึ่งอย่างน้อย 60% ของการโจมตีมาจากการใช้เครื่องมือ เทคนิคและขั้นตอนที่บงการโดยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ที่มีตัวตนอยู่ในภูมิภาคนี้  สำหรับในภูมิภาคอาเซียน ฟิลิปปินส์ถูกจัดให้อยู่ในลำดับสูงสุดด้วยค่าเฉลี่ย 56% ขณะที่สิงคโปร์และประเทศไทย มีสถิติต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 41% และ 39% ตามลำดับ  แต่ประเทศไทยยังมีสถิติจำนวนกลุ่มภาคอุตสาหกรรมที่ถูกโจมตีมากที่สุดในอาเซียนในหกเดือนแรกของปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมัลแวร์ในตระกูล Hussarini จะทำงานค่อนข้างต่อเนื่องและรุนแรงในไทย สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายของการโจมตีมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ กลุ่มบริการ ที่ปรึกษา ตัวแทนจำหน่าย ประมาณ 19.8% กลุ่มภาครัฐ 13.5% กลุ่มไฮเทค 13% กลุ่มบันเทิง สื่อ โรงแรมที่พัก 10.2% และกลุ่มโทรคมนาคม 9.2%  ด้านนายวัชรสิทธิ์ สันติสุขนิรันดร์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ไฟร์อาย อิงค์ กล่าวว่า ปัจจุบันหลายองค์กรไม่รู้ว่าภัยคุกคามมีความยืดหยุ่นสูงและล้ำสมัยมากขึ้น ซึ่งระบบของไฟร์อายที่ถูกคิดค้นขึ้นสามารถป้องกันภัยคุกคามได้แบบเรียลไทม์โดยเฉพาะระบบซิเคียวริตี้แพลตฟอร์มแบบ Virtual machine-based ที่กำหนดเป้าประสงค์และปกป้องได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง โดยปัจจุบันในไทยบริษัทมีลูกค้าในหลายธุรกิจทั้ง ธนาคาร ประกันภัย และภาครัฐ อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย ฯลฯ โดยการทำตลาดจากนี้จะเน้นการเข้าไปให้ข้อมูลกับองค์กรต่าง ๆให้เห็นถึงปัญหาของภัยคุกคามที่จะส่งผล กระทบต่อธุรกิจได้ ปัจจุบันบริษัทมีตัวแทนจำหน่ายอยู่  2 แห่ง คือพาร์ทเนอร์ ลิงค์ และ ยิบ อินซอย.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘ไฟร์อาย’ชี้ภาคอุตสาหกรรมไทย ถูกภัยคุกคามมากที่สุดในอาเซียน

  • วว.จัดงานโชว์นวัตกรรมต่อยอดธุรกิจเอสเอ็มอีไทย

    วว.จัดงานโชว์นวัตกรรมต่อยอดธุรกิจเอสเอ็มอีไทย

    วว.จับมือ 6 หน่วยงาน พัฒนาขีดความสามารถเอสเอ็มอีไทย จัดนิทรรศการ “TISTR and Friends 2014” โชว์ผลงานนวัตกรรมที่นำงานวิจัยไปต่อยอด นายยงวุฒิ  เสาวพฤกษ์ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เปิดเผยว่า วว. ร่วมกับ 6 หน่วยงานพันธมิตรคือ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) บมจ.ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และกรมส่งเสริมการค้า กระทรวงพาณิชย์   จัดกิจกรรม “TISTR and Friends 2014” นวัตกรรมสร้างสรรค์ ต่อยอดธุรกิจยั่งยืนขึ้น เพื่อเผยแพร่ผลงานให้กับประชาชนได้เห็นถึงความสำคัญในการนำประโยชน์จากองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าของธุรกิจเอสเอ็มอีและโอทอป อย่างมีระบบ และมีการพัฒนาขีดความสามารถ ทางการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการอย่างครบวงจร  สำหรับงานดังกล่าวประกอบด้วยนิทรรศการผลงานวิจัยเด่นในอนาคตของ วว. ที่สามารถนำไปต่อยอดทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม เช่น โรงงานอาหารนำทาง พลังงานจากขยะ   น้ำมันจากสาหร่าย ศูนย์นวัตกรรมเพื่อการผลิตเชื้อจุลินทรีย์โพรไบโอติกและพรีไบโอติก และการทดสอบระบบรางรถไฟ  ผลงานวิจัยวิทยาศาสตร์แนวสร้างสรรค์  เช่น ข้าวแต๋นบาร์ลำไยเคลือบช็อกโกแลต ผักกาดดองพร้อมทานรสเสฉวน ปลาร้าครีม และผลิตภัณฑ์เงาะแช่อิ่มอบแห้ง  นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้ความร่วมมือจาก วว. และหน่วยงานพันธมิตร และการให้คำปรึกษาจากนักวิจัยและนักพัฒนาธุรกิจ ของ วว. อย่างครบวงจร สนใจชมงาน “TISTR and Friends 2014” ได้ระหว่างวันที่  8 – 9 กันยายนนี้  ที่ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว โซนบี ชั้น 1.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วว.จัดงานโชว์นวัตกรรมต่อยอดธุรกิจเอสเอ็มอีไทย